
อาการปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะแบบที่ปวดลึกบริเวณบั้นเอว–ก้นกบ หรือปวดร้าวลงขา มักเกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองของเส้นประสาทใน “โพรงประสาทส่วนล่าง” (sacral epidural) การรักษาด้วยยาและกายภาพจำนวนมากอาจช่วยได้บางส่วน แต่ในหลายรายอาการอักเสบยังคงอยู่ ทำให้ปวดเรื้อรังและกลับเป็นซ้ำง่าย
หนึ่งในวิธีรักษาที่ได้ผลดีและปลอดภัยคือ การฉีดยาเข้าทางก้นกบเข้าสู่โพรงประสาท (Caudal Epidural Injection) ซึ่งเป็นการฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปใกล้จุดที่เส้นประสาทอักเสบโดยตรง ช่วยลดปวดได้เร็ว ฟื้นตัวไว และไม่ต้องผ่าตัด
บทความนี้อธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า การฉีดยาแบบนี้เหมาะกับใคร ทำอย่างไร ผลลัพธ์เป็นอย่างไร และต้องฉีดซ้ำเมื่อใด
การฉีดยาเข้าโพรงประสาทคืออะไร
เป็นการฉีดยาเข้าสู่โพรงประสาทบริเวณก้นกบ โดยใช้เข็มเล็กสอดผ่านช่องกระดูกก้นกบ (sacral hiatus) แล้วปล่อยยาเข้าไปกระจายรอบเส้นประสาทที่อักเสบ ยาที่ใช้มี 2 กลุ่ม:
ยาลดการอักเสบชนิดสเตียรอยด์ปริมาณต่ำ ช่วยลดบวมของเยื่อหุ้มเส้นประสาท
ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ซึ่งฉีดได้บ่อยกว่าเพราะไม่ใช่สเตียรอยด์แรง
มักผสมยาชา เพื่อช่วยลดปวดทันทีช่วงแรก
แพทย์จะใช้ อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) เป็นตัวนำทาง เพื่อมองเห็นตำแหน่งกระดูกก้นกบและโพรงประสาท มั่นใจว่าปลายเข็มอยู่ถูกที่ ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพของยา
เหมาะกับใครบ้าง
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังจากภาวะดังนี้:
หมอนรองกระดูกเสื่อมและเกิดการอักเสบของปลายเส้นประสาท
การกดทับเส้นประสาทส่วนล่าง ระดับ L4–L5 หรือ L5–S1
ปวดร้าวลงขาแบบไม่รุนแรงนัก หรือร้าวเป็น ๆ หาย ๆ
ปวดหลังลึกบริเวณก้นกบ–เอวล่าง โดยที่ MRI พบการอักเสบหรือระคายเคืองในโพรงประสาท
ปวดหลังที่รักษาด้วยยา กายภาพ หรือพักการใช้งานแล้ว ยังไม่ดีขึ้น
ผู้ป่วยที่ “ยังไม่ต้องผ่าตัด” แต่ต้องการลดอาการปวดเพื่อลุกเดิน ทำกายภาพ และกลับมาใช้ชีวิตได้เร็ว มักตอบสนองดี
ขั้นตอนทำอย่างไร
ผู้ป่วยนอนคว่ำ งอหมอนรองสะโพกเล็กน้อย
แพทย์ใช้อัลตราซาวนด์หาบริเวณ sacral hiatus ที่ก้นกบ
ทำความสะอาดผิวหนังและฉีดยาชาบริเวณผิว
ใส่เข็มเล็กเข้าสู่โพรงประสาทภายใต้ภาพนำทางแบบเรียลไทม์
ฉีดยาลดการอักเสบ + ยาชา เข้าไปในโพรงประสาท
ขั้นตอนใช้เวลาเพียง 5–10 นาที และกลับบ้านได้ทันที
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ปวดลดลงชัดเจนภายใน 24–72 ชั่วโมงแรก
ยาชาจะช่วยลดปวดในช่วงแรก ส่วนยาแก้อักเสบจะออกฤทธิ์เต็มที่ใน 1–2 สัปดาห์
ผลของยาอาจอยู่ได้นาน 2–4 สัปดาห์ ขึ้นกับระดับการอักเสบและสาเหตุโรค
การฉีดช่วยให้ผู้ป่วยเริ่ม กายภาพบำบัดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นตัวระยะยาว
ต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่
อาการกลับมาปวดใหม่ หลังผลยาลดลงแล้ว (ประมาณ 3–4 สัปดาห์)
ยังมีการอักเสบหรือการกดทับอยู่ใน MRI
ใช้ชีวิตจำเป็นต้องเดิน–ยืนมาก และยังมีอาการปวดรบกวน
ส่วนใหญ่ ทำ 3–5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2–4 สัปดาห์ แล้วประเมินผลอีกครั้ง
หากอาการดีขึ้นชัดเจนและกายภาพช่วยเสริมมากขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องฉีดต่อ
ข้อดีของการฉีดยาแบบ Caudal Epidural ด้วยอัลตราซาวนด์
แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด
ลดปวดเร็ว ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตได้เร็ว
ไม่ต้องใช้สเตียรอยด์ปริมาณสูง เพราะตำแหน่งฉีดแม่นยำ
ลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บเส้นประสาท เพราะเห็นตำแหน่งเข็มตลอดเวลา
เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่พร้อมผ่าตัด
การพยากรณ์โรคในระยะยาว
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังฉีด 1–3 ครั้ง
หากร่วมกับกายภาพ ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง และปรับท่าทาง จะช่วยชะลอการเสื่อมและลดอาการปวดได้ยาวนาน
ผู้ที่ยังมีการกดทับเส้นประสาทมากจากหมอนรองปลิ้น อาจต้องพิจารณารักษาเสริม เช่น ฉีดซ้ำ หรือส่งประเมินผ่าตัด
โดยรวมถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือยังไม่ถึงเกณฑ์ผ่าตัด แต่ต้องการลดปวดให้หลับได้ เดินได้ และทำกายภาพได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #ฉีดยาโพรงประสาท #CaudalEpidural #กายภาพบำบัด #หมอเก่ง #ปวดร้าวลงขา