
คำถามนี้ผมเจอบ่อยมากครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ แม่บ้าน หรือแม้แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ หลายคนตกใจตื่นกลางดึกเพราะความรู้สึกหนาๆ ชาๆ ที่มือ เหมือนเลือดไม่เดิน บางคนกลัวว่าเป็นอัมพฤกษ์ หรือโรคหัวใจ
แต่ความจริงแล้ว 90% ของคนที่ "ชาจนตื่น" มักไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงขนาดนั้นครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดของโรค "พังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome)"
วันนี้หมอเก่งจะพามาสำรวจ "อุโมงค์ข้อมือ" ของเรากันครับ ว่าทำไมมันถึงทำให้เรานอนไม่หลับ และถ้าปล่อยไว้... จะเกิดอะไรขึ้น?
หมออยากให้ลองจินตนาการว่า ข้อมือของเรามี "อุโมงค์เล็กๆ" อยู่ด้านฝ่ามือ (Carpal Tunnel) ในอุโมงค์นี้มีของอยู่ 2 อย่าง คือ
เส้นเอ็น (สำหรับงอนิ้ว) มี 9 เส้น
เส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) มี 1 เส้น
ปกติพวกมันก็อยู่กันอย่างมีความสุขครับ แต่พอเราใช้งานมือหนักๆ พิมพ์งานทั้งวัน หรือมีการอักเสบ เนื้อเยื่อในอุโมงค์จะบวมขึ้น หรือมีน้ำมาคั่งมากขึ้น ทำให้พื้นที่ในอุโมงค์แคบลง
แล้วทำไมต้องชาตอนนอน? เพราะธรรมชาติของคนเราเวลานอนหลับ มักจะเผลอ "งอข้อมือ" โดยไม่รู้ตัวครับ ท่านี้จะไปบีบอุโมงค์ให้แคบลงไปอีก บวกกับตอนนอน ร่างกายจะมีการสะสมของของเหลวตามแขนขามากขึ้น แรงดันในอุโมงค์ข้อมือเลยพุ่งสูงปรี๊ด เส้นประสาทเลยขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว จนเกิดอาการชาจนต้องสะดุ้งตื่นมาสะบัดมือนั่นเองครับ
ลองแบมือดูนะครับ เส้นประสาทเส้นนี้เลี้ยงความรู้สึกเฉพาะนิ้วต่อไปนี้:
นิ้วโป้ง
นิ้วชี้
นิ้วกลาง
และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง (ด้านที่ติดกับนิ้วกลาง)
จุดสังเกตสำคัญ:
ถ้าคุณชาที่นิ้วโป้ง ชี้ กลาง เป็นหลัก แต่นิ้วก้อยปกติ (ไม่ชาเลย) ... ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับว่าน่าจะเป็น "พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" (เพราะนิ้วก้อยเลี้ยงด้วยเส้นประสาทคนละเส้นครับ)
อาการอื่นๆ ที่พบบ่อย:
จับของแล้วหลุดมือบ่อยๆ เหมือนไม่มีแรง
ขี่มอเตอร์ไซค์แล้วมือชาจนต้องจอดรถสะบัดมือ
ในรายที่เป็นนานๆ "เนินเนื้อที่โคนนิ้วโป้งจะลีบแบน" จนมือดูแบนราบ (อันนี้คือระยะรุนแรงแล้วครับ)
โรคนี้เกิดจากแรงดันในโพรงข้อมือสูงขึ้น สาเหตุหลักๆ มาจาก:
พฤติกรรม: ใช้งานมือซ้ำๆ เช่น พิมพ์คอมพิวเตอร์นานๆ (เม้าส์ซินโดรม), งานเย็บปักถักร้อย, งานช่าง, ขี่มอเตอร์ไซค์
ฮอร์โมนและโรคประจำตัว:
หมอจะตรวจร่างกายด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณลองทำเองที่บ้านได้เบื้องต้นครับ:
Phalen’s Test: ให้หักข้อมือเข้าหากัน (เอาหลังมือชนกัน) แล้วกดค้างไว้ 1 นาที
Tinel’s Sign: หมอจะใช้นิ้วเคาะเบาๆ ตรงกลางข้อมือ
กรณีที่ไม่แน่ใจ หรือเตรียมผ่าตัด หมออาจส่งตรวจ การนำกระแสประสาท (EMG/NCS) เพื่อดูความรุนแรงว่าเส้นประสาทเสียหายไปมากน้อยแค่ไหนครับ
ข่าวดีคือโรคนี้ "หายได้" และไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนครับ
ปรับพฤติกรรม: พักข้อมือ ลดการงอข้อมือซ้ำๆ
ใส่เฝือกอ่อน (Night Splint): สำคัญมาก! ใส่เฉพาะตอนนอน เพื่อดามข้อมือให้ตรง ไม่ให้เผลองอข้อมือทับเส้นประสาท ช่วยลดอาการชาตอนเช้าได้ดีมาก
ยา: วิตามินบี (บำรุงประสาท) และยาแก้อักเสบ (ลดบวม)
ฉีดยาสเตียรอยด์: ฉีดเข้าในอุโมงค์ข้อมือ เพื่อลดการบวมของเนื้อเยื่อแบบเร่งด่วน ได้ผลดีมากในการวินิจฉัยและรักษา (แต่ไม่ควรฉีดบ่อยเกินไป)
จะทำเมื่อ: รักษาด้วยยา/ฉีดยาแล้วไม่ดีขึ้น, มีอาการชานิ้วตลอดเวลา, หรือกล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งเริ่มลีบ
ผ่าตัดทำอะไร?: หมอจะไปตัด "หลังคาอุโมงค์" (Transverse Carpal Ligament) ที่มันหนาตัวกดทับเส้นประสาทอยู่ ให้เปิดออก
ผลการรักษา: เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลา 15-30 นาที ไม่ต้องดมยาสลบ กลับบ้านได้เลย อาการปวดมักหายทันทีหลังผ่า ส่วนอาการชาจะค่อยๆ ดีขึ้น
ระยะเริ่มต้น: รักษาหายขาดได้สูงด้วยการปรับพฤติกรรมและใส่เฝือก
ระยะเรื้อรัง (กล้ามเนื้อลีบ): การผ่าตัดจะช่วย "หยุด" ไม่ให้เป็นมากขึ้น แต่อาการชาหรือกล้ามเนื้อที่ลีบไปแล้ว อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูเป็นปี หรืออาจไม่กลับมา 100%
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป เส้นประสาทจะตายถาวร นิ้วโป้งจะไม่มีแรงหยิบของ (หยิบเหรียญไม่ได้) และมือลีบจนเสียรูป ซึ่งตอนนั้นการผ่าตัดธรรมดาอาจช่วยไม่ได้แล้วครับ
อาการชาตอนกลางคืน คือสัญญาณ "SOS" จากเส้นประสาทครับ ถ้าตื่นมาสะบัดมือแล้วหาย... อย่าเพิ่งดีใจว่าหายแล้ว ให้รีบดูแล ใส่เฝือกตอนนอน หรือปรึกษาแพทย์ เพราะการรักษาตอนที่เส้นประสาท "แค่สลบ" ง่ายกว่าตอนที่มัน "ตาย" ไปแล้วหลายเท่าตัวครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ชามือ #ชามือตอนกลางคืน #พังผืดทับเส้นประสาท #CarpalTunnel #มือชา #นิ้วล็อก #ปวดข้อมือ #ผ่าตัดพังผืด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #หมอเก่งเชียงใหม่
American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Carpal Tunnel Syndrome: Evidence-Based Clinical Practice Guideline. 2016. (สรุป: แนวทางมาตรฐานระดับโลก แนะนำให้เริ่มรักษาด้วยการใส่เฝือกและการปรับพฤติกรรมก่อนพิจารณาผ่าตัด)
Bickel KD. Carpal tunnel syndrome. J Hand Surg Am. 2010;35(1):147-52. (สรุป: อธิบายกลไกการเกิดโรค อาการแสดงที่ชัดเจน และการวินิจฉัยแยกโรคจากภาวะอื่นๆ)
Padua L, et al. Carpal tunnel syndrome: clinical features, diagnosis, and management. Lancet Neurol. 2016;15(12):1273-84. (สรุป: การทบทวนความรู้ครบวงจร ตั้งแต่ปัจจัยเสี่ยงไปจนถึงเปรียบเทียบผลการรักษาแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด)
Graham, B., et al. The American Academy of Orthopaedic Surgeons Evidence-Based Clinical Practice Guideline on: Management of Carpal Tunnel Syndrome. J Bone Joint Surg Am. 2016. (สรุป: ยืนยันว่าการฉีดสเตียรอยด์มีประสิทธิภาพในการลดอาการระยะสั้นและช่วยชะลอการผ่าตัดได้)