
“หมอคะ เข่าข้างขวาบวมมาหลายวัน เจ็บตึง ๆ เดินลำบาก เพื่อนบอกให้ไปเจาะน้ำออกเดี๋ยวดีขึ้น มันจำเป็นต้องดูดออกจริง ๆ หรือคะ?”
เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากครับ
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคข้อเข่าเสื่อม ข้ออักเสบ หรือเคยบาดเจ็บมาก่อน
เวลาข้อเข่าบวม มักจะกังวลว่า “มีน้ำในข้อ” แล้วต้อง “ดูดออกทันที”
วันนี้หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า จริง ๆ แล้ว “น้ำในข้อ” คืออะไร?
และ เมื่อไหร่ถึงควรดูดน้ำออก?
ภายในข้อเข่าของเรามีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่เล็กน้อยตามปกติ
หมอเรียกว่าน้ำไขข้อ (Synovial fluid)
มีหน้าที่หล่อลื่นข้อ ช่วยให้กระดูกและกระดูกอ่อนเคลื่อนไหวได้ลื่น ไม่เสียดสีกัน
แต่เมื่อข้อเกิดการ อักเสบ บาดเจ็บ หรือเสื่อม
เยื่อบุข้อจะผลิตน้ำออกมามากผิดปกติ
ทำให้ข้อเข่าดู “บวม นูน ตึง” นั่นเองครับ
ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis)
ข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน (Rheumatoid arthritis / Gout)
การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเล่นกีฬา
การติดเชื้อในข้อ (Septic arthritis)
ข้อเข่าบวมโต เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอีกข้าง
รู้สึกตึง ๆ หรือเหมือนมีของเหลวอยู่ข้างใน
ปวดหรือเจ็บเวลาเดิน งอ หรือเหยียด
บางคนงอเข่าไม่สุด เหมือนมีอะไรขัดอยู่ข้างใน
ในรายที่รุนแรง อาจมีไข้ร่วมด้วย
แพทย์จะตรวจร่างกายและคลำบริเวณข้อเข่า
ถ้าพบว่ามีของเหลวสะสมมาก จะยืนยันด้วยการตรวจเพิ่มเติม เช่น
อัลตราซาวนด์ (Ultrasound knee) เพื่อดูปริมาณน้ำและตำแหน่ง
เอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูภาวะข้อเข่าเสื่อมหรือกระดูกผิดรูป
เจาะดูดน้ำออก (Joint aspiration) ทั้งเพื่อลดบวมและส่งตรวจหาสาเหตุ เช่น ตรวจกรดยูริก, ตรวจเชื้อแบคทีเรีย, หรือดูว่ามีเลือดปนหรือไม่
ไม่ใช่ว่าข้อเข่าบวมทุกเคสต้องดูดน้ำออกครับ
หมอจะพิจารณาตามกรณี ดังนี้
บวมมาก เดินลำบาก หรือปวดจนงอเข่าไม่ได้ การดูดน้ำออกช่วยลดแรงดันในข้อ ทำให้ปวดน้อยลงทันที
สงสัยติดเชื้อในข้อ (มีไข้ ปวดมาก) ต้องดูดน้ำไปตรวจเพื่อยืนยัน และรักษาโดยเร็ว
สงสัยเก๊าท์หรือข้ออักเสบจากภูมิแพ้ตัวเอง ต้องส่งตรวจผลน้ำในข้อหาผลึกกรดยูริกหรือเซลล์อักเสบ
ต้องการฉีดยาลดอักเสบเข้าข้ออย่างแม่นยำ หมอมักดูดน้ำออกก่อน แล้วค่อยฉีดยาเข้าไปแทน เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
น้ำในข้อมีปริมาณน้อย และอาการไม่มาก
ข้อเข่าบวมจากการใช้งานมากหรือข้อเสื่อมทั่วไป (ซึ่งมักยุบเองเมื่อพักและทำกายภาพ)
คนไข้กลัวเข็มหรือมีโรคร่วมบางอย่าง เช่น เกล็ดเลือดต่ำ ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
“น้ำในข้อ” เปรียบเหมือน “น้ำในกระบอกลูกสูบ”
ถ้ามีมากเกินไป ลูกสูบ (หรือข้อเข่า) จะตึงจนขยับไม่ได้
แต่ถ้าเอาน้ำออกในปริมาณพอดี และรักษาสาเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้น
ข้อเข่าจะกลับมาขยับได้ดีอีกครั้ง
การดูดน้ำออกจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
และถ้าทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้วยเทคนิคสะอาดปลอดเชื้อ
ถือว่าเป็นหัตถการที่ปลอดภัยมากครับ
พักข้อเข่า ชั่วคราว หลีกเลี่ยงการยืน เดิน หรืองอเข่านาน
ประคบเย็น ในช่วงแรกเพื่อลดบวม
ยาลดอักเสบ / ยาแก้ปวด ภายใต้คำแนะนำแพทย์
กายภาพบำบัด เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อ
ฉีดยาเข้าข้อเข่า เช่น สเตียรอยด์ลดอักเสบ หรือเจลน้ำหล่อข้อ (Hyaluronic acid)
ควบคุมน้ำหนักตัว เพราะทุกกิโลที่เกินจะเพิ่มแรงกดต่อข้อเข่าหลายเท่า
ส่วนใหญ่ “น้ำในข้อ” จากข้อเสื่อมหรืออักเสบทั่วไปจะดีขึ้นได้ภายใน 1–2 สัปดาห์
ถ้ารักษาสาเหตุถูกจุด เช่น ลดน้ำหนัก ทำกายภาพต่อเนื่อง และปรับท่าทางใช้งาน
จะช่วยป้องกันการกลับมาเกิดซ้ำได้
แต่ถ้ามีการติดเชื้อหรือข้ออักเสบจากภูมิคุ้มกัน
จะต้องรักษาและติดตามใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทางข้อและกระดูกครับ
“น้ำในข้อเข่า” คือของเหลวที่ร่างกายสร้างขึ้นมากเกินไปจากการอักเสบ
ไม่ใช่ทุกกรณีที่ต้อง “ดูดออก”
ควรดูดออกเมื่อบวมมาก เจ็บมาก หรือจำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุ
การรักษาหลักคือ ดูแลข้อให้ถูกวิธี ลดอักเสบ และฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบเข่า
สรุปสั้นที่สุด:
“ข้อเข่าบวมจากน้ำในข้อ บางคนแค่พักกับกายภาพก็หาย แต่ถ้าบวมมากหรือสงสัยติดเชื้อ ควรให้แพทย์ดูดน้ำออกเพื่อตรวจและลดแรงดันในข้อครับ”
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นหรือข้อบวมซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
สามารถปรึกษาปัญหาข้อเข่า ปวดบวม หรือน้ำในข้อเข่าได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#ข้อเข่าบวม #น้ำในข้อเข่า #เจาะน้ำในเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #ข้อเข่าอักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษาโดยไม่ผ่าตัด