
กรณีตัวอย่างนี้เป็นของ ผู้หญิงอายุ 67 ปี ที่ผ่าตัดใส่เหล็กดามกระดูกสันหลังมา 3 ปี แต่ยังมีอาการ
ปวดหลังเรื้อรัง
ชามือและเท้าตลอดเวลา
ใช้ชีวิตลำบาก ทำงานบ้านไม่สะดวก
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “ผ่าตัดมาแล้ว ทำไมยังปวด–ชาต่อเนื่อง? ผ่าตัดไม่สำเร็จหรือไม่?”
ความจริงคือ… ไม่ใช่การผ่าตัดล้มเหลวเสมอไป แต่เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยหลังผ่าตัดกระดูกสันหลัง และยังมีวิธีทำให้ดีขึ้นได้อย่างมีหลักฐานทางการแพทย์
บทความนี้หมอจะอธิบายให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจง่าย ๆ ว่าอาการนี้เกิดจากอะไร ตรวจอย่างไร และมีทางรักษาแบบใดบ้างให้ดีขึ้นได้จริง
โรคนี้เรียกรวม ๆ ว่า Failed Back Surgery Syndrome (FBSS) หรือ “ปวดหลังเรื้อรังหลังผ่าตัด” ซึ่งไม่ได้แปลว่าผ่าตัดผิดพลาด แต่เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
✔ 1) เส้นประสาทถูกกดทับมานานก่อนผ่าตัด
เส้นประสาทที่ถูกกดเป็นเวลานานอาจเกิดการอักเสบหรือเสื่อม ทำให้แม้ผ่าตัดแล้ว อาการชาอาจยังไม่หาย 100% แต่ดีขึ้นได้ด้วยการฟื้นฟู
✔ 2) พังผืดรัดรอบเส้นประสาท (Epidural fibrosis)
เกิดขึ้นได้ 6–12 เดือนหลังผ่าตัด ทำให้เจ็บ–ชาตามเส้นประสาทลุกลามลงขา หรือชามือเท้า
✔ 3) ข้อกระดูกข้างเคียงเสื่อมเร็วกว่าปกติ
เมื่อมีเหล็กดาม จุดเหนือ–ใต้ตำแหน่งดามจะรับแรงมากขึ้น → ทำให้เสื่อมเร็ว → ปวดหลังเรื้อรัง
✔ 4) กล้ามเนื้อหลัง–สะโพกอ่อนแรงหลังผ่าตัด
พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ถ้าไม่ได้ทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง
✔ 5) ปลายประสาทเสื่อมจากอายุ (Peripheral Neuropathy)
เป็นสาเหตุสำคัญของ “ชามือ–เท้าตลอดเวลา” โดยเฉพาะในวัย 60+ และผู้ที่มีเบาหวาน ไทรอยด์ หรือขาดวิตามิน B12
✔ 6) เหล็กดามอาจหลมหรือเกิดการอักเสบเฉพาะจุด
ไม่พบมาก แต่ต้องตรวจ
อาการทั้งหมดนี้ “รักษาได้” ถ้าตรวจให้พบสาเหตุที่แท้จริง
ปวดหลังตลอดเวลา หรือมากขึ้นเรื่อย ๆ
ชามือ–เท้า 2 ข้างร่วมด้วย
เจ็บเหมือนไฟช็อต ร้าวลงขา
เดินไกลไม่ได้ ต้องหยุดพักบ่อย
อ่อนแรง ยกเท้าไม่ขึ้น สะดุดง่าย
ปวดหรือชาเกิน 3 เดือนหลังผ่าตัด
หากมีอาการเหล่านี้ แปลว่า “เส้นประสาทยังมีปัญหา” จำเป็นต้องตรวจให้ละเอียดครับ
การตรวจที่แม่นยำทำให้รักษาได้ตรงจุด
✔ 1) MRI กระดูกสันหลังซ้ำ (จำเป็นมาก)
เพื่อดู
พังผืดกดเส้นประสาท
หมอนรองปลิ้นใหม่
กระดูกเสื่อมที่ข้อข้างเคียง
เหล็กดามหลุดหรือเลื่อน
✔ 2) ตรวจไฟฟ้าเส้นประสาท (EMG/NCS)
วินิจฉัยได้ว่า “ชามือ–เท้า” เกิดจาก
เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม
เส้นประสาทจากคอกด
เส้นประสาทจากหลังถูกกดทับ
✔ 3) X-ray หลังยืน – ก้ม–เงย
เพื่อดูความมั่นคงของเหล็กดามและกระดูก
✔ 4) ตรวจเลือด
เบาหวาน (น้ำตาลสะสม HbA1c)
วิตามิน B12
ไทรอยด์
ไต–เลือด–เกลือแร่
แม้จะผ่าตัดมาแล้วหลายปี แต่ผู้ป่วยยัง “ดีขึ้นได้” หากรักษาตรงจุด
✔ 1) กายภาพบำบัดเฉพาะทางหลังผ่าตัด
ต้องเน้น
กล้ามเนื้อหลัง–สะโพก–หน้าท้อง (Core)
การเดิน–นั่ง–ยืนให้ถูกท่า
เทคนิคยืดเส้นประสาท (Nerve gliding) ช่วยให้ปวดลดลงและฟื้นตัวเร็วมาก
✔ 2) ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะเส้นประสาท (Epidural / Nerve root block)
เหมาะกับผู้ที่ยังปวดร้าวลงขา หรือชาจากเส้นประสาทถูกพังผืดรัด
ผลการฉีด
ลดอักเสบเฉพาะจุด
เดินได้ดีขึ้น
ชาลดลงหลายสัปดาห์–หลายเดือน
✔ 3) ฉีดบริเวณข้อต่อที่เสื่อม และข้อต่อ SI joint
ถ้าปวดหลังช่วงล่างมาก
✔ 4) รักษาอาการปลายประสาทเสื่อมร่วม
วิตามิน B-complex
ยาระงับปวดเส้นประสาท (ให้แพทย์ประเมิน)
ควบคุมเบาหวาน/ไทรอยด์
✔ 5) ทบทวนยาแก้ปวดให้เหมาะสม
เช่น ยากลุ่มที่ช่วยลดอาการชา–แสบร้อน (pregabalin / duloxetine)
✔ 6) พิจารณาผ่าตัดแก้ไข (Revision surgery) – เฉพาะรายจำเป็น
ใช้ในกรณี
เหล็กหลุด
กระดูกไม่ติด
ข้อข้างเคียงเสื่อมรุนแรง
เส้นประสาทถูกกดอย่างมากจากหมอนรองใหม่
ไม่ใช่วิธีแรก แต่เป็นทางเลือกเมื่อรักษาแบบอนุรักษ์ไม่ดีขึ้น
แม้อาการจะเรื้อรังมาหลายปี แต่ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นอย่างชัดเจนหลัง
กายภาพเฉพาะทาง 4–8 สัปดาห์
ฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด
รักษาปลายประสาทเสื่อมร่วม
อาการปวด–ชามักดีขึ้น 40–80% ในหลายเคส เมื่อรักษาตรงจุด
อาการ ปวดหลัง–ชามือเท้าตลอดเวลาแม้ผ่าตัดใส่เหล็กมาแล้วหลายปี ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่ตลอดไป
และไม่ได้แปลว่าผ่าตัดล้มเหลวเสมอไป แต่เกิดจากหลายปัจจัย เช่น พังผืดรัดเส้นประสาท เส้นประสาทเสื่อม ข้อข้างเคียงเสื่อม หรือกล้ามเนื้อหลังอ่อนแรง
การตรวจอย่างเป็นระบบ (MRI, EMG/NCS, ตรวจเลือด) จะช่วยหาต้นเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่การรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
หากทำถูกวิธี ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับมายืน เดิน ทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และคุณภาพชีวิตดีขึ้นมากครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังเรื้อรัง #หลังผ่าตัดยังปวด #ชามือเท้า #พังผืดหลังผ่าตัด #หมอเก่ง #สุขภาพกระดูก