
“หมอคะ มือข้างขวาชาบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ตื่นมาทีไรต้องสะบัดมือถึงจะดีขึ้น… ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อมือด้านโคนนิ้วโป้งเริ่มยุบลง มันอันตรายไหมคะ?”
อาการ “มือชา” โดยเฉพาะบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป
หลายคนคิดว่าแค่เมื่อยหรือเลือดไม่เดิน แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นภาวะที่เรียกว่า
👉 “พังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ” หรือ Carpal Tunnel Syndrome (CTS)
ถ้าปล่อยไว้นาน เส้นประสาทถูกกดมากขึ้น
กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งจะเริ่ม “ฝ่อลีบ” และอาจ “หยิบของไม่ถนัด” ได้ครับ
ที่บริเวณข้อมือด้านฝ่ามือของเรามี “อุโมงค์เล็ก ๆ” ที่เรียกว่า Carpal Tunnel
ภายในมีเส้นประสาทสำคัญชื่อว่า Median Nerve
ทำหน้าที่รับความรู้สึกของนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
เมื่อมีพังผืดหรือเยื่อรอบเส้นเอ็นหนาตัวจากการใช้งานซ้ำ ๆ
เช่น พิมพ์คอมพ์ ใช้มือถือ หรือทำงานบ้าน
เส้นประสาทที่อยู่ในอุโมงค์นี้จะถูก “กดทับ”
เกิดอาการ “ชา ปวด หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ” ตามมา
ใช้งานมือซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น พิมพ์คอมพ์ เล่นมือถือ จับเมาส์
อาชีพที่ต้องใช้ข้อมือบ่อย เช่น ช่างเสริมสวย ช่างตัดเย็บ ทำครัว
โรคเบาหวาน หรือไทรอยด์ ซึ่งทำให้เส้นประสาทบวมหรือหนา
การตั้งครรภ์ หรือมีฮอร์โมนเปลี่ยน ทำให้เนื้อเยื่อบวม
ผู้หญิงวัย 40–60 ปี พบมากกว่าผู้ชาย
ชาที่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง บางคนรู้สึกเหมือนมดไต่
มักเป็นตอนกลางคืน หรือเวลาขับรถ ใช้โทรศัพท์
ต้อง “สะบัดมือ” แล้วอาการถึงจะดีขึ้น
ปวดข้อมือร้าวไปถึงแขนหรือข้อศอก
ถือของหรือหยิบของเล็ก ๆ แล้วหลุดมือ
ระยะรุนแรงจะเริ่มเห็น “กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งลีบ”
กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้ง (Thenar eminence) ยุบลง
ทดสอบโดย “เคาะข้อมือ (Tinel’s test)” แล้วรู้สึกชาร้าวขึ้นนิ้ว
“ก้มข้อมือ (Phalen’s test)” นาน 1 นาที แล้วรู้สึกชามากขึ้น
ในบางราย ถ่ายภาพ อัลตราซาวนด์ (Ultrasound wrist) เห็นเส้นประสาทบวม และพังผืดหนาที่รัดเส้น
การตรวจไฟฟ้าเส้นประสาท (Nerve conduction study - NCS) ใช้ยืนยันว่าการนำกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาทช้าลงจริง
อัลตราซาวนด์ข้อมือ ดูความหนาของเส้นประสาทและพังผืด
ช่วยแยกว่าเป็น Carpal Tunnel จริง หรือมาจากเส้นประสาทที่คอ (Cervical radiculopathy)
พักการใช้งานมือ ลดกิจกรรมที่ก้มข้อมือบ่อย
ใส่เฝือกข้อมือ (Wrist splint) ตอนนอน ช่วยให้ข้อมืออยู่ในท่าตรง
ยาลดอักเสบและวิตามินบี (B1, B6, B12) บำรุงเส้นประสาท
ฉีดยาลดอักเสบเข้าฝ่ามือ (Steroid injection) ใช้ลดการบวมของเส้นประสาท ปัจจุบันนิยมฉีดแบบ Ultrasound-guided injection เพื่อความแม่นยำ
ผ่าตัดคลายพังผืด (Carpal Tunnel Release) ใช้ในรายที่เส้นประสาทถูกกดรุนแรง หรือกล้ามเนื้อลีบแล้ว ผ่าตัดแผลเล็ก ใช้เวลาไม่นาน ฟื้นตัวภายใน 1–2 สัปดาห์
ถ้าเส้นประสาทถูกกดไม่เกิน 6 เดือน กล้ามเนื้อจะฟื้นกลับมาได้ดี
แต่ถ้าถูกกดนานเป็นปี กล้ามเนื้อบางส่วนอาจฝ่อถาวร
ดังนั้น “ยิ่งรักษาเร็ว เส้นประสาทยิ่งฟื้นได้ไว” ครับ
พักมือทุก 30 นาที หากทำงานใช้คอต่อเนื่อง
ยืดข้อมือและนิ้วมือวันละ 2–3 รอบ
ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดที่เหมาะกับสรีระ
หลีกเลี่ยงการก้มงอข้อมือนาน ๆ
ออกกำลังเสริมกล้ามเนื้อฝ่ามือและปลายแขน
อาการ “มือชา” ที่เกิดซ้ำ ๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไม่ใช่เรื่องเล็ก
ถ้าเริ่มมี “กล้ามเนื้อมือลีบ” แปลว่าเส้นประสาทถูกกดมานานแล้ว
ควรรีบตรวจและรักษา ไม่ควรรอให้ชาเพิ่ม เพราะเส้นประสาทจะฟื้นตัวยากครับ
มือชา โดยเฉพาะนิ้วโป้ง–นิ้วชี้–นิ้วกลาง มักเกิดจาก “พังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ”
ถ้าปล่อยไว้นาน เส้นประสาทถูกกดมากขึ้น → กล้ามเนื้อมือฝ่อลีบ
รักษาได้ด้วยการพักมือ ใส่เฝือก ฉีดยา หรือผ่าตัดคลายพังผืด
ยิ่งรักษาเร็ว เส้นประสาทยิ่งฟื้นดี
พูดให้ง่ายที่สุด:
“มือชาบ่อย อย่าสะบัดมือทิ้งทุกวัน เพราะนั่นคือสัญญาณว่ามีเส้นประสาทกำลังถูกกด และมันอาจไม่ฟื้นกลับมาได้เหมือนเดิมครับ”
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการชามือ ปวดข้อมือ หรือกล้ามเนื้อมือลีบ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
สามารถปรึกษาอาการปวดชา ข้อมือ หรือเส้นประสาทกดทับได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#มือชา #พังผืดรัดเส้นประสาทข้อมือ #CarpalTunnelSyndrome #ชามือกลางคืน #กล้ามเนื้อมือลีบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดข้อมือ