“หมอคะ เข่าหนูบวม เจ็บมากจนเดินไม่ได้ เพื่อนบอกว่าเป็นเก๊าท์ แต่คนที่บ้านบอกว่าเป็นข้อเข่าเสื่อม แบบนี้มันต่างกันยังไงคะหมอ?”
เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมาก
เพราะทั้ง “เก๊าท์” และ “ข้อเข่าเสื่อม” มีอาการคล้ายกันมากคือ “เข่าบวม ปวด เดินไม่สะดวก”
แต่จริง ๆ แล้ว สาเหตุและการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ถ้ารักษาผิดทาง — โรคอาจไม่หาย หรือกลับมาปวดซ้ำเรื้อรังได้
วันนี้หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า
ข้อเข่าบวมจากเก๊าท์ กับ ข้อเข่าเสื่อม ต่างกันอย่างไร
และเราจะสังเกตได้ยังไงว่า ตัวเองเป็นแบบไหนกันแน่ครับ
เก๊าท์ เกิดจาก “กรดยูริกในเลือดสูง” จนตกผลึกเป็นเกลือยูเรต
ผลึกนี้จะไปสะสมในข้อ ทำให้ข้อเกิดการอักเสบเฉียบพลัน
เหมือนมี “เศษแก้วเล็ก ๆ” ขูดอยู่ในข้อ
ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการสร้างน้ำในข้อและเม็ดเลือดขาวไปจัดการผลึกนั้น
เกิดเป็น “ข้อบวม ร้อน แดง ปวดมาก” ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ส่วน “ข้อเข่าเสื่อม” เกิดจาก “การสึกของกระดูกอ่อนผิวข้อ” ที่ค่อย ๆ เสื่อมตามอายุ
เมื่อกระดูกอ่อนสึกจนบาง ทำให้กระดูกเสียดสีกันโดยตรง
ร่างกายจะเกิดการอักเสบแบบเรื้อรัง มีน้ำในข้อเพิ่มขึ้น และเกิดปุ่มกระดูกงอก
อาการจะค่อย ๆ เป็นทีละน้อย ไม่เฉียบพลันเหมือนเก๊าท์ครับ
หมอขอเล่าแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องใช้ศัพท์แพทย์นะครับ
เก๊าท์: ปวดเฉียบพลันมาก มักเกิดตอนกลางคืนหรือเช้ามืด ปวดบวมแดงร้อนจนแตะไม่ได้ เดินไม่ได้ในวันเดียว
ข้อเข่าเสื่อม: ปวดเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ เวลาลุกเดินหรือขึ้นลงบันไดจะปวดมาก พอพักจะดีขึ้น ไม่ร้อน ไม่แดง
เก๊าท์: บวมโตเร็ว สีแดงอมม่วง ร้อนชัด
ข้อเข่าเสื่อม: บวมตึงเฉย ๆ ไม่มีสีแดง ไม่มีความร้อน
เก๊าท์: ปวดนาน 3–7 วัน แล้วค่อย ๆ ทุเลา แม้ไม่กินยา
ข้อเข่าเสื่อม: ปวดเป็นเดือนหรือปี ขยับแล้วเจ็บ บางวันบวม บางวันไม่
เก๊าท์: มักเริ่มที่ “หัวแม่เท้า” ก่อน แล้วค่อยลามมาข้ออื่น เช่น ข้อเท้า เข่า หรือศอก
ข้อเข่าเสื่อม: มักเริ่มที่ “ข้อเข่า” ก่อนเลย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัย 50 ปีขึ้นไป
เก๊าท์: ผู้ชายวัยกลางคน หรือคนที่ชอบทานของมัน ของทอด เครื่องในสัตว์ เบียร์ เหล้า
ข้อเข่าเสื่อม: ผู้หญิงอายุเกิน 45 ปี น้ำหนักเกิน ยืน เดิน หรือนั่งพับเพียบบ่อย ๆ
เก๊าท์: ตรวจเลือดพบกรดยูริกสูง (Uric acid > 7 mg/dl) ถ้าเจาะน้ำในข้อจะเจอผลึกยูเรต (เหมือนเข็มเล็ก ๆ ใต้กล้องจุลทรรศน์)
ข้อเข่าเสื่อม: ผลเลือดปกติ แต่เอกซเรย์จะเห็นช่องข้อแคบลง และมีกระดูกงอก
เคสเก๊าท์:
เคสข้อเข่าเสื่อม:
ระยะกำเริบ (ปวดบวมแดง): – หมอจะให้ยาแก้อักเสบ (NSAIDs) หรือยากลุ่มลดกรดยูริกเฉพาะช่วง – ประคบเย็น และพักข้อ
ระยะควบคุมโรค: – ปรับอาหาร (งดเครื่องใน เบียร์ ของมัน) – ใช้ยาลดกรดยูริกต่อเนื่อง เช่น Allopurinol ตามแพทย์สั่ง – ตรวจเลือดทุก 3–6 เดือน
ปรับพฤติกรรม: ลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงท่านั่งพับเพียบ
กายภาพบำบัด: เสริมกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps)
ยาและอาหารเสริม: ยาต้านอักเสบ ยาเคลือบข้อ (Glucosamine, Collagen type II)
ฉีดยาเข้าข้อ: เช่น สเตียรอยด์ลดอักเสบ หรือเจลน้ำหล่อข้อ (Hyaluronic acid)
ระยะรุนแรง: พิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
“ข้อเข่าบวม” เหมือนกัน แต่สาเหตุคนละแบบ
เก๊าท์ เป็นการอักเสบเฉียบพลันจากผลึกกรดยูริก
ข้อเสื่อม เป็นการสึกหรอเรื้อรังของกระดูกอ่อน
ดังนั้นอย่ากินยาตามคนอื่น หรือซื้อยาลดกรดยูริกมากินเอง
เพราะถ้าไม่ได้เป็นเก๊าท์จริง ๆ การกินยานี้อาจไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ
เก๊าท์ → ปวดเฉียบพลัน แดง ร้อน เจ็บมาก
ข้อเข่าเสื่อม → ปวดเรื้อรัง ขัด ๆ ไม่มีสีแดง
เก๊าท์รักษาโดยลดกรดยูริก
ข้อเข่าเสื่อมรักษาโดยลดแรงกดและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ:
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากข้อเข่าบวม ปวด หรือสงสัยเป็นเก๊าท์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและเอกซเรย์ให้แน่ชัด
สามารถปรึกษาปัญหาข้อเข่า ปวด บวม หรือข้อเสื่อมได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#ข้อเข่าบวม #เก๊าท์ #ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กรดยูริกสูง #รักษาโดยไม่ผ่าตัด
