

คู่มือสำหรับผู้ป่วยเก๊าท์เรื้อรังแบบอ่านง่ายและทำตามได้จริง
ผู้ป่วยเก๊าท์จำนวนมากคิดว่าโรคนี้มีแค่ “ปวดข้อ บวม แดง ร้อน” ตอนกำเริบ แต่จริง ๆ แล้วในรายที่ เป็นเรื้อรังหลายปี หรือกรดยูริกสูงต่อเนื่องนาน จะเริ่มเกิด “ก้อนโทฟัส (Tophi)” ตามที่ต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น
ข้อนิ้วมือ–นิ้วเท้า
ข้อศอก
หัวเข่า
เอ็นร้อยหวาย
ใต้ผิวหนังตามแขนขา
ใบหู
ก้อนโทฟัสคือการสะสมผลึกยูริกจำนวนมากจนเป็นก้อนแข็ง ถ้าไม่รักษา → ก้อนจะใหญ่ขึ้น ทำให้ข้อผิดรูป เดินลำบาก และอาจทะลุผิวหนังจนเป็นแผลได้
ข่าวดีคือ ก้อนโทฟัสสามารถยุบ–หายได้จริง หากรักษาถูกวิธี และควบคุมกรดยูริกอย่างต่อเนื่อง
บทความนี้หมอสรุปแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยวางแผนรักษาได้อย่างถูกต้องที่สุดครับ
คือก้อนผลึกยูริกที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังและรอบ ๆ ข้อต่อ เกิดจากระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นเวลานาน (มากกว่า 6–10 ปี) จนร่างกายขับออกไม่ทัน
ก้อนโทฟัสมักเป็นสีขาวขุ่น แข็ง และไม่เจ็บถ้าไม่อักเสบ แต่หากอักเสบจะปวดมาก และผิวแดงคล้ายเป็นฝี
ไม่ใช่เก๊าท์กำเริบธรรมดา แต่หมายถึง:
ร่างกายมีผลึกยูริกสะสมจำนวนมาก
ข้อเริ่มถูกทำลาย หรือผิดรูป
ความเสี่ยงข้ออักเสบซ้ำสูงขึ้น
จำเป็นต้องรักษาแบบ ควบคุมระยะยาว
ก้อนยิ่งใหญ่ = กรดยูริกควบคุมได้ไม่ดี
ลดระดับกรดยูริกให้ต่ำพอที่จะสลายก้อนโทฟัส
ลดการอักเสบ–ปวด
ป้องกันการเกิดก้อนใหม่
ป้องกันข้อถูกทำลาย
ระดับกรดยูริกที่ต้องการ:
< 5 mg/dL สำหรับผู้ที่มีโทฟัสหลายตำแหน่ง
< 6 mg/dL สำหรับผู้ป่วยทั่วไป
🟣 1) ยาลดกรดยูริก (Urate-lowering therapy) — หัวใจของการรักษา
เป็นการรักษาที่ “ยุบก้อนโทฟัส” ได้จริง
ยากลุ่มที่ใช้:
Allopurinol
Febuxostat
Benzbromarone (ในบางราย)
ต้องกินต่อเนื่อง ทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะตอนปวดข้อ
การเพิ่มยาแต่ละระดับต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนเป้าหมายกรดยูริกต่ำกว่า 5 mg/dL
👉 ถ้ากินสม่ำเสมอ 6–12 เดือน ก้อนโทฟัสจะเริ่มนิ่มลงและค่อย ๆ ยุบ
🟣 2) ยาแก้ปวดเก๊าท์เฉียบพลัน (ใช้เฉพาะตอนกำเริบ)
เช่น
ยากลุ่ม NSAIDs
Colchicine
ยาสเตียรอยด์ในบางกรณี
ไม่ทำให้โทฟัสยุบ แต่ช่วยลดอาการปวด
🟣 3) การฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อ
ถ้าก้อนโทฟัสมีการอักเสบมาก
ฉีดสเตียรอยด์เข้าในข้อหรือรอบก้อน
ทำภายใต้เครื่องอัลตราซาวนด์จะปลอดภัยและแม่นยำกว่า
เหมาะในรายที่ข้อบวม–ปวดมาก และกินยาไม่ได้
🟣 4) การผ่าตัดเอาก้อนโทฟัสออก
ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่า แต่เหมาะกับคนที่
ก้อนใหญ่จนขยับนิ้วไม่ได้
ก้อนแตกเป็นแผลเรื้อรัง
ก้อนกดทับเส้นประสาท
ก้อนตามข้อเท้า/ส้นเท้าทำให้เดินลำบาก
หลังผ่าออก ยังต้องคุมกรดยูริกต่อเนื่อง ไม่งั้นก้อนใหม่จะกลับมาอีก
✔ ควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี
ลดอาหารพิวรีนสูง ได้แก่
เครื่องในสัตว์
ไขกระทะ ปลาดิบ ซุปเข้มข้น
แอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะเบียร์)
น้ำหวาน/น้ำอัดลมฟรุกโตส
✔ ดื่มน้ำมากขึ้น
วันละ 2–3 ลิตรเพื่อช่วยขับยูริก
✔ ควบคุมน้ำหนัก
ช่วยลดการอักเสบและลดการกลับเป็นซ้ำ
✔ ออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง
เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ
✔ ตรวจเลือดเป็นประจำ
เพื่อติดตามระดับกรดยูริกทุก 1–3 เดือนช่วงแรก
ข้อบวมแดงอย่างรุนแรงหลายข้อ
ก้อนโทฟัสแตก มีน้ำขุ่นไหลออกมา
มีไข้ร่วมกับข้ออักเสบ (เสี่ยงข้ออักเสบติดเชื้อ)
ปวดมากจนเดินไม่ได้
ก้อนโทฟัส (Tophi) คือสัญญาณว่าโรคเก๊าท์เป็นเรื้อรังขั้นสูง แต่ยังมีโอกาส ยุบ–เล็กลง–หายได้ หาก
1️⃣ ควบคุมกรดยูริก < 5 mg/dL
2️⃣ กินยาลดกรดยูริกต่อเนื่องทุกวัน
3️⃣ ปรับอาหาร–น้ำหนัก–การออกกำลังกาย
4️⃣ รักษาข้ออักเสบเฉียบพลันให้ถูกต้อง
5️⃣ ผ่าตัดเอาก้อนเฉพาะรายที่จำเป็น
ผู้ป่วยจำนวนมากที่มีก้อนหลายตำแหน่ง เมื่อรักษาถูกวิธี 6–12 เดือน ก้อนจะค่อย ๆ ยุบ จนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เก๊าท์ #โทฟัส #Tophi #ปวดข้อ #กรดยูริกสูง #หมอเก่ง #ข้ออักเสบ