“หมอครับ ช่วงนี้ปวดหลังบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลายกของหรือเดินนาน ๆ หมอบอกว่ากระดูกพรุน มันเกี่ยวกันไหมครับ?”
เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากจากผู้ป่วยวัย 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
และคำตอบคือ... “เกี่ยวกันโดยตรงครับ”
โรคกระดูกพรุนเป็นอีกสาเหตุสำคัญของอาการปวดหลังเรื้อรัง ที่หลายคนมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว
กระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่กระดูกของเรามี “ความหนาแน่นลดลง” และโครงสร้างภายในกระดูกบางลง ทำให้กระดูกเปราะและแตกหักได้ง่าย แม้จะได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น เดินสะดุด ลื่นล้ม หรือแม้แต่ “ไอแรง ๆ” ก็อาจทำให้กระดูกหักได้ครับ
โดยเฉพาะ “กระดูกสันหลัง” ซึ่งเป็นกระดูกที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายทุกวัน จะเป็นตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
1️⃣ กระดูกสันหลังยุบตัวจากความเปราะบาง
เมื่อกระดูกพรุนมาก โครงสร้างภายในของกระดูกสันหลังจะบางลงจนเกิด “การยุบตัว” (Compression fracture) โดยไม่รู้ตัว
บางคนไม่ได้ล้มหรือกระแทกใด ๆ แต่จู่ ๆ ปวดหลังเฉียบพลัน รู้สึกเหมือนมีอะไรหักในหลัง นั่นอาจเป็น “กระดูกสันหลังยุบ” จากภาวะกระดูกพรุนครับ
2️⃣ แนวกระดูกสันหลังค่อย ๆ ค่อม (Spinal deformity)
เมื่อกระดูกหลังหลายข้อยุบลงพร้อมกัน จะทำให้หลังโค้งงอมากขึ้น ร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนบนและคอพยุงตัวตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการปวดตึงเรื้อรัง
3️⃣ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นรอบกระดูกหลังทำงานหนักขึ้น
ในคนที่หลังค่อมหรือเสียสมดุล กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานชดเชยตลอดเวลา ทำให้ปวดล้า โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือเย็น
ปวดหลังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
ปวดมากเวลายืน เดิน หรือนั่งนาน ๆ
หลังเริ่มค่อมหรือเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด
ปวดเฉียบพลันบริเวณกลางหลังหรือเอวหลังจาก “ไอ” หรือ “ลื่นนิดเดียว”
ในบางรายอาจมีอาการร้าวรอบชายโครงหรือต้นขา (จากกระดูกยุบบางข้อ)
ถ้ามีอาการเหล่านี้ หมอแนะนำให้ตรวจวัดมวลกระดูก (DEXA scan) เพื่อยืนยันการวินิจฉัยครับ
1️⃣ เอกซเรย์ (X-ray) — ใช้ดูว่ากระดูกสันหลังบางข้อยุบหรือไม่
2️⃣ การตรวจวัดมวลกระดูก (DEXA scan) — เป็นการตรวจมาตรฐานเพื่อดูระดับความหนาแน่นของกระดูก (Bone density)
3️⃣ ตรวจเลือดบางรายการ เพื่อดูความสมดุลของแคลเซียม วิตามินดี และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง
การรักษามี 3 แนวทางหลัก คือ การเสริมสารอาหาร การใช้ยา และการฟื้นฟูร่างกาย
รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ นม ถั่ว เต้าหู้
เสริมวิตามินดี เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น (แสงแดดตอนเช้า 15 นาทีช่วยได้ดีมาก)
หมออาจให้ยาตามสภาพของกระดูก เช่น
ยาชะลอการสลายของกระดูก (Bisphosphonate, Denosumab)
ยากระตุ้นการสร้างกระดูก (Teriparatide, Romosozumab)
กายภาพบำบัดช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง
ฝึกยืดหลังและออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน ว่ายน้ำ โยคะ
ใช้ “เสื้อพยุงหลัง (Back brace)” ในบางรายที่หลังค่อมหรือปวดมาก เพื่อลดแรงกดที่กระดูกหลัง
หากรักษาและฟื้นฟูได้ถูกวิธี ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องทนปวดหลังเรื้อรัง
สิ่งสำคัญคือ “การตรวจและเริ่มรักษาแต่เนิ่น ๆ” ก่อนที่กระดูกจะบางมากจนเกิดการยุบหรือหักครับ
โรคกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำให้กระดูกหลังอ่อนแรงลงทุกวัน
อาการปวดหลังอาจเป็นเพียงสัญญาณแรกที่ร่างกายกำลังส่งมาเตือนเรา
อย่ารอให้กระดูกหักก่อนถึงจะเริ่มดูแล — ตรวจสุขภาพกระดูกทุกปี ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และรับแคลเซียมอย่างเพียงพอ
เพราะ “หลังที่แข็งแรง” คือพื้นฐานของชีวิตที่มีคุณภาพครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดหลังได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#กระดูกพรุน #ปวดหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกสันหลังยุบ #สุขภาพหลัง #ภาวะกระดูกพรุน #กายภาพบำบัด
