
ผู้สูงอายุจำนวนมากที่กระดูกสะโพกหักมักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ไต หรือมีภาวะโลหิตจาง ทำให้ลูกหลานกังวลว่า “ผ่าตัดไม่ไหวหรือเปล่า” จนบางครั้งตัดสินใจเลี่ยงการผ่าตัดด้วยความกลัว
แต่ความจริงที่ต้องเข้าใจคือ — ผู้สูงอายุส่วนใหญ่สามารถผ่าตัดสะโพกได้อย่างปลอดภัย หากประเมินและเตรียมตัวอย่างเหมาะสม และการผ่าตัดเร็วคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและช่วยชีวิตผู้ป่วยได้จริง
บทความนี้จะอธิบายให้ชัดว่าใครบ้างที่ผ่าได้ ผ่าไม่ได้ และเหตุผลว่าทำไม “ยิ่งผ่าเร็ว ยิ่งปลอดภัยกว่าไม่ผ่า”
ทำไมต้องรีบผ่าตัดสะโพกในผู้สูงอายุ
กระดูกสะโพกหัก โดยเฉพาะ คอสะโพกหักจากกระดูกพรุน ไม่สามารถติดเองได้ และถ้าปล่อยนานโดยไม่ผ่า ผู้สูงอายุต้องนอนติดเตียงหลายสัปดาห์ เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น
ปอดอักเสบจากนอนนาน
แผลกดทับ
ลิ่มเลือดอุดตันที่ขาหรือหลุดไปปอด
กล้ามเนื้อลีบ เดินไม่ได้ถาวร
เสี่ยงเสียชีวิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การผ่าตัดจึงไม่ใช่การเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่คือการ “เพิ่มโอกาสรอดและกลับมาเดินได้”
ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวผ่าตัดได้ไหม?
คำตอบคือ: ได้ในเกือบทุกกรณี เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีผ่าตัด วิสัญญี และการดูแลหลังผ่าตัดก้าวหน้าไปมาก ทำให้ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวสามารถผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย เพียงต้องประเมินและควบคุมโรคให้พร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัด
มาดูทีละโรคสำคัญ
1) ผู้ป่วยโรคหัวใจ
ผู้ป่วยหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว สามารถผ่าตัดได้ ถ้าผ่านการประเมินจากอายุรแพทย์หัวใจ โดยมักจะ
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
เจาะเลือดดูเอนไซม์หัวใจ
ประเมินภาวะน้ำเกินหรือหัวใจล้มเหลว
ปรับยาให้เหมาะสมก่อนผ่า
แพทย์วิสัญญีจะใช้เทคนิคการดมยาหรือบล็อกหลังที่ปลอดภัยที่สุดตามสภาพหัวใจของผู้ป่วย
ข้อสำคัญ: การเลื่อนผ่าตัดเพราะกลัวหัวใจอาจเสี่ยงมากกว่า เพราะนอนนิ่ง ๆ นานทำให้หัวใจทำงานหนักกว่าเดิมและเสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันมากขึ้น
2) ผู้ป่วยเบาหวาน
เบาหวานไม่ใช่อุปสรรคต่อการผ่าตัด แต่ต้อง
ควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในช่วงปลอดภัย
ปรับยากินบางตัวก่อนผ่า
ให้สารน้ำและอินซูลินตามมาตรฐาน
ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ผ่ามีความเสี่ยงแผลกดทับและติดเชื้อสูงกว่าผู้ที่ได้ผ่าตัดและลุกเดินเร็วครับ
3) ผู้ป่วยโรคไต
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือผู้ที่ฟอกไตประจำยังสามารถผ่าตัดได้ โดยทีมแพทย์จะประเมิน
ระดับเกลือแร่
ปริมาณน้ำส่วนเกิน
ยาที่ต้องปรับก่อน–หลังผ่า
หลายรายผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยเมื่อเตรียมตัวถูกต้อง และการผ่าเร็วช่วยลดโอกาสติดเชื้อในระบบต่าง ๆ ได้มาก
4) ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง
ถือเป็นโรคที่ควบคุมได้ง่ายที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ เพียง
ควบคุมความดันให้คงที่ก่อนผ่า
รับประทานยาความดันตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ
ผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ผ่าตัดได้โดยไม่มีข้อจำกัดสำคัญ
5) ผู้สูงอายุอ่อนแรง เดินไม่ได้อยู่ก่อน
แม้จะมีโรคหลายอย่าง แต่ถ้าผ่าตัดเร็ว ผู้ป่วยสามารถลุกนั่งและเดินได้ภายใน 1–3 วัน ซึ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและยืดอายุได้มาก
เมื่อไหร่ที่ผ่าตัดไม่ได้จริง ๆ ?
มีเพียงไม่กี่ภาวะเท่านั้นที่อาจชะลอการผ่าตัด เช่น
หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ควบคุมไม่ได้
การติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด
ภาวะเกลือแร่ผิดปกติรุนแรง
น้ำตาลสูงจนเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉิน
แต่เมื่อรักษาภาวะเหล่านี้ให้คงที่แล้วก็สามารถผ่าตัดได้เช่นกัน
ทำไมต้องผ่าตัดภายใน 24–48 ชั่วโมง
งานวิจัยทั่วโลกชี้ตรงกันว่า
ผ่าตัดเร็วช่วยลดการเสียชีวิต
ลดโอกาสเกิดแผลกดทับและลิ่มเลือดอุดตัน
ช่วยให้ลุกเดินได้เร็ว
ฟื้นตัวไวกว่า ชีวิตกลับมาใกล้เคียงปกติเร็ว
นี่คือเหตุผลที่ทีมแพทย์มักเร่งผ่าตัดทันทีเมื่อผู้ป่วยพร้อม
สรุป
ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว “ส่วนใหญ่ผ่าตัดสะโพกได้ปลอดภัย” หากได้รับการประเมินและควบคุมโรคอย่างเหมาะสม การไม่ผ่าตัดยิ่งเสี่ยงต่อชีวิตมากกว่า เพราะทำให้ผู้ป่วยต้องนอนติดเตียงนานและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
การผ่าตัดเร็วคือหนทางที่ดีที่สุดในการช่วยให้ผู้สูงอายุ
เดินได้เร็ว
ลดภาวะแทรกซ้อน
ลดอัตราเสียชีวิต
และกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิม
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ผ่าตัดสะโพก #กระดูกสะโพกหัก #ผู้สูงอายุ #โรคหัวใจ #เบาหวาน #หมอเก่ง