✋ นิ้วก้อยมือขวาชา…หมอฉีดยาแล้วทำไมยังไม่หาย? ระวัง! อาจไม่ใช่แค่ปัญหาที่ข้อมือ

“หมอคะ นิ้วก้อยมือขวาชามาเกือบ 2 เดือนแล้วค่ะ ตอนแรกหมอบอกว่าเป็นเส้นประสาทกดที่ข้อมือ ฉีดยาแล้วก็ทานยาตาม แต่ยังไม่หายเลยค่ะ”

อาการแบบนี้ หมออยากให้เข้าใจว่า “ไม่ใช่ทุกอาการชาที่มือจะมาจากข้อมือเสมอไป”  โดยเฉพาะถ้าชาเฉพาะ นิ้วก้อยและครึ่งนึงของนิ้วนาง — อาจเป็นสัญญาณของการที่ เส้นประสาทอัลนาร์ (Ulnar nerve) ถูกกดทับครับ

🧠 เส้นประสาทอัลนาร์คืออะไร?

เส้นประสาทอัลนาร์ (Ulnar nerve) เป็นหนึ่งใน 3 เส้นประสาทหลักของแขนและมือ

หน้าที่คือควบคุมความรู้สึกของนิ้วก้อยและครึ่งนึงของนิ้วนาง รวมถึงกล้ามเนื้อเล็ก ๆ ที่ใช้ขยับนิ้ว

เส้นประสาทเส้นนี้พาดผ่าน หลังข้อศอกด้านใน (ตำแหน่งที่เวลาเรากระแทกแล้วรู้สึก “จี๊ด”) แล้ววิ่งลงไปถึงข้อมือและปลายนิ้ว

ดังนั้น หากมีการกดทับตรงข้อศอกหรือข้อมือ ก็จะทำให้เกิดอาการ “ชานิ้วก้อย” ได้เช่นกันครับ

⚙️ สาเหตุที่ทำให้เส้นประสาทอัลนาร์ถูกกด

  1. กดทับบริเวณข้อศอก (Cubital Tunnel Syndrome) เป็นจุดที่พบมากที่สุด เกิดจากพฤติกรรมเช่นวางข้อศอกกับโต๊ะนาน ๆ ค้ำแขนขณะใช้คอมพิวเตอร์ หรือคุยโทรศัพท์แล้วพับแขนค้างไว้นาน

  2. กดทับบริเวณข้อมือ (Guyon’s canal syndrome) มักเกิดจากแรงกดซ้ำ ๆ ที่ฝ่ามือ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ ใช้เครื่องมือสั่นสะเทือน หรือถือของหนักนาน ๆ

  3. ภาวะอื่น ๆ เช่น กระดูกหรือพังผืดกดเส้นประสาทหลังอุบัติเหตุ หรือมีเนื้องอกเล็ก ๆ ในทางเดินเส้นประสาท

🤕 อาการที่ควรสังเกต

  • ชาหรือรู้สึกเหมือนมดไต่ที่นิ้วก้อย และครึ่งนึงของนิ้วนาง

  • อ่อนแรง จับของไม่ถนัด หรือมือหล่นของง่าย

  • กล้ามเนื้อมือด้านในลีบลง หากเป็นมานาน

  • บางรายมีอาการปวดแปลบจากข้อศอกลงมาที่มือ

หากอาการเป็นต่อเนื่องเกิน 1–2 เดือน แม้จะฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้น ควรตรวจซ้ำเพื่อหาตำแหน่งที่เส้นประสาทถูกกดจริง ๆ ครับ

🔍 การตรวจวินิจฉัย

หมอจะตรวจดูตำแหน่งที่ชา และทดสอบแรงกล้ามเนื้อของมือ

การตรวจเพิ่มเติมที่ช่วยระบุจุดกดทับได้ชัดเจนคือ:

  • การตรวจการนำไฟฟ้าเส้นประสาท (Nerve conduction study / EMG) เพื่อดูว่าการส่งสัญญาณของเส้นประสาทอัลนาร์ช้าหรือหยุดตรงจุดไหน

  • อัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูว่ามีพังผืดหรือกล้ามเนื้อกดเส้นประสาทหรือไม่

💊 แนวทางการรักษา

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ในระยะเริ่มต้น)

  • หลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณข้อศอกหรือข้อมือ เช่น ไม่วางแขนบนโต๊ะ ไม่กอดอกขณะหลับ

  • ใส่ เฝือกดามข้อศอกตอนนอน เพื่อป้องกันการงอข้อศอกมากเกินไป

  • กายภาพบำบัดและยืดเส้นประสาทอัลนาร์ (Ulnar nerve gliding exercise)

  • ยาแก้อักเสบ หรือยาลดการบวมของเส้นประสาท

  • การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง)

2. การรักษาโดยการผ่าตัด

หากอาการเป็นมานาน หรือมีสัญญาณของกล้ามเนื้อมือลีบ หรือแรงบีบมืออ่อนลง

หมออาจแนะนำ ผ่าตัดคลายเส้นประสาท (Ulnar nerve decompression) ที่ข้อศอกหรือข้อมือ เพื่อให้เส้นประสาทฟื้นตัวและการไหลเวียนกลับมาเป็นปกติ

🧠 หมออยากบอกว่า…

อาการ “นิ้วก้อยชา” ที่ไม่หายหลังฉีดยาหรือกินยามานาน อาจไม่ได้มาจากข้อมืออย่างเดียวครับ

แต่เกิดจากการที่เส้นประสาทอัลนาร์ถูกกดทับที่ ข้อศอก ซึ่งเป็นจุดที่พบได้บ่อยกว่าด้วยซ้ำ

ถ้าปล่อยไว้นาน เส้นประสาทอาจเสื่อมจนมืออ่อนแรงถาวรได้  ดังนั้นถ้าอาการชาไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 เดือน ควรกลับมาตรวจซ้ำเพื่อหาตำแหน่งที่แท้จริงและรักษาให้ตรงจุดครับ

✅ วิธีดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน

  • หลีกเลี่ยงการงอข้อศอกนาน ๆ หรือวางแขนบนโต๊ะเป็นเวลานาน

  • อย่าพิงศอกกับพนักเก้าอี้เวลาทำงาน

  • ถ้านอนงอแขน癡ควรใส่เฝือกดามข้อศอกตอนนอน

  • ยืดกล้ามเนื้อแขนเบา ๆ ทุกชั่วโมงเมื่อต้องทำงานต่อเนื่อง

  • ดื่มน้ำมาก พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการใช้มือซ้ำ ๆ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ นิ้วชา และกระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#นิ้วก้อยชา #UlnarNerveEntrapment #ชามือ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #OrthopedicCare #ชามือไม่หาย #กายภาพมือ