
“หมอคะ ปวดสะบักเรื้อรังมานานแล้ว ไปนวดก็หายชั่วคราว พอทำงานนั่งหน้าคอมทั้งวันก็กลับมาปวดอีก... มันเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกคอจริงไหมคะ?”
หลายคนเข้าใจว่าอาการ “ปวดสะบัก” เป็นเรื่องของกล้ามเนื้อที่ตึง
แต่ในความจริงแล้ว คนไข้จำนวนมากที่มาด้วยอาการปวดสะบักเรื้อรัง
ตรวจพบว่าต้นเหตุอยู่ที่ หมอนรองกระดูกคอเสื่อมและกดทับเส้นประสาท
เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อสะบักนั้น “ออกมาจากกระดูกคอ” โดยตรง
วันนี้เรามาเข้าใจความเชื่อมโยงของอาการนี้ให้ชัดเจนกันครับ
เส้นประสาทที่ออกจากกระดูกคอ โดยเฉพาะ ระดับ C5–C7
มีหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อรอบสะบักและหัวไหล่ เช่น
กล้ามเนื้อ levator scapulae (ยกสะบัก)
กล้ามเนื้อ rhomboid (ดึงสะบักเข้าด้านใน)
กล้ามเนื้อ trapezius (พยุงคอและหัวไหล่)
เมื่อหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ปลิ้น หรือมีการกดทับเส้นประสาทบริเวณนี้
สัญญาณปวดจะส่งต่อไปยังบริเวณที่เส้นนั้นไปเลี้ยง
จึงเกิดอาการ “ปวดสะบัก” แม้ว่าต้นเหตุจริงจะอยู่ที่กระดูกคอ
หมอนรองกระดูกคอเสื่อม → หมอนรองกระดูกยุบหรือปลิ้นออก
กดทับเส้นประสาท C5–C7 → เส้นประสาทถูกระคายเคือง
เส้นประสาทส่งสัญญาณปวดไปยังกล้ามเนื้อสะบัก
กล้ามเนื้อรอบสะบักตึงและอักเสบตามมา
ผลคือ “ปวดสะบัก” ที่ดูเหมือนกล้ามเนื้ออักเสบทั่วไป
แต่จริง ๆ แล้วเป็นการ “ปวดจากเส้นประสาทที่ต้นคอ”
ปวดสะบักข้างเดียวเรื้อรัง
ปวดร้าวจากต้นคอไปสะบัก หรือจากสะบักขึ้นคอ
ปวดจี๊ดหรือแปลบเวลาหันคอ หรือยกแขน
บางครั้งมี “ชา” หรือ “อ่อนแรง” บริเวณหัวไหล่ แขน หรือนิ้วมือ
นวดแล้วดีขึ้นชั่วคราว แต่กลับมาปวดซ้ำเดิม
ปวดมากขึ้นหลังนั่งทำงานนาน ๆ หรือก้มคอนาน ๆ
อาการแบบนี้มักจะไม่ใช่กล้ามเนื้อธรรมดา แต่คือ “เส้นประสาทถูกกด” ครับ
ปวดเฉพาะจุด
ไม่มีอาการร้าวหรือชา
พักหรือนวดแล้วดีขึ้นชัดเจนภายใน 3–5 วัน
ปวดร้าวจากคอไปสะบัก หรือสะบักไปแขน
อาการเรื้อรังเกิน 2–3 สัปดาห์
มือชา แขนอ่อนแรง หรือยกแขนแล้วปวดมากขึ้น
นวดแล้วไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นแค่ชั่วคราว
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น
ทดสอบแรงแขน
ตรวจอาการชาและแนวร้าวของเส้นประสาท
ถ้าสงสัยว่าเส้นประสาทถูกกด มักจะส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น
เอกซเรย์คอ (X-ray) → ดูแนวกระดูกคอและช่องหมอนรองกระดูก
MRI กระดูกคอ (Cervical MRI) → เห็นภาพชัดว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นหรือกดเส้นตรงไหน
ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
หลีกเลี่ยงการก้มคอนาน
นั่งให้หลังตรง จัดโต๊ะทำงานให้อยู่ระดับสายตา
ใช้หมอนขนาดพอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
ฝึกยืดและเสริมกล้ามเนื้อคอ-สะบัก
ใช้เครื่องอัลตราซาวนด์หรือลดอักเสบด้วยเลเซอร์
ฝึกยืดคอ (traction) เพื่อลดแรงกดเส้นประสาท
ยาคลายกล้ามเนื้อและยาลดอักเสบ (NSAIDs)
ยาบำรุงเส้นประสาท (Vitamin B1, B6, B12)
ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณา ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด ด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์นำทาง เพื่อให้เข้าตรงตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกกด
หยุดพักและขยับคอทุก 30 นาที
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อสะบักและหลังส่วนบน
ยืดกล้ามเนื้อคอช้า ๆ วันละ 5–10 นาที
ปรับจอคอมให้อยู่ระดับสายตา
หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงคอพับ
“ปวดสะบัก” ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบเสมอไป
ถ้าเป็นซ้ำ ๆ หรือมีอาการร้าวลงแขนร่วมด้วย
อย่ามัวแต่นวดหรือทายา — เพราะต้นเหตุอาจอยู่ที่ “กระดูกคอ”
ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งรักษาได้ง่ายโดยไม่ต้องผ่าตัด
ปวดสะบักเรื้อรัง อาจเกิดจากเส้นประสาทคอถูกกดจากหมอนรองกระดูกเสื่อม
อาการมักร้าวจากคอไปสะบัก หรือสะบักไปแขน
รักษาได้ด้วยการปรับท่าทาง กายภาพ และฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด
ถ้าชาหรือแขนอ่อนแรง ควรรีบตรวจ MRI
พูดให้ง่ายที่สุด:
“ปวดสะบักซ้ำ ๆ เหมือนเดิม นวดไม่หาย — อย่ามองข้าม เพราะอาจไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้อ แต่อยู่ที่เส้นประสาทจากกระดูกคอครับ”
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการปวดสะบักเรื้อรัง หรือปวดร้าวลงแขน ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
สามารถปรึกษาปัญหาปวดคอ ปวดสะบัก หรือหมอนรองกระดูกคอเสื่อมได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#ปวดสะบัก #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #ปวดคอร้าวลงแขน #ชามือ #ปวดบ่า #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดสะบักเรื้อรัง