🧠 ปวดหลังเอียง ร้าวลงขา — ระวัง “กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม (Degenerative Scoliosis)” ไม่ใช่แค่หลังเสื่อมธรรมดา!

“หมอครับ ช่วงนี้ปวดหลังมาก โดยเฉพาะเวลายืนนาน ๆ รู้สึกเหมือนหลังเอียงไปข้างหนึ่ง แล้วก็มีอาการปวดร้าวลงขาด้วย”

เสียงจากคุณอร วัย 62 ปี ที่มาหาหมอพร้อมอาการปวดหลังเรื้อรัง และสังเกตว่าท่าทางเริ่มเอียงไปทางซ้ายโดยไม่รู้ตัว

หลายคนอาจคิดว่า “อายุเยอะหลังเสื่อมเป็นเรื่องปกติ” แต่จริง ๆ แล้วอาการปวดหลังเอียงและร้าวลงขาแบบนี้อาจเกิดจาก “กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม” (Degenerative scoliosis) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยเกษียณครับ

🦴 กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อมคืออะไร?

โดยปกติแนวกระดูกสันหลังของเราจะตรงเมื่อมองจากด้านหลัง  แต่ในภาวะนี้ กระดูกจะค่อย ๆ “คดงอ” ไปด้านใดด้านหนึ่ง เนื่องจาก หมอนรองกระดูกเสื่อมไม่เท่ากัน หรือ กระดูกสันหลังทรุดตัวไม่สมดุล

ต่างจากกระดูกคดที่เป็นตั้งแต่วัยรุ่น (Idiopathic scoliosis) เพราะชนิดนี้เกิด “ภายหลัง” จากความเสื่อมและแรงกดในชีวิตประจำวัน เช่น ยืน เดิน หรือนั่งนาน

⚙️ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้

  1. หมอนรองกระดูกเสื่อมไม่เท่ากัน ทำให้แนวกระดูกสันหลังเอียง

  2. ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม (Facet joint degeneration) ส่งผลให้การพยุงไม่สมดุล

  3. กระดูกพรุน ทำให้กระดูกบางชิ้นยุบตัว เกิดความโค้งงอผิดรูป

  4. กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง จากการไม่ออกกำลังกาย ทำให้กระดูกทรุดและคดมากขึ้น

เมื่อแนวกระดูกเปลี่ยน อาจเกิดแรงกดที่ “ช่องกระดูกสันหลัง” และ “เส้นประสาท” จนเกิดอาการปวดหลังและร้าวลงขาครับ

🤕 อาการที่พบบ่อย

  • ปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลายืนนานหรือเดินนาน

  • รู้สึกว่าหลังเอียงหรือร่างกายทรงตัวไม่เท่ากัน

  • ปวดร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรงจากเส้นประสาทถูกกด

  • ยืนนานแล้วต้องนั่งพักจึงหายปวด (ลักษณะของโรคเส้นประสาทถูกกดจากหลังเสื่อม)

  • ในบางรายจะสังเกตได้ว่าความสูงลดลง หรือรูปร่างดูงอมากขึ้น

🔍 การตรวจวินิจฉัย

  1. ตรวจร่างกายและท่าทาง — หมอจะดูแนวกระดูกสันหลัง ความเอียงของลำตัว และสมดุลขณะยืน

  2. เอกซเรย์กระดูกสันหลัง (X-ray spine) — เพื่อวัดมุมคดของกระดูก (Cobb’s angle) และดูว่ามีการเสื่อมหรือทรุดของกระดูกหรือไม่

  3. MRI กระดูกสันหลัง — ช่วยดูหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และภาวะตีบของช่องกระดูกสันหลัง

💊 การรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับระดับความคดของกระดูกและอาการของผู้ป่วยครับ

1.

กรณีอาการไม่รุนแรง (ส่วนใหญ่)

  • ใช้ยาแก้ปวดและยาแก้อักเสบเพื่อลดอาการเฉียบพลัน

  • ทำกายภาพบำบัด เน้นเสริมกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง และสะโพก เพื่อพยุงแนวกระดูกให้มั่นคง

  • ปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการยืนนาน นั่งหลังค่อม หรือยกของหนัก

  • ใช้เข็มขัดพยุงหลังในช่วงอาการมาก

  • การฉีดยาเข้าช่องกระดูกสันหลัง (Epidural steroid injection) เพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาทในกรณีที่ปวดร้าวลงขา

2.

กรณีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน

หากกระดูกคดมากจนทรงตัวไม่ได้ หรือมีเส้นประสาทถูกกดรุนแรงจนขาอ่อนแรง เดินลำบาก อาจจำเป็นต้องพิจารณา ผ่าตัดจัดแนวกระดูกและยึดตรึง (Spinal fusion with instrumentation)

ปัจจุบันเทคนิคผ่าตัดมีความปลอดภัยสูงมาก ใช้แผลเล็กและระบบนำทางคอมพิวเตอร์ช่วย ลดระยะพักฟื้นและฟื้นตัวเร็วขึ้น

🧠 หมออยากบอกว่า…

“กระดูกสันหลังคดจากความเสื่อม” ไม่ใช่เรื่องของรูปร่างเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณว่ากระดูกและหมอนรองกระดูกเริ่มเสียสมดุล และอาจกดเส้นประสาทได้

ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ถ้ารู้เร็วและดูแลถูกวิธี โดยเฉพาะการออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องอย่างสม่ำเสมอ

แต่ถ้ามีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรง — ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง เพื่อประเมินว่ามีการกดทับเส้นประสาทรุนแรงหรือไม่ และเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ

✅ วิธีดูแลหลังในผู้ที่มีภาวะหลังคดเสื่อม

  • เดินหรือว่ายน้ำสม่ำเสมอ เพื่อเสริมกล้ามเนื้อ

  • หลีกเลี่ยงการนั่งนาน ๆ หรือยกของหนัก

  • นอนบนที่นอนแน่นปานกลาง ไม่ยวบเกินไป

  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม

  • ตรวจเอกซเรย์ติดตามทุก 6–12 เดือน หากมีแนวโน้มคดเพิ่มขึ้น

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกสันหลังคด #DegenerativeScoliosis #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #OrthopedicCare #ปวดหลัง #หลังเสื่อม #กายภาพหลัง