
“หมอครับ ผมนั่งทำงานหน้าคอมทั้งวัน ไม่ได้ยกของ ไม่ได้ออกแรง แต่พอตกเย็นทีไรหลังปวดตึงทุกวันเลยครับ”
นี่คือคำถามยอดฮิตของคนวัยทำงานในยุคนี้จริง ๆ ครับ เพราะแม้ไม่ได้ทำงานใช้แรงมาก แต่การ “นั่งนาน ๆ” กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของ อาการปวดหลังเรื้อรัง ที่เจอกันทั่วบ้านทั่วเมือง
หมออยากชวนมาดูว่า…ทำไมแค่นั่งเฉย ๆ ถึงทำให้ปวดหลังได้ และเราควรนั่งแบบไหนจึงจะปลอดภัยต่อกระดูกสันหลังมากที่สุดครับ 🙏
เวลาที่เรานั่ง กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องจะต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อ “พยุงกระดูกสันหลังให้อยู่ตรง”
แต่ถ้านั่งนานเกิน 30–45 นาที โดยไม่ขยับเลย กล้ามเนื้อเหล่านั้นจะเริ่มล้า และเกิดการเกร็งค้าง
อีกทั้งแรงกดที่กระดูกสันหลังตอนนั่ง มากกว่าตอนยืนถึง 1.5 เท่า โดยเฉพาะเวลานั่งหลังงอหรือนั่งก้มมองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
ผลคือ หมอนรองกระดูกจะถูกกดทับด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง เส้นเอ็นตึง กล้ามเนื้อหลังอักเสบ และเกิดอาการปวดตึงเรื้อรังในที่สุดครับ
ปวดหลังส่วนล่าง หรือกลางหลังตอนเย็น ๆ
ปวดร้าวขึ้นบ่า คอ หรือศีรษะ
ปวดตื้อ ๆ บริเวณก้นหรือต้นขา
เวลาลุกจากเก้าอี้จะรู้สึกหลังแข็งหรือตึงมาก
รู้สึกเหมือนหลังล้า แม้ไม่ได้ยกของหรือเดินไกล
ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้เกือบทุกวัน แปลว่ากระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังของคุณ “กำลังเหนื่อยเกินไป” แล้วครับ
1️⃣ นั่งหลังงอ ก้มตัวพิมพ์งาน
ทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังถูกกดทับด้านหน้าอย่างมาก
2️⃣ นั่งไขว่ห้างหรือขาชิดตลอดเวลา
ทำให้กระดูกเชิงกรานเอียง และหลังบิดไปข้างหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
3️⃣ นั่งเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิงหรือพนักแข็งเกินไป
ทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนักเพื่อพยุงตัวเอง
4️⃣ นั่งจอคอมต่ำกว่าระดับสายตา
ทำให้ต้องก้มคอและหลังตลอดเวลา
5️⃣ ไม่เปลี่ยนท่าทางเลยทั้งวัน
กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นขาดการยืดตัว เลือดไหลเวียนไม่ดี
หมออยากให้ลองเช็กและปรับท่านั่งแบบนี้ครับ 👇
1️⃣ นั่งหลังตรง พิงพนักเก้าอี้เต็มหลัง
ให้แน่ใจว่ามีพนักรองเอว (Lumbar support) ช่วยพยุงส่วนโค้งของหลังส่วนล่าง
2️⃣ เข่าอยู่ระดับเดียวกับสะโพก หรือสูงกว่าเล็กน้อย
ถ้าเก้าอี้สูงเกินไปให้ใช้ที่วางเท้า
3️⃣ เท้าวางราบกับพื้น ไม่ลอย
ช่วยให้กล้ามเนื้อขาและหลังไม่เกร็งค้าง
4️⃣ ข้อศอกตั้งฉาก 90 องศากับพื้น
เวลาพิมพ์งาน แขนควรวางบนโต๊ะโดยไม่ต้องยกไหล่
5️⃣ จอคอมอยู่ระดับสายตาพอดี
ไม่ต้องก้มคอหรือเงยหน้าเป็นเวลานาน
6️⃣ ลุกขยับทุก 30–45 นาที
แค่ลุกขึ้นยืดตัว หมุนไหล่ เดินไปดื่มน้ำ หรือเปลี่ยนท่าทางสัก 2–3 นาที ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อได้พัก
1. ท่ายืดคอ–บ่า (Neck Stretch)
เอียงคอช้า ๆ ไปข้างละ 10 วินาที ช่วยลดอาการตึงบ่า
2. ท่า Shoulder Roll
หมุนไหล่ไปข้างหน้า 10 รอบ แล้วหมุนกลับ 10 รอบ เพื่อคลายกล้ามเนื้อไหล่
3. ท่า Cat–Cow บนเก้าอี้
นั่งหลังตรง หายใจเข้าแอ่นหลัง หายใจออกโค้งหลังเบา ๆ ทำ 10 ครั้ง
4. ท่า Seated Twist
บิดตัวช้า ๆ ไปขวาและซ้าย ข้างละ 10 วินาที ช่วยคลายกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง
5. ท่า Hamstring Stretch
เหยียดขาไปข้างหน้า วางส้นเท้าบนพื้น แล้วโน้มตัวเบา ๆ จะช่วยลดการตึงของหลังและขา
ถ้าปรับท่านั่งแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางกายภาพบำบัดเพื่อตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจมีสาเหตุซ่อน เช่น:
กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือไม่สมดุล (Muscle imbalance)
หมอนรองกระดูกเสื่อมหรือกดเส้นประสาท
ข้อต่อสันหลังอักเสบจากการใช้งานมาก
การตรวจร่างกายและเอกซเรย์จะช่วยให้รู้สาเหตุที่แท้จริง และวางแผนรักษาได้ตรงจุดครับ
การนั่งทำงานนาน ๆ อาจดูเหมือนไม่ใช้แรง แต่ในความจริงแล้วมันคือ “ภาระต่อหลังที่ต่อเนื่องทั้งวัน”
ถ้าเราปรับท่านั่งให้ถูก ขยับตัวบ่อย ๆ และมีกล้ามเนื้อหลังที่แข็งแรง อาการปวดหลังเรื้อรังจะลดลงได้มาก
เพราะสุดท้ายแล้ว “หลังของเราไม่ต้องการให้หยุดพักทั้งวัน” — มันแค่อยากให้คุณขยับบ้างเท่านั้นเองครับ 💪
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดหลังได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #ออฟฟิศซินโดรม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังนั่งนาน #หมอนรองกระดูก #สุขภาพหลัง #ท่านั่งที่ถูกต้อง