“หมอครับ ลูกสาวอายุ 13 ปี เล่นเทนนิส พอซ้อมหนัก ๆ จะปวดใต้เข่าทุกครั้ง ต้องใช้สายรัดไว้ถึงจะพอซ้อมได้ แบบนี้อันตรายไหมครับ?”
นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากจากคุณพ่อคุณแม่ของนักกีฬาวัยรุ่น และคำตอบคือ —
อาการปวดใต้เข่าในเด็กนักกีฬามักเกิดจากภาวะที่เรียกว่า ‘Osgood–Schlatter disease’ หรือกระดูกหน้าแข้งอักเสบจากแรงดึงของเอ็นสะบ้า ครับ
ภาวะนี้มักเกิดใน “เด็กวัยกำลังโต” โดยเฉพาะช่วงอายุ 10–15 ปี ที่กระดูกและกล้ามเนื้อยังเจริญไม่เต็มที่
เวลาเล่นกีฬา เช่น เทนนิส ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือกรีฑา ที่ต้องวิ่ง กระโดด หรือย่อตัวบ่อย ๆ กล้ามเนื้อหน้าขาจะดึงแรงมากที่ “จุดเกาะของเอ็นสะบ้า” ซึ่งอยู่ใต้กระดูกสะบ้า (ปุ่มกระดูกหน้าแข้งหรือตำแหน่งที่เรียกว่า tibial tubercle)
เมื่อถูกดึงซ้ำ ๆ บ่อย ๆ กระดูกบริเวณนี้ซึ่งยังเป็นกระดูกอ่อน จะเกิดการอักเสบ ทำให้ ปวดบวมตรงใต้เข่า โดยเฉพาะเวลาวิ่ง กระโดด หรือลงน้ำหนักแรง ๆ ครับ
เด็กวัยรุ่นที่เล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกซ้ำ ๆ เช่น เทนนิส ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล หรือวิ่ง
เด็กที่เพิ่งเปลี่ยนชนิดกีฬา เช่น จากว่ายน้ำ (แรงกระแทกน้อย) มาเป็นเทนนิส (แรงกระแทกสูง)
เด็กที่กล้ามเนื้อหน้าขาตึง หรือกล้ามเนื้อสะโพก–ต้นขายังไม่แข็งแรงพอ
เด็กที่ฝึกซ้อมหนักโดยไม่พักเพียงพอ
ปวดบวมเฉพาะจุดใต้เข่า (ตรงกระดูกหน้าแข้งด้านบน)
ปวดมากขึ้นเมื่อวิ่ง กระโดด หรือนั่งย่อตัว
กดแล้วเจ็บ และอาจคลำได้ “ก้อนแข็ง ๆ” ใต้เข่าหลังเป็นมาระยะหนึ่ง
ปวดเฉพาะข้าง (บางคนอาจเป็นสองข้างพร้อมกัน)
หมอมักวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและซักประวัติ ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ทุกราย
แต่ถ้าอาการเรื้อรัง หรือมีบวมมากผิดปกติ อาจทำ X-ray เพื่อแยกโรคอื่น เช่น กระดูกแตก หรือเอ็นบาดเจ็บ
ภาวะนี้เป็นภาวะชั่วคราวและจะหายได้เองเมื่อกระดูกโตเต็มที่
แต่สิ่งสำคัญคือการ ควบคุมอาการและลดแรงกระแทก เพื่อไม่ให้ปวดจนซ้อมต่อไม่ได้
งดกิจกรรมที่มีแรงกระแทกมาก เช่น วิ่ง กระโดด หรือเปลี่ยนทิศเร็ว ๆ
ช่วงที่ปวดมาก ควรพักจนปวดน้อยลงก่อนกลับไปฝึก
กล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงจะเพิ่มแรงดึงบนเอ็นใต้เข่า
ท่ายืดง่าย ๆ เช่น ยืนจับข้อเท้าด้านหลัง ดึงเท้าเข้าหาก้น ค้างไว้ 20–30 วินาที ทำวันละหลายครั้ง
ช่วยลดแรงดึงของเอ็นสะบ้าได้จริง
ใช้เฉพาะตอนฝึกซ้อมและอย่ารัดแน่นเกินไป
ฝึกยืดกล้ามเนื้อหน้าขา–หลังขา–น่องทุกวัน
เสริมกล้ามเนื้อขาและสะโพกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
หลีกเลี่ยงการเพิ่มความหนักของการฝึกซ้อมเกิน 10% ต่อสัปดาห์
สวมรองเท้ากีฬาและพื้นสนามที่ซับแรงกระแทกได้ดี
พักให้เพียงพอ เพราะร่างกายวัยรุ่นต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
ข่าวดีคือ ภาวะนี้มักดีขึ้นเองภายใน 6–12 เดือน เมื่อกระดูกหน้าแข้งโตเต็มที่
อาจยังมีก้อนเล็ก ๆ ใต้เข่าเหลืออยู่ แต่จะไม่ปวดอีกและสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้เต็มที่ครับ
อาการปวดใต้เข่าในเด็กนักกีฬาไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่เป็น “สัญญาณเตือน” ว่าร่างกายกำลังรับภาระมากเกินไป
อย่ารีบฝืนซ้อม เพราะถ้าฝึกหนักกว่าที่กล้ามเนื้อสร้างตัวได้ทัน จะยิ่งบาดเจ็บเรื้อรังและฟื้นตัวยากขึ้นครับ
หมออยากให้ผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องการพักและการยืดกล้ามเนื้อทุกวัน เพราะร่างกายของนักกีฬาวัยรุ่น “กำลังโต” และยังสร้างความแข็งแรงได้อีกมากในระยะยาวครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดหลัง–ปวดเข่าได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเข่า #นักกีฬาเยาวชน #OsgoodSchlatter #หมอนรองกระดูกเข่า #สุขภาพเข่า
