“หมอคะ หนูปวดเข่า คุณหมอให้ยาลดอักเสบมากินดีขึ้นมาก แต่กินได้ไม่กี่วันเริ่มปวดท้อง แสบท้อง ต้องหยุดยาเลย... ทำไมยาพวกนี้ถึงทำให้ปวดท้องคะ?”
นี่เป็นคำถามที่คนไข้กระดูกและข้อถามกันบ่อยมากครับ
โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ยาแก้ปวดอักเสบกลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs)
เช่น Ibuprofen, Naproxen, Diclofenac, Celecoxib, Etoricoxib ฯลฯ
ยาเหล่านี้มีประโยชน์มากในการลดอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ และอักเสบ
แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ติดต่อกันนาน
ก็อาจเกิดผลข้างเคียงกับกระเพาะอาหารได้ครับ
ปกติเมื่อร่างกายมีการอักเสบ เช่น ปวดข้อหรือกล้ามเนื้อ
ร่างกายจะสร้างสารชื่อ “พรอสตาแกลนดิน” (Prostaglandin)
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิด “อาการปวดและบวม”
ยา NSAIDs จะไป “ยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลนดิน”
จึงช่วยลดปวดและลดอักเสบได้ดี
แต่… พรอสตาแกลนดินไม่ได้อยู่แค่ในข้อ
มันยังมีหน้าที่ “เคลือบและป้องกันเยื่อบุกระเพาะอาหาร” ด้วย
ดังนั้นเมื่อยากลุ่มนี้ไปยับยั้งพรอสตาแกลนดินในร่างกายทั้งหมด
เยื่อบุกระเพาะอาหารจึงบางลง และไวต่อกรดมากขึ้น
เป็นเหตุให้เกิดอาการ “แสบท้อง ปวดท้อง หรือถึงขั้นเป็นแผลในกระเพาะ”
ปวดท้อง แน่นท้อง แสบท้อง
คลื่นไส้ อาเจียน
เป็นแผลในกระเพาะอาหาร
เลือดออกในกระเพาะหรือลำไส้ (อุจจาระดำ)
ในบางรายอาจมีผลต่อไต หรือความดันโลหิตสูงขึ้น
โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องใช้ยาเป็นเวลานาน
หรือมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
ผู้สูงอายุ (อายุเกิน 60 ปี)
ผู้ที่เคยมีแผลในกระเพาะอาหารมาก่อน
ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
ผู้ที่ต้องใช้ NSAIDs ติดต่อกันนานหลายสัปดาห์
ผู้ที่มีโรคไตหรือหัวใจ
เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
ไม่ควรกินขณะท้องว่างเด็ดขาด
เช่น กิน Ibuprofen แล้วมาซ้ำด้วย Naproxen หรือ Diclofenac
เพราะจะเพิ่มผลข้างเคียงโดยไม่ช่วยลดปวดมากขึ้น
เช่น Omeprazole, Esomeprazole หรือยาในกลุ่ม PPI
เพื่อป้องกันแผลในกระเพาะอาหาร
แพทย์บางครั้งจะเลือกให้ยาในกลุ่ม
COX-2 selective NSAIDs เช่น Etoricoxib, Celecoxib
เพราะออกฤทธิ์เฉพาะต่อเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
และ “ไม่รบกวนเยื่อบุกระเพาะอาหารมากเท่ากลุ่มเดิม”
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือความดันสูง
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรง
ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่ข้อ
ใช้ประคบเย็นในช่วงอักเสบ และประคบอุ่นเมื่อปวดตึง
ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำแพทย์
พักข้อให้พอ อย่าฝืนเดินหรือยกของหนัก
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นยาที่ “ดีมาก” ถ้าใช้ถูกวิธี
แต่ก็ “อันตรายได้” ถ้าใช้ต่อเนื่องหรือใช้โดยไม่รู้ข้อควรระวัง
อย่าซื้อกินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
เพราะแม้จะเป็นยาแก้ปวดข้อทั่วไป แต่ผลข้างเคียงกับกระเพาะอาหารและไต
อาจรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ครับ
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ช่วยลดอักเสบได้ดี แต่ทำให้เยื่อบุกระเพาะบางลง
ควรกินหลังอาหารเสมอ และอาจใช้ยาลดกรดร่วมด้วย
ห้ามใช้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือดหรือยากลุ่มเดียวกัน
ถ้ามีอาการแสบท้อง ปวดท้อง หรืออุจจาระดำ ต้องหยุดยาและรีบพบแพทย์
พูดให้ง่ายที่สุด:
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากต้องใช้ยาแก้ปวดข้อเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเหมาะสมของยา
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง หรือผลข้างเคียงจากยาได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#ยาแก้ปวดข้อ #NSAIDs #ปวดท้องจากยา #ข้อควรระวังยาแก้ปวด #ปวดข้อเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ยากลุ่มCOX2 #รักษาอย่างปลอดภัย
