
เคยสงสัยไหมครับ? ว่าอาการปวดหลังที่เราเป็นอยู่ เป็นแค่ความเสื่อมตามวัย เป็นออฟฟิศซินโดรม หรือเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงกว่านั้น อย่าง "มะเร็งกระดูก" วันนี้หมอจะพามาไขข้อข้องใจ และสอนวิธีสังเกตสัญญาณเตือนภัย (Red Flags) ที่ร่างกายกำลังบอกเราครับ
มีคนไข้ท่านหนึ่ง ชื่อคุณลุงสมศักดิ์ (นามสมมติ) อายุ 58 ปี ปกติเป็นคนแข็งแรง ชอบตีกอล์ฟ แต่วันหนึ่งแกเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางอิดโรย หลังโก่งเล็กน้อย ใบหน้าดูซีดเซียว
"หมอเก่งช่วยดูให้หน่อย ผมปวดหลังมา 2 เดือนแล้ว ไปนวดก็ไม่หาย กินยาแก้ปวดก็แค่ทุเลา ที่สำคัญคือ... ตอนกลางคืนมันปวดมาก ปวดลึกๆ เหมือนมีอะไรไชอยู่ในกระดูก จนผมตื่นมานั่งร้องไห้ น้ำหนักก็ลดไป 5 กิโลแล้ว เพื่อนทักว่าระวังมะเร็งนะ ผมเลยรีบมาหาหมอ"
คำพูดของลุงสมศักดิ์ โดยเฉพาะคำว่า "ปวดตอนกลางคืน" และ "น้ำหนักลด" ทำให้หมอต้องหูผึ่งทันที เพราะนี่ไม่ใช่ลักษณะทั่วไปของโรคปวดหลังธรรมดา หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นที่เราเจอกันบ่อยๆ ครับ
หลังจากส่งตรวจ MRI ด่วน ผลก็เป็นอย่างที่กังวล... เราพบก้อนเนื้อผิดปกติที่ลุกลามมาจากต่อมลูกหมาก มากัดกินกระดูกสันหลัง... แต่โชคดีที่ลุงสมศักดิ์มาเร็ว ทำให้เราวางแผนรักษาเพื่อประคองอาการและดูแลคุณภาพชีวิตต่อไปได้ทันท่วงที
ก่อนจะตื่นตระหนก หมอขอปรับความเข้าใจก่อนนะครับ "กว่า 90% ของอาการปวดหลัง เกิดจากกล้ามเนื้อ หรือความเสื่อมตามธรรมชาติ (Mechanical Pain)" เช่น ยกของผิดท่า นั่งนาน หรือหมอนรองกระดูกเสื่อม ซึ่งพวกนี้ "ไม่อันตรายถึงชีวิต"
แต่จะมีเพียงส่วนน้อย (น้อยกว่า 1-5%) ที่เกิดจากโรคร้ายแรง (Serious Pathology) เช่น การติดเชื้อ หรือ "มะเร็งลุกลามมาที่กระดูก" (Spinal Metastasis)
การแยกให้ออกว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน จึงสำคัญมากครับ เปรียบเหมือนเราต้องแยกให้ออกว่า บ้านที่เริ่มเอียง เป็นเพราะ "ดินทรุด" (เรื่องโครงสร้าง แก้ไขได้) หรือเพราะ "ปลวกกินเสาบ้าน" (เรื่องร้ายแรง ต้องรีบกำจัด)
เพื่อให้เข้าใจง่าย หมอขอเปรียบเทียบอาการของ 2 โรคนี้ให้เห็นภาพชัดเจนนะครับ
สาเหตุ: เกิดจาก "เจลลี่" ตรงกลางหมอนรองกระดูก มันปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานหนัก ยกของ หรือเสื่อมตามวัย
ลักษณะการปวด:
สาเหตุ: เซลล์มะเร็งจากอวัยวะอื่น (เช่น เต้านม, ปอด, ต่อมลูกหมาก, ไต, ไทรอยด์) หลุดลอยตามกระแสเลือดมาฝังตัวและเจริญเติบโตที่กระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีเลือดไปเลี้ยงเยอะ
ลักษณะการปวด (สัญญาณอันตราย):
ถ้าคุณ หรือญาติผู้ใหญ่ มีอาการปวดหลัง ร่วมกับ ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนครับ
อายุ: เริ่มปวดหลังครั้งแรกเมื่ออายุ มากกว่า 50 ปี (โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน) หรือ อายุน้อยกว่า 20 ปี
ประวัติโรคมะเร็ง: เคยเป็นมะเร็งมาก่อน (แม้จะรักษาหายไปนานแล้วก็ตาม)
น้ำหนักลด: น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลด (Unexplained weight loss)
อาการทั่วไป: มีไข้ต่ำๆ เรื้อรัง, เบื่ออาหาร, อ่อนเพลียมาก
อาการทางระบบประสาทที่รุนแรง: ขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้, กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ (Cauda Equina Syndrome - อันนี้ต้องผ่าตัดด่วนที่สุด ไม่ว่าสาเหตุจากอะไร)
ไม่ตอบสนองต่อการรักษา: กินยา พัก หรือทำกายภาพมานานกว่า 4-6 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้นเลย หรือแย่ลง
เมื่อหมอสงสัยว่าอาจมีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่ หมอจะตรวจละเอียดดังนี้ครับ:
ซักประวัติและตรวจร่างกาย: หมอจะเคาะดูที่กระดูกสันหลัง (Spinous process) หากเป็นมะเร็งที่กระดูก มักจะมีอาการเจ็บมากเมื่อเคาะลงไปตรงๆ (Percussion tenderness)
เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจเบื้องต้น อาจเห็นเงาของกระดูกที่ถูกทำลาย (เช่น สัญญาณ Winking owl sign หรือเงาตาแมวหายไป) แต่ในระยะแรกอาจยังมองไม่เห็น
MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): นี่คือ พระเอก ของงานนี้ครับ MRI สามารถแยกแยะเนื้อเยื่อได้ดีที่สุด บอกได้ว่าก้อนที่เห็นคือ หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา หรือเป็นก้อนเนื้อร้ายที่อยู่ในไขกระดูก
Bone Scan (สแกนกระดูก) / PET Scan: ใช้เพื่อดูว่ามะเร็งกระจายไปที่กระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วยหรือไม่
เจาะเลือด: ดูค่าการอักเสบ (ESR, CRP), ดูค่าแคลเซียมในเลือด (Hypercalcemia), หรือค่าบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker) เฉพาะโรค
1. กรณีเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้น (HNP)
พยากรณ์โรค: ดีมาก ส่วนใหญ่ (80-90%) หายได้เอง หรือดีขึ้นมากด้วยการรักษาแบบประคับประคอง
การรักษา: กินยา, กายภาพบำบัด, ปรับพฤติกรรม, ฉีดยาลดอักเสบเข้าโพรงประสาท หรือผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscope) เฉพาะรายที่จำเป็นจริงๆ
2. กรณีเป็นมะเร็งลุกลามมาที่กระดูก
เป้าหมาย: เน้นการ "รักษาคุณภาพชีวิต" (Palliative Care) และ "ป้องกันอัมพาต"
การรักษา:
กระดูกสันหลังหักยุบ (Pathological Fracture): เพราะมะเร็งกัดกินจนกระดูกเปราะบาง
อัมพาต (Paralysis): หากก้อนมะเร็งโตจนกดทับไขสันหลังเต็มที่ อาจทำให้ขาขยับไม่ได้ถาวร ดังนั้น "ความไว" ในการวินิจฉัยจึงสำคัญที่สุดครับ
อาการปวดหลังส่วนใหญ่ "ไม่อันตราย" ครับ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มี "สัญญาณเตือน 🚩" โดยเฉพาะ ปวดตอนกลางคืน และ มีประวัติมะเร็ง อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่เส้นยึด
การรู้เร็ว... ไม่ได้แปลว่าข่าวร้ายเสมอไป แต่แปลว่าเราจะมีโอกาสวางแผนรับมือ ป้องกันความพิการ และดูแลคนที่เรารักให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดได้ทันเวลาครับ
หมอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังต่อสู้กับอาการปวดหลัง ไม่ว่าจะสาเหตุใด ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังเรื้อรัง #มะเร็งกระดูก #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดหลังลงขา #ปวดกลางคืน #สัญญาณอันตรายปวดหลัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #RedFlagSigns
Deyo RA, Mirza SK. Herniated Lumbar Intervertebral Disk. N Engl J Med. 2016;374(18):1763-1772. (สรุป: ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน ตั้งแต่กลไกการเกิด อาการ จนถึงแนวทางการรักษาในปัจจุบัน)
Maccauro G, Spinelli MS, Mauro S, et al. Physiopathology of spine metastasis. Int J Surg Oncol. 2011;2011:109214. (สรุป: อธิบายกลไกที่มะเร็งกระจายตัวมายังกระดูกสันหลัง ทำไมถึงชอบไปที่นี่ และกระบวนการทำลายกระดูก)
Henschke N, Maher CG, Ostelo RW, et al. Red flags to screen for malignancy in patients with low-back pain. Cochrane Database Syst Rev. 2013;(2):CD008686. (สรุป: การทบทวนงานวิจัยจำนวนมากเพื่อหา "ธงแดง" หรือสัญญาณเตือนที่แม่นยำที่สุดในการแยกโรคมะเร็งออกจากอาการปวดหลังทั่วไป)
Sciubba DM, Petteys RJ, Dekutoski MB, et al. Diagnosis and management of metastatic spine disease: a review. J Neurosurg Spine. 2010;13(1):94-108. (สรุป: บทความรีวิวที่ครอบคลุมการวินิจฉัยและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งกระดูกสันหลังแบบองค์รวม)
Finucane LM, Downie A, Mercer C, et al. International Framework for Red Flags for Potential Serious Spinal Pathologies. J Orthop Sports Phys Ther. 2020;50(7):350-372. (สรุป: แนวทางมาตรฐานระดับนานาชาติในการใช้ Red Flags เพื่อคัดกรองโรคทางกระดูกสันหลังที่ร้ายแรง เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย)