"หมอครับ หมอบอกให้ผมไปลดน้ำหนัก แล้วเข่าจะดีขึ้น แต่ทุกวันนี้แค่ผมเดินไปเข้าห้องน้ำยังน้ำตาจะไหล แล้วหมอจะให้ผมไปวิ่งออกกำลังกายได้ยังไง?"
นี่คือประโยคที่หมอได้ยินบ่อยมากจากคนไข้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะครับ หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่สุดเลยครับ มันเหมือน "ไก่กับไข่"
...จะลดน้ำหนักก็ต้องออกกำลังกาย ...แต่จะออกกำลังกายก็ทำไม่ได้เพราะปวดเข่า
สุดท้ายก็วนกลับมากินเพราะเครียด น้ำหนักก็ขึ้น เข่าก็ยิ่งพัง
วันนี้หมอเก่งขออาสาพาคุณออกจากวงจรทรมานนี้ครับ หมอมี "สูตรลับฉบับคนปวดเข่า" ที่ไม่ต้องวิ่ง ไม่ต้องกระโดด แม้นั่งเฉยๆ ก็ลดน้ำหนักเพื่อช่วยเข่าได้ครับ
คุณเบิ้ม (นามสมมติ) ชายวัย 50 ปี น้ำหนัก 115 กิโลกรัม มาหาหมอด้วยรถเข็น เพราะเดินลงน้ำหนักแทบไม่ได้เลย เข่าบวมเป่ง คุณเบิ้มท้อแท้มาก คิดว่าชาตินี้คงเดินไม่ได้อีกแล้ว
หมอวางแผนการรักษาให้คุณเบิ้มใหม่ โดยตั้งเป้าหมายว่า "3 เดือนแรก เราจะไม่เน้นการเดิน แต่เราจะเน้นการกินและการขยับเท่าที่ไหว"
ผลลัพธ์น่าทึ่งมากครับ ผ่านไป 3 เดือน คุณเบิ้มน้ำหนักหายไป 12 กิโลกรัม โดยที่ไม่ได้วิ่งเลยสักก้าว และอาการปวดเข่าลดลงไปกว่า 50% จนสามารถกลับมาเดินระยะสั้นๆ ได้อีกครั้ง
คุณเบิ้มทำได้อย่างไร? มาดูกันครับ
เรามักเข้าใจผิดว่าต้อง "เบิร์น" เท่านั้นถึงจะผอม แต่ความจริงทางการแพทย์คือ:
อาหาร 80%
ออกกำลังกาย 20%
สำหรับคนน้ำหนักเยอะที่มีปัญหาเข่า "ชัยชนะอยู่ที่ปาก ไม่ใช่ที่ขา" ครับ คุณสามารถลดน้ำหนักได้มหาศาลเพียงแค่ปรับเปลี่ยนสิ่งที่กิน โดยไม่ต้องเอาเข่าไปเสี่ยงรับแรงกระแทกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ถ้าคุณหนัก 100 กิโลฯ ขึ้นไป และปวดเข่ามาก ให้เริ่มตามนี้ครับ:
1. ตัด "ยาพิษ" ของเข่าออกจากมื้ออาหาร น้ำตาล แป้งขัดขาว และของหวาน คือตัวการที่ทำให้น้ำหนักขึ้นและ "กระตุ้นการอักเสบในข้อเข่า"
เริ่มง่ายๆ: งดน้ำหวาน กาแฟใส่นมข้นหวาน ขนมหวาน ผลไม้รสหวานจัด
เปลี่ยน: กินข้าวให้น้อยลงครึ่งทัพพี เน้นกับข้าวที่เป็นโปรตีน (ปลา ไก่ ไข่ต้ม) และผักใบเขียวให้อิ่มแทน
2. ใช้แขนช่วยขา (Arm Exercise) ในเมื่อขาเจ็บ เราก็ใช้แขนเบิร์นแทนครับ! การแกว่งแขน หรือยกดัมเบล (หรือขวดน้ำ) ในท่านั่ง สามารถกระตุ้นการเผาผลาญและหัวใจได้ดีไม่แพ้การเดิน
3. บริหารบนเตียง (Bed Exercise) เตียงนอนคือยิมที่ปลอดภัยที่สุดของคุณครับ
ท่านอนยกขา: นอนหงาย เอาหมอนรองใต้เข่าข้างที่เจ็บ แล้วเกร็งขา กดเข่าลงกับหมอนพร้อมกระดกปลายเท้าขึ้น นับ 1-10 ทำวันละ 50-100 ครั้ง
ท่านี้ช่วยสร้างกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรงขึ้น โดยไม่มีแรงกระแทกเลย เมื่อกล้ามเนื้อมา มันจะช่วยพยุงเข่าคุณเอง
4. การเดินในน้ำ (ถ้าทำได้) ถ้าพอมีสระว่ายน้ำใกล้บ้าน การลงไปเดินในน้ำระดับเอวคือสวรรค์ของคนปวดเข่าครับ น้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวของคุณไว้เกือบ 70-80% ทำให้เดินได้โดยไม่เจ็บ และแรงต้านของน้ำจะช่วยเบิร์นไขมันได้ดีมาก
ในช่วงเริ่มต้นที่ยังปวดมาก การจะขยับตัวทำกิจกรรมต่างๆ อาจจะยาก หมอมีตัวช่วยเพื่อ "ตัดวงจรปวด" ให้คุณเริ่มต้นได้ง่ายขึ้นครับ:
ยาแก้ปวดลดอักเสบ: เพื่อให้พ้นระยะวิกฤต
การฉีดยา (น้ำเลี้ยงข้อ หรือ ยาลดอักเสบ): ช่วยให้ข้อลื่นขึ้น ลดความเจ็บปวด ทำให้คุณเริ่มขยับตัวบริหารกล้ามเนื้อได้
อุปกรณ์พยุงเข่า: ช่วยรับน้ำหนักชั่วคราว
หมออยากให้จำตัวเลขนี้ไว้ครับ: "ลดน้ำหนัก 1 กิโลกรัม = แรงกระแทกที่เข่าหายไป 4 กิโลกรัม"
ถ้าคุณลดได้ 5 กิโลฯ เข่าคุณจะเบาลงเหมือนเอาข้าวสาร 20 กิโลฯ ออกจากบ่า อย่าเพิ่งท้อว่าเดินไม่ได้แล้วจะผอมไม่ได้ เริ่มที่อาหาร เริ่มที่การขยับแขน ขยับตัวบนเตียง ทำทีละนิด แต่ทำทุกวัน ร่างกายจะตอบแทนคุณแน่นอนครับ
คนน้ำหนักเยอะที่ปวดเข่า "ห้ามไปวิ่ง" เด็ดขาดครับ ให้เริ่มจาก "คุมอาหาร 80%" และ "ขยับร่างกายแบบไร้แรงกระแทก 20%" (นั่งชกมวย, บริหารบนเตียง) เมื่อน้ำหนักเริ่มลง อาการปวดลดลง แล้วค่อยเริ่มเดินครับ หมอเป็นกำลังใจให้ครับ เราจะสู้กับเข่าเสื่อมไปด้วยกัน!
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ลดน้ำหนักคนอ้วน #ปวดเข่า #น้ำหนักเยอะปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #ออกกำลังกายคนอ้วน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #Doctorkeng #เชียงใหม่
