
"คุณหมอครับ เวลาผมเวียนหัวหรือตึงคอ ผมชอบหมุนคอเป็นวงกลมเร็ว ๆ ให้มันดังก๊อก! รู้สึกว่ามันโล่งดีครับ แต่พักหลังทำแล้วเหมือนจะวูบ ๆ แถมปวดคอกว่าเดิม สรุปแล้วท่านี้มันช่วยได้จริงไหมครับ หรือผมทำผิดวิธี?"
เป็นคำถามที่ยอดเยี่ยมและสำคัญมากครับ! เพราะภาพที่เราเห็นคนทั่วไปทำกันจนชินตา คือการยืนบิดขี้เกียจแล้ว "หมุนคอติ้ว ๆ เป็นวงกลม 360 องศา" เหมือนพัดลมหมุนส่าย
หมอขอตอบตรงนี้ชัด ๆ ด้วยความเป็นห่วงเลยครับว่า "หยุดทำเดี๋ยวนี้ครับ!"
โดยเฉพาะในคนที่มีอาการ "เวียนหัว" หรือมีภาวะ "กระดูกคอเสื่อม" แฝงอยู่ การหมุนคอ 360 องศา ไม่ใช่การบริหาร แต่เป็นการ "ทำลาย" โครงสร้างคอ และอาจเสี่ยงอันตรายถึงขั้นวูบหมดสติได้เลยครับ วันนี้หมอจะมาอธิบายเหตุผลทางการแพทย์ให้ฟังครับ
ธรรมชาติของกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Spine) ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหวแบบ "วงกลม" เหมือนลูกปืนในล้อรถนะครับ แต่มันถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหวใน "แนวระนาบ" คือ ก้ม-เงย, หันซ้าย-ขวา และ เอียงหูชิดไหล่ เท่านั้น
การฝืนหมุนคอเป็นวงกลม 360 องศา จะเกิดผลเสียรุนแรง 3 ข้อ ดังนี้ครับ:
1. "บด" ข้อต่อกระดูก (Facet Joint Grinding): ลองจินตนาการถึงหินสองก้อนที่วางซ้อนกัน แล้วเราเอามือไปบดขยี้มันวนไปมาครับ... ข้อต่อเล็ก ๆ หลังคอของเราก็โดนแบบนั้นเลย การหมุนคอจะเพิ่มแรงเสียดสีที่ผิวข้อต่ออย่างรุนแรง ทำให้ข้ออักเสบ เร่งให้กระดูกเสื่อมเร็วขึ้น และหินปูนงอกเร็วขึ้นครับ
2. "บีบ" หลอดเลือดเลี้ยงสมอง (Vertebral Artery Compression): ข้อนี้อันตรายที่สุดสำหรับคนเวียนหัว! ธรรมชาติของมนุษย์จะมี "หลอดเลือดแดง" เส้นสำคัญ ร้อยผ่านรูข้างกระดูกคอเพื่อขึ้นไปเลี้ยงสมองส่วนหลัง (ส่วนควบคุมการทรงตัว) การที่เรา "เงยหน้าพร้อมกับบิดคอ" (ท่าหมุนคอด้านหลัง) จะเป็นท่าที่ "ปิดก๊อกน้ำ" หรือบีบหลอดเลือดเส้นนี้ให้ตีบแคบลงทันที
ในคนปกติ อาจแค่รู้สึกหน้ามืดนิดหน่อย
แต่ในคนกระดูกคอเสื่อม: ที่มีหินปูนเกาะ หรือหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น การทำท่านี้อาจทำให้เลือดหยุดไหลไปเลี้ยงสมองชั่วคราว จนเกิดอาการ วูบ, บ้านหมุนรุนแรง หรือ Stroke (อัมพาต) ได้เลยครับ
3. "ทำร้าย" หมอนรองกระดูก: แรงเหวี่ยงจากการหมุนคอ จะทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับแรงบิด (Torque) มหาศาล เสี่ยงทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทได้ง่ายขึ้น
หลายคนติดนิสัยชอบหักคอ หรือหมุนคอให้ดัง ก๊อก! เพราะรู้สึกว่า "เส้นมันคลาย" หรือ "กระดูกมันเข้าที่"
ความจริงคือ... เสียงนั้นเกิดจาก "ฟองอากาศ" ในน้ำไขข้อแตกออกครับ (Cavitation) พอมันแตก เราจะรู้สึกโล่งวูบหนึ่งเพราะแรงดันในข้อลดลง และมีการหลั่งสารแก้ปวดในสมอง (Endorphin) ออกมานิดหน่อย เราเลยรู้สึกฟิน
แต่มันเป็นความสบายที่แลกมาด้วยความหายนะครับ! เพราะยิ่งทำ ข้อต่อยิ่งหลวม เอ็นยิ่งยืด ยิ่งทำใ้ห้คอไม่มั่นคง และนำไปสู่โรคกระดูกคอเสื่อมในระยะยาว
ถ้าคุณมีอาการเวียนหัว หรือปวดตึงคอ ให้เลิกหมุนคอแบบใบพัด แล้วเปลี่ยนมาใช้ "ท่าบริหาร 4 ทิศ" แบบนุ่มนวลแทนครับ ทำช้า ๆ ไม่ต้องกระชาก:
ก้มหน้า: ค่อย ๆ ก้มหน้าให้คางชิดอก รู้สึกตึงที่ท้ายทอย นับค้างไว้ 1-10
เงยหน้า: เงยหน้าขึ้นมองเพดาน (แค่พอตึง อย่าแหงนจนสุด ถ้ารู้สึกมึนให้หยุดทันที) นับค้างไว้ 1-10
หันซ้าย-ขวา: หันหน้าไปทางไหล่ซ้ายช้า ๆ จนสุด นับ 1-10 แล้วสลับไปขวา
เอียงคอ: เอียงหูซ้ายไปหาไหล่ซ้าย (หน้ามองตรง ไม่บิดหน้า) เอามือช่วยกดเบา ๆ ได้ นับ 1-10 แล้วสลับข้าง
เคล็ดลับสำคัญ:
"ทำทีละทิศทาง": ห้ามทำผสมกัน (เช่น ห้ามเงยหน้าพร้อมกับหันข้าง)
"ลืมตาเสมอ": ขณะบริหารคอ ให้ลืมตาไว้ เพื่อให้สายตาช่วยจับภาพ ป้องกันอาการเวียนหัว
"ช้าเข้าไว้": ยิ่งทำเร็ว ยิ่งเวียนหัวครับ
สำหรับคนที่มีภาวะกระดูกคอเสื่อม หรือมีอาการเวียนหัวบ้านหมุน การดูแลคอต้องทำอย่างทะนุถนอมที่สุดครับ
การหมุนคอ 360 องศา "ไม่ได้ช่วยรักษา" แต่อาจจะเป็นตัวกระตุ้นให้คุณวูบลงไปกองกับพื้น หรือทำให้กระดูกคอเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม
เปลี่ยนจากความรุนแรง มาเป็นการยืดเหยียดช้า ๆ นุ่มนวล นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีกว่า และเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้สะดวกกว่าครับ
รักคอ... อย่าหมุนคอเล่นนะครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng
#หมุนคออันตราย #บริหารคอผิดวิธี #กระดูกคอเสื่อม #เวียนหัว #บ้านหมุน #วูบ #กายภาพบำบัดคอ #ห้ามหักคอ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #VertebralArtery