
“หมอคะ ดิฉันอายุ 65 ปี หลังเริ่มคดเห็นชัด เจ็บหลังเรื้อรัง และช่วงนี้เริ่มมีอาการชาร้าวลงขา… ต้องผ่าตัดไหมคะ?”
นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยจากคนไข้สูงอายุที่มาพบด้วยอาการปวดหลังเรื้อรังและมีอาการร้าวลงขา
หลายคนเพิ่งรู้ว่าตัวเอง “กระดูกสันหลังคด” ตอนมาตรวจ MRI
และสงสัยว่ามันอันตรายแค่ไหน หรือเกี่ยวข้องกับอาการปวดและชาที่เป็นอยู่หรือไม่
วันนี้หมอเก่งจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า
กระดูกสันหลังคดจากการเสื่อม (Degenerative scoliosis) คืออะไร
ทำไมถึงเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ และเราจะรักษาอย่างไรให้ปลอดภัยครับ
ปกติ “กระดูกสันหลัง” ของเราจะเรียงตรงในแนวดิ่งเมื่อมองจากด้านหลัง
แต่ถ้าเกิดการคดเอียงออกด้านข้าง (S-curve หรือ C-curve)
และบิดตัวเล็กน้อย เรียกว่า “กระดูกสันหลังคด (Scoliosis)”
ในวัยเด็ก มักเกิดจากพันธุกรรมหรือโครงสร้างผิดปกติแต่กำเนิด
แต่ใน ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มักเกิดจาก “การเสื่อมของกระดูก ข้อต่อ และหมอนรองกระดูก”
เราจึงเรียกว่า Degenerative scoliosis หรือ Adult-onset scoliosis
เมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกสันหลังเริ่ม “แห้งและบางลง”
ข้อต่อเล็ก ๆ รอบกระดูกสันหลังเสื่อมตามเวลา
ทำให้แรงรับน้ำหนักไม่สมดุล — ด้านหนึ่งยุบมากกว่าอีกด้าน
กระดูกจึง “ค่อย ๆ คด” และ “บิดตัว” ทีละน้อย
ถ้าความคดมากขึ้น เส้นประสาทที่ออกจากกระดูกสันหลังจะถูก “บีบหรือเบียด”
ทำให้เกิดอาการ ปวดหลังร้าวลงขา หรือชาขา ได้
ปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนยืนนานหรือเดินนาน
ปวดร้าวจากหลังลงสะโพกหรือต้นขา (เหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้น)
ชาหรืออ่อนแรงบริเวณขา
รู้สึกตัวเอียง หรือยืนแล้ว “สะโพกไม่เท่ากัน”
หลังเริ่มโค้งจนมองเห็นจากด้านหลังหรือกระจก
ในบางราย อาจหายใจติดขัดหากคดมากในส่วนทรวงอก
เอกซเรย์ (X-ray Spine Standing)
MRI หลัง (Lumbar Spine MRI)
ตรวจร่างกายทางระบบประสาท
คดน้อยกว่า 20 องศา → มักไม่ต้องผ่าตัด
คด 20–40 องศา → เริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรัง ควรทำกายภาพและติดตาม
คดมากกว่า 40–50 องศา → มักเริ่มมีอาการเส้นประสาทถูกกด ต้องพิจารณาผ่าตัด
ขึ้นอยู่กับระดับความคดและอาการที่เป็นครับ
เหมาะกับผู้ที่คดไม่มาก หรือยังไม่มีอาการชารุนแรง
กายภาพบำบัด (Physical therapy): ฝึกกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องให้แข็งแรง เพื่อพยุงแนวกระดูก เน้นท่า core muscle strengthening เช่น ท่า plank, bridge, ยืดกล้ามเนื้อสะโพก
ยาแก้ปวดและยาคลายกล้ามเนื้อ: ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อรอบแนวคด
ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (Epidural steroid / Facet block): ใช้ในกรณีที่มีเส้นประสาทถูกกด และปวดร้าวลงขา ปัจจุบันนิยมฉีดแบบ Ultrasound-guided / X-ray guided เพื่อความแม่นยำ
อุปกรณ์พยุงหลัง (Back brace): ใช้ช่วยพยุงในระยะปวด แต่ไม่ควรใส่ตลอดเวลา เพราะจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กรณีต่อไปนี้ แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด
มุมคดเกิน 40–50 องศา
มีอาการชาหรืออ่อนแรงขามาก
ปวดมากแม้รักษาด้วยวิธีอื่นแล้ว
กระดูกคดจนเสียสมดุลของลำตัว
การผ่าตัดหลักคือการยึดกระดูกสันหลัง (Spinal fusion)
โดยใส่เหล็กดามและแก้แนวคดให้ตรง
เทคโนโลยีปัจจุบันใช้กล้องและเครื่องนำทาง 3D ช่วยให้แม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น
หลังผ่าตัดสามารถกลับมาเดินได้ภายในไม่กี่วัน
“กระดูกสันหลังคดจากการเสื่อม” เป็นโรคที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละน้อย
และส่วนใหญ่ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้คนไข้ทรมานคือ “ความปวดเรื้อรังและอาการชา”
หมออยากให้ทุกคนรู้ว่า...
ถ้ารู้ตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ และเริ่มทำกายภาพอย่างถูกวิธี
กระดูกสันหลังคดในผู้ใหญ่ (Degenerative scoliosis) เกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและข้อต่อ
อาการหลักคือ ปวดหลัง ชาร้าวลงขา และหลังเอียง
รักษาได้ด้วยกายภาพ ฉีดยาเฉพาะจุด และในรายที่รุนแรงอาจต้องผ่าตัดยึดกระดูก
ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งรักษาได้ง่ายและไม่ต้องผ่าตัดครับ
พูดให้ง่ายที่สุด:
“กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม ไม่ได้ต้องผ่าทุกคน
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการปวดหลัง ชาร้าวลงขา หรือหลังคดชัด ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
สามารถปรึกษาปัญหาหลัง ปวดร้าวลงขา หรือกระดูกสันหลังคดได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#กระดูกสันหลังคด #DegenerativeScoliosis #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอนรองกระดูกเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังเรื้อรัง #กายภาพบำบัดหลัง