“คุณลุงประเสริฐ” (นามสมมติ) อายุ 70 ปี มาหาหมอด้วยอาการที่ดูเหมือนจะเป็นโรคชราทั่วไป
“หมอครับ ป้าอ่อนเพลียเหลือเกิน เหมือนแบตเตอรี่มันเสื่อม ชาร์จเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ปวดเมื่อยตัวไปหมด ความดันก็ต่ำวูบบ่อยๆ ไปตรวจร่างกายมาหลายที่เขาก็ว่าปกติ แต่ป้ารู้สึกว่าร่างกายป้ามันไม่เหมือนเดิมครับ”
เมื่อหมอส่งตรวจเลือดดูระดับฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) พบว่าต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมากครับ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่คือภาวะที่ "โรงงานผลิตฮอร์โมน" หรือต่อมหมวกไตกำลังมีปัญหา วันนี้หมอจะมาเจาะลึกว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ฮอร์โมนตัวนี้ต่ำในผู้สูงอายุ และอะไรคือ "ตัวร้าย" ที่ทำลายต่อมหมวกไตของเราครับ
คอร์ติซอลถูกสร้างจาก ต่อมหมวกไต (Adrenal Glands) ซึ่งเป็นก้อนเล็กๆ ทรงสามเหลี่ยมที่วางอยู่บนไตทั้งสองข้าง สาเหตุที่ทำให้มันทำงานน้อยลงแบ่งได้เป็น 2 ทางหลักครับ:
1. ปัญหาที่ตัวต่อมหมวกไตเอง (Primary Cause):
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง: ร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีต่อมหมวกไตตัวเอง ทำให้เนื้อเยื่อเสียหายจนผลิตฮอร์โมนไม่ได้
การติดเชื้อ: เช่น วัณโรค หรือเชื้อราที่แพร่กระจายไปยังต่อมหมวกไต (พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ)
เลือดออกในต่อมหมวกไต: มักเกิดในคนไข้ที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือมีภาวะช็อกรุนแรง
2. ปัญหาที่การสั่งงานจากสมอง (Secondary Cause):
นอกจากโรคภัยไข้เจ็บแล้ว สิ่งที่คนไทยเราเจอบ่อยที่สุดและเป็นตัวทำลายต่อมหมวกไตที่น่ากลัวคือ:
การใช้สเตียรอยด์พร่ำเพรื่อ (Exogenous Steroids): นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งเลยครับ! ผู้สูงอายุที่ซื้อ "ยาชุด" "ยาลูกกลอน" หรือ "น้ำสมุนไพร" ที่แอบผสมสารสเตียรอยด์มากินเพื่อแก้ปวด
ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress): ความเครียดสะสมมาทั้งชีวิตทำให้ต่อมหมวกไตต้องทำงานหนักเกินพิกัด (Overwork) จนถึงจุดหนึ่งที่มัน "ล้า" และไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของร่างกายได้อีกต่อไป
ยาบางชนิด: ยาฆ่าเชื้อหรือยารักษาเชื้อราบางตัว มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างคอร์ติซอลโดยตรง หากใช้ติดต่อกันนานๆ ต้องระวังให้ดีครับ
หากคุณลุงประเสริฐมาพบหมอ หมอจะทำการ "ตรวจสอบระบบโรงงาน" ดังนี้ครับ:
ตรวจเลือด (Morning Cortisol): เจาะเลือดตอน 8 โมงเช้าเพื่อดูระดับฮอร์โมนที่สูงที่สุดของวัน
ACTH Stimulation Test: เป็นการฉีดยากระตุ้นดูว่าต่อมหมวกไตยัง "ปลุกตื่น" ไหม ถ้าฉีดแล้วยังนิ่ง แสดงว่าต่อมหมวกไตเสียหายจริงครับ
CT Scan / MRI: เพื่อดูขนาดของต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมองว่ามีเนื้องอกหรือการฝ่อตัวหรือไม่
การรักษา: เป้าหมายคือการให้ฮอร์โมนทดแทนในระดับที่ "พอดี" เพื่อให้ร่างกายกลับมาทำงานได้ปกติ พร้อมกับค่อยๆ หาสาเหตุเพื่อรักษาที่ต้นตอ เช่น การหยุดยาชุดอย่างถูกวิธีครับ
หากสาเหตุมาจากยาชุดหรือความเครียด การรักษาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ต่อมหมวกไตค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาได้ในเวลา 6-12 เดือน ครับ แต่หากเกิดจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง คนไข้จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนทดแทนตลอดชีวิตเพื่อป้องกันภาวะวิกฤตครับ
สรุป คอร์ติซอลต่ำในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม โดยเฉพาะคนที่เคยทานยาแก้ปวดที่ผสมสเตียรอยด์มานาน สิ่งเหล่านี้คือตัวการหลักที่ "ปิดสวิตช์" ต่อมหมวกไตของคุณ หากมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดเมื่อยตามตัว และวูบบ่อยๆ การตรวจระดับฮอร์โมนอาจเป็นทางออกที่เปลี่ยนชีวิตคุณให้กลับมามีพลังอีกครั้งครับ
หากมีข้อสงสัยเรื่องยาที่ทานอยู่ หรืออยากทราบขั้นตอนการเจาะเลือดตรวจฮอร์โมน สามารถปรึกษาหมอได้นะครับ ความเข้าใจที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันสุขภาพที่ดีที่สุดครับ
#ต่อมหมวกไตล้า #คอร์ติซอลต่ำ #อันตรายจากยาชุด #สเตียรอยด์ #สุขภาพผู้สูงอายุ #อ่อนเพลียเรื้อรัง #ปวดเมื่อยตามตัว #ฮอร์โมนบกพร่อง #หมอเก่ง #ดูแลสุขภาพ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
Bornstein SR, et al. (2016). Diagnosis and Treatment of Primary Adrenal Insufficiency. JCEM. (เจาะลึกสาเหตุและการทำลายเนื้อเยื่อต่อมหมวกไต)
Krasner AS. (1999). Glucocorticoid-induced adrenal insufficiency. JAMA. (อธิบายอย่างละเอียดว่าสเตียรอยด์จากภายนอกไปทำลายระบบสั่งการฮอร์โมนอย่างไร)
Arlt W. (2023). Adrenal Insufficiency. UpToDate. (ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับสาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ)
Hahner S, et al. (2015). Epidemiology and complications of adrenal insufficiency. Nature Reviews Endocrinology. (รวบรวมปัจจัยเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงตามวัยของต่อมหมวกไต)
Park DK, et al. (2026). The impact of illicit steroid use in community-dwelling elderly. Journal of Clinical Endocrinology. (รายงานล่าสุดปี 2026 เกี่ยวกับผลกระทบของยาแก้ปวดผสมสเตียรอยด์ในสังคมผู้สูงอายุไทย)
