“หมอคะ หนูปวดหลังร้าวลงขา เหมือนมีอะไรมาบีบเส้นข้างใน เจ็บจนยกขาไม่ขึ้น... คนรอบตัวบอกว่าเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อน มันคืออะไรคะหมอ?”
อาการแบบนี้เป็นสิ่งที่หมอพบได้บ่อยมากครับ โดยเฉพาะในวัยทำงานหรือผู้ที่ต้องนั่งนาน ๆ
หลายคนตกใจเพราะได้ยินคำว่า “หมอนรองกระดูกทับเส้น” แล้วกลัวว่าจะต้องผ่าตัดทันที
แต่จริง ๆ แล้วหมอนรองกระดูกเคลื่อนมี “หลายระยะ” และ “หลายแบบ”
บางระยะรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเลยครับ
ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อของเรามี “หมอนรองกระดูก” คั่นอยู่
ทำหน้าที่เหมือนเบาะนุ่ม ๆ ที่ช่วยรับแรงกระแทกเวลานั่ง ยืน หรือก้มตัว
หมอนรองกระดูกมี 2 ชั้นสำคัญ
ชั้นนอก เป็นวงแหวนเนื้อแน่น แข็งแรง เหมือนยางหุ้ม
ชั้นใน เป็นเนื้อเจลนุ่ม ๆ คล้ายวุ้น (เป็นส่วนที่ช่วยให้ยืดหยุ่นได้)
เมื่อเราใช้งานหลังมากเกินไป — ยกของหนัก นั่งนาน ก้มบ่อย —
หมอนรองกระดูกจะค่อย ๆ เสื่อมและเสียความยืดหยุ่น
จนบางส่วนของเจล “ปลิ้นออกมา” และอาจไปกดเส้นประสาทที่ออกจากกระดูกสันหลัง
นี่แหละครับที่เราเรียกว่า
👉 “หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท”
โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว
แต่มักค่อย ๆ เปลี่ยนจากการเสื่อมสะสมไปทีละขั้น
หมอจะแบ่งให้เข้าใจง่าย ๆ เป็น 4 ระยะ
เป็นระยะเริ่มต้นที่หมอนรองกระดูก “แห้ง” และ “แข็งขึ้น”
ยังไม่ปลิ้นหรือเคลื่อนออกมา แต่สูญเสียน้ำในเนื้อเจล
อาการที่มักพบ
– ปวดเมื่อยหลังเป็นพัก ๆ โดยเฉพาะตอนนั่งนาน
– หลังแข็งตึงตอนเช้า
– ยังไม่มีอาการร้าวลงขา
เหมือนฟองน้ำที่แห้งแข็ง เวลากดไม่เด้งตัว
แรงกดจากการนั่งหรือก้มบ่อย ทำให้หมอนรองกระดูก “นูน” ออกมาเล็กน้อย
ยังไม่แตก แต่เริ่มเบียดเส้นประสาทใกล้ ๆ
อาการที่มักพบ
– ปวดหลังชัดขึ้น
– เริ่มมีอาการปวดร้าวลงขาเวลานั่งนาน
– ปวดมากเวลาไอ จาม หรือก้มหลัง
ในระยะนี้ส่วนใหญ่ยังรักษาได้ด้วยยาและกายภาพครับ
วงแหวนชั้นนอกของหมอนรองกระดูก “แตก” แล้วเนื้อเจลข้างใน “ปลิ้นออกมา”
ไปกดทับเส้นประสาทโดยตรง
อาการที่มักพบ
– ปวดหลังร้าวลงขาแบบเฉียบพลัน เหมือนไฟช็อต
– ขาชา ยกเท้าไม่ขึ้น (เรียกว่า foot drop)
– เดินลำบาก ต้องนั่งพักบ่อย
ถ้าเป็นระยะนี้ หมอมักแนะนำการฉีดยาลดอักเสบ หรือผ่าตัดขนาดเล็กถ้าอาการรุนแรงครับ
เนื้อเจลที่ปลิ้นออกมาหลุดเป็นชิ้น ๆ และลอยไปกดเส้นประสาทในหลายตำแหน่ง
พบในผู้ที่ปล่อยอาการไว้นานหรือไม่ได้รักษา
อาการที่มักพบ
– ปวดร้าวรุนแรงตลอดเวลา
– ขาอ่อนแรง ชา
– เดินแทบไม่ได้
– บางรายมีปัญหาควบคุมปัสสาวะ–อุจจาระไม่ได้
ในระยะนี้จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อปลดการกดเส้นประสาทโดยด่วนครับ
แพทย์จะซักประวัติอาการอย่างละเอียด เช่น
– ปวดหลังร้าวลงขาหรือไม่
– ชาบริเวณใด
– ขาอ่อนแรงไหม
จากนั้นจะตรวจโดยการ “ยกขา” เพื่อทดสอบแรงดึงของเส้นประสาท
ถ้าปวดร้าวลงขา แสดงว่าเส้นประสาทถูกกด
เพื่อยืนยันแน่ชัด แพทย์จะส่งตรวจ MRI หลังส่วนเอว
ซึ่งจะเห็นหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนหรือปลิ้นออกมาชัดเจนที่สุด
หมอนรองกระดูกไม่ได้หมายถึงต้องผ่าตัดทุกคนครับ
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับ “ระยะของโรค” และ “ความรุนแรงของอาการ”
พักหลังให้พอ
กายภาพบำบัด (เช่น ท่า McKenzie)
ยาลดอักเสบและคลายกล้ามเนื้อ
ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดถ้าปวดมาก
หากเส้นประสาทถูกกดรุนแรงหรือขาอ่อนแรง แพทย์อาจแนะนำ ผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออก (Microdiscectomy)
ปัจจุบันผ่าตัดด้วยกล้อง แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว
ส่วนใหญ่หลังรักษา อาการปวดจะดีขึ้นภายใน 2–6 สัปดาห์
ถ้าเป็นแบบที่กดเส้นประสาทนานมาก (หลายเดือน)
อาการชาอาจค่อย ๆ หายช้ากว่า — บางคนใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม
อาการ “ปวดหลังร้าวลงขา” เป็นสัญญาณเตือนของเส้นประสาทที่กำลังถูกกด
ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งรักษาง่าย
ในระยะเริ่มต้นส่วนใหญ่ ไม่ต้องผ่าตัด เพียงแค่ปรับท่าทาง ออกกำลัง และทำกายภาพถูกวิธี
แต่ถ้าชา ขาอ่อนแรง หรือเดินไม่ได้ — ควรรีบพบแพทย์ทันที
หมอนรองกระดูกเคลื่อนมี 4 ระยะ
เริ่มเสื่อม – ปวดเมื่อยหลัง
โป่ง – ปวดหลังร้าวลงขาเล็กน้อย
เคลื่อน – ปวดร้าวลงขาชัด ชา ยกเท้าไม่ขึ้น
แตก – ปวดรุนแรง ขาอ่อนแรง เดินลำบาก
การรู้ระยะของโรคจะช่วยให้เลือกแนวทางรักษาได้ถูกต้องและปลอดภัยครับ
“บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหาปวดหลัง ปวดขา หรือหมอนรองกระดูกได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”
#หมอนรองกระดูกเคลื่อน #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังร้าวลงขา #ปวดหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังไม่ต้องผ่าตัด #ปวดหลังทำยังไงดี
