
อาการปวดบวมแดงร้อนฉับพลัน โดยเฉพาะที่ "โคนนิ้วหัวแม่เท้า" ข้อเท้า หรือข้อเข่า คือสัญลักษณ์สุดคลาสสิกของ "โรคเก๊าต์ (Gout)" ครับ
หลายคนเข้าใจผิดว่าโรคเก๊าต์เป็นแค่โรคปวดข้อธรรมดา เดี๋ยวก็หาย... แต่ความจริงแล้ว เก๊าต์คือ "ระเบิดเวลา" ของร่างกายครับ ถ้าปล่อยไว้นานๆ โดยไม่คุมค่ากรดยูริก มันจะไม่ใช่แค่ปวดข้อ แต่จะลามไปทำลาย "ไต" และทำให้ข้อต่อผิดรูปถาวรได้
วันนี้หมอเก่งจะพามารู้จักวิธีรักษาที่ถูกต้อง (ไม่ใช่แค่กินยาแก้ปวดไปวันๆ) และวิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวกว่าความปวดครับ
โรคเก๊าต์เกิดจากร่างกายมี "กรดยูริก" (Uric Acid) ในเลือดสูงเกินไป (เกิน 7 mg/dL ในชาย, 6 mg/dL ในหญิง) เป็นเวลานาน เมื่อยูริกมันล้น มันจะตกตะกอนกลายเป็น "ผลึกรูปเข็ม" (Monosodium Urate Crystals) ไปทิ่มแทงตามข้อต่อต่างๆ
การรักษาเก๊าต์ ไม่ใช่แค่กินยาแก้ปวดแล้วจบครับ แต่ต้องรักษา 2 ระยะแยกกันชัดเจน:
เป้าหมาย: ดับไฟให้เร็วที่สุด
ยาต้านการอักเสบ:
ห้ามทำเด็ดขาด:
เป้าหมาย: ละลายผลึก และป้องกันไตพัง เมื่อหายปวดแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด คือการกิน "ยาลดระดับกรดยูริก" (เช่น Allopurinol, Febuxostat)
Target: ต้องคุมระดับกรดยูริกในเลือดให้ ต่ำกว่า 6 mg/dL ให้ได้
เมื่อระดับต่ำกว่า 6 ต่อเนื่อง ผลึกที่เกาะตามข้อจะค่อยๆ ละลายหายไปเอง และจะไม่กลับมาปวดอีก
ถ้าคุณกินแค่ยาแก้ปวด แต่ไม่ยอมลดกรดยูริก สิ่งเหล่านี้จะตามมาครับ:
ก้อนโทฟัส (Tophi):
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ:
ไตวายเรื้อรัง (Gouty Nephropathy):
โรคหัวใจและหลอดเลือด:
❌ เลี่ยงอาหารพิวรีนสูง (High Purine):
สัตว์ปีก: เป็ด ไก่ ห่าน (รวมถึงน้ำซุปที่เคี่ยวนานๆ)
เครื่องในสัตว์ทุกชนิด: ตับ ไต ไส้ หัวใจ
ยอดผัก: ยอดกระถิน ชะอม สะเดา หน่อไม้ฝรั่ง (กินได้บ้าง แต่อย่าเยอะ)
แอลกอฮอล์: โดยเฉพาะ "เบียร์" ตัวร้ายอันดับ 1 เพราะมีทั้งพิวรีนและยับยั้งการขับยูริก
น้ำหวาน/น้ำอัดลม: น้ำตาลฟรุกโตสกระตุ้นการสร้างยูริกได้
✅ กินได้และควรทำ:
ดื่มน้ำเยอะๆ: วันละ 2-3 ลิตร ช่วยขับยูริกออกทางปัสสาวะได้ดีที่สุด
โปรตีนจากนม/ไข่: นมไขมันต่ำ ช่วยลดกรดยูริกได้
วิตามินซี: ช่วยเร่งการขับกรดยูริก
ลดน้ำหนัก: ความอ้วนสัมพันธ์โดยตรงกับระดับกรดยูริก
โรคเก๊าต์ "รักษาให้หายขาดได้" (คือคุมให้ไม่ปวดเลยตลอดชีวิต) กุญแจสำคัญคือ "วินัย" ครับ
กินยาคุมระดับยูริกต่อเนื่อง (ห้ามหยุดเอง)
ปรับพฤติกรรมการกิน
เช็กค่าไตและค่ายูริกสม่ำเสมอ
อย่ารอให้ข้อบิดเบี้ยว หรือไตวายก่อนค่อยรักษานะครับ เพราะวันนั้นอาจสายเกินแก้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#โรคเก๊าต์ #Gout #กรดยูริกสูง #ปวดข้อเท้า #นิ้วหัวแม่เท้าบวม #อาหารโรคเก๊าต์ #ไตเสื่อมจากเก๊าต์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #หมอเก่งเชียงใหม่
FitzGerald JD, et al. 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout. Arthritis Care Res (Hoboken). 2020. (สรุป: แนวทางล่าสุดแนะนำกลยุทธ์ Treat-to-target คือต้องลดกรดยูริกให้ต่ำกว่า 6 mg/dL เพื่อละลายผลึก)
Richette P, et al. 2016 updated EULAR evidence-based recommendations for the management of gout. Ann Rheum Dis. 2017. (สรุป: ยืนยันว่าการให้ความรู้ผู้ป่วยเรื่องอาหารและการปรับวิถีชีวิต เป็นส่วนสำคัญควบคู่กับการใช้ยา)
Choi HK, et al. Purine-rich foods, dairy and protein intake, and the risk of gout in men. N Engl J Med. 2004. (สรุป: งานวิจัยคลาสสิกที่ระบุว่าเนื้อแดงและอาหารทะเลเพิ่มความเสี่ยงเก๊าต์ แต่ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำช่วยลดความเสี่ยง)