“ชอบดัดคอ กร็อบแกร๊บ...อันตรายไหม?” : เสียงกระดูกลั่นเกิดจากอะไร ทำบ่อยๆ จะทำให้กระดูกเสื่อมเร็วขึ้นจริงหรือ?

“กร็อบ!” ... “เฮ้อ โล่งหัวจัง”

เชื่อว่าหลายท่านที่นั่งอ่านบทความนี้อยู่ คงเคยทำพฤติกรรมนี้ใช่ไหมครับ เวลาที่นั่งทำงานนานๆ แล้วรู้สึกตึงที่คอ บ่า ไหล่ ก็จัดการเอียงคอ สะบัดหน้าแรงๆ จนได้ยินเสียงลั่น “กร็อบ” แล้วจะรู้สึกฟิน รู้สึกว่าเส้นที่ตึงๆ มันคลายออกไป

แต่เคยสังเกตไหมครับว่า ช่วงแรกๆ เราอาจจะทำแค่วันละครั้งก็หายเมื่อย แต่พอนานวันเข้า เราเริ่มต้องทำถี่ขึ้น จากวันละครั้ง กลายเป็นทุกชั่วโมง บางคนติดเป็นนิสัยต้องหักคอทุก 15 นาที ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกไม่สบายตัว

มีคนไข้ชายวัย 35 ปีท่านหนึ่ง มาปรึกษาหมอด้วยความกังวลใจ เพราะวันดีคืนดี หลังจากที่บิดคอแรงๆ ตามความเคยชิน จู่ๆ ก็รู้สึกหน้ามืด วูบเหมือนโลกหมุน และมีอาการปวดต้นคอตื้อๆ ไม่หาย เขาเริ่มกลัวว่า “หมอครับ ผมทำเส้นเลือดในสมองแตกหรือเปล่า? แล้วที่ผมดัดคอมาตลอด 10 ปีนี่ กระดูกผมพังหมดแล้วใช่ไหม?”

วันนี้หมอเก่งจะมาไขความลับของเสียง “กร็อบแกร๊บ” นี้ให้ฟังครับ ว่าตกลงแล้วมันคือเสียงสวรรค์ที่ช่วยคลายปวด หรือเป็นเสียงเตือนภัยจากร่างกายที่บอกว่า “หยุดทำร้ายฉันได้แล้ว!”

ความจริงเบื้องหลังเสียง "กร็อบ": กระดูกหักหรือแค่แก๊สระเบิด?

หลายคนจินตนาการว่าเสียงที่ดังนั้น คือเสียงของกระดูกสองชิ้นขบกัน หรือกระดูกเข้าที่ แต่ความจริงแล้ว ในทางสรีรวิทยา เสียงนี้เกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Cavitation” ครับ

อธิบายง่ายๆ คือ ในข้อต่อกระดูกสันหลังของเรา จะมีของเหลวหล่อลื่น (Synovial Fluid) บรรจุอยู่ในถุงหุ้มข้อ ซึ่งในน้ำนี้จะมีแก๊สต่างๆ ละลายอยู่ (เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์)

เวลาที่เราบิดคอ หรือหักนิ้ว เรากำลังไป “ขยายพื้นที่” ในข้อต่ออย่างรวดเร็ว ทำให้ความดันในข้อลดฮวบลง แก๊สที่ละลายอยู่จึงรวมตัวกันเป็นฟองอากาศแล้ว “ระเบิดออก” จนเกิดเสียงดัง “ป๊อก!” หรือ “กร็อบ!” นั่นเองครับ

เปรียบเหมือนเวลาเราดึงตัวดูดกระจก (Suction cup) ออกจากกระจกแรงๆ แล้วมีเสียงดัง “ป๊อป!” นั่นแหละครับ ไม่ใช่เสียงกระดูกหักแต่อย่างใด และหลังจากดังแล้ว ต้องรอประมาณ 20-30 นาที ให้แก๊สละลายกลับไปใหม่ ถึงจะหักให้ดังได้อีกรอบ

ดัดคอแล้ว "โล่ง" จริง หรือแค่ "คิดไปเอง"?

ต้องยอมรับครับว่า ความรู้สึกโล่งสบายหลังดัดคอเป็นเรื่องจริง แต่เป็นความจริงเพียง “ชั่วคราว”

สาเหตุที่เรารู้สึกดีขึ้น เพราะ:

  1. การคลายตัวของตัวรับความรู้สึก: การบิดแรงๆ ไปกระตุ้นเส้นประสาทและตัวรับความรู้สึกรอบข้อต่อ (Mechanoreceptors) ทำให้สัญญาณความปวดถูกรบกวนชั่วคราว

  2. สารความสุข: ร่างกายอาจหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) ออกมาเล็กน้อยจากการกระตุ้นนั้น

  3. กล้ามเนื้อคลายตัว: การยืดกระชาก ทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่คลายตัวออกในระยะสั้น

แต่! นี่ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุครับ มันเหมือนเรากินยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์แค่ 15 นาที พอหมดฤทธิ์ อาการตึงก็จะกลับมาใหม่ และนำไปสู่วงจรการเสพติดการดัดคอ

3 ความเสี่ยง : เมื่อความฟิน กลายเป็นความพัง

ถ้าทำนานๆ ครั้ง เบาๆ อาจจะไม่ส่งผลเสียร้ายแรง แต่คนที่ “ติด” การดัดคอ และทำรุนแรง มีความเสี่ยงที่ต้องระวังดังนี้ครับ

1. เอ็นรอบคอหย่อนยาน (Ligament Laxity) = สาเหตุความปวดเรื้อรัง ลองนึกถึงหนังยางรัดของครับ ถ้าเราดึงยืดมันแรงๆ ทุกวัน หนังยางก็จะยืดและย้วย ในที่สุดก็ไม่สามารถรัดของได้แน่นเหมือนเดิม เอ็นยึดกระดูกคอก็เช่นกันครับ เมื่อเราสะบัดคอบ่อยๆ เอ็นจะเริ่มหลวม ทำให้ข้อต่อกระดูกคอ “ไม่มั่นคง” (Instability) เมื่อข้อต่อหลวม กล้ามเนื้อคอก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเกร็งพยุงคอไว้ ผลคือ “ยิ่งดัด ยิ่งเมื่อย” และยิ่งเมื่อย ก็ยิ่งอยากดัด วนเวียนไม่รู้จบ

2. กระดูกคอเสื่อมเร็วขึ้น (Degeneration) ร่างกายคนเราฉลาดครับ เมื่อข้อต่อมันหลวม (จากข้อ 1) ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมโดยการสร้างกระดูกงอกขึ้นมาโปะรอบๆ ข้อต่อ เพื่อให้มันแน่นขึ้น เจ้ากระดูกงอก (Bone Spur) นี่แหละครับ ที่ในอนาคตอาจจะไปทิ่มแทง หรือเบียดทับ “เส้นประสาท” ทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงแขน หรือชาได้

  1. ความเสี่ยงต่อหลอดเลือดสมอง (Stroke) ** ข้อนี้สำคัญมาก แม้จะพบน้อย แต่เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตครับ กระดูกคอของเรามีรูให้ “หลอดเลือดแดง” (Vertebral Artery) วิ่งผ่านเพื่อนำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหลัง การสะบัดคอที่ “แรงและเร็ว” เกินไป อาจทำให้ผนังหลอดเลือดด้านในเกิดการฉีกขาด (Artery Dissection) ทำให้เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันในสมอง ส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ (เคสแบบนี้มักเจอในกรณีการดัดคอที่รุนแรงมากๆ หรือการจัดกระดูกที่ขาดความเชี่ยวชาญ)

สัญญาณเตือน: ดัดแบบไหนที่ต้องหยุดทันที?

หากท่านมีอาการเหล่านี้หลังดัดคอ ให้หยุดทำและรีบมาพบแพทย์ครับ

  • มีอาการเจ็บแปร๊บ หรือปวดตื้อๆ นานกว่าเดิมหลังดัด

  • มีอาการชา หรือไฟช็อต ร้าวลงแขนหรือปลายนิ้ว

  • มีอาการหน้ามืด เวียนหัว บ้านหมุน หรือมองเห็นภาพซ้อนทันทีหลังดัดคอ

  • รู้สึกคออ่อนแรง ประคองหัวไม่อยู่

ทางออก: เปลี่ยนจาก "หัก" เป็น "ยืด"

ถ้าปวดเมื่อยคอ จะให้ทำยังไงถ้าไม่ดัด? หมอขอแนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรมจากการกระชากแรงๆ มาเป็นการ “ยืดเหยียดช้าๆ (Stretching)” แทนครับ ได้ผลยั่งยืนกว่าและปลอดภัยกว่า

ท่าบริหารง่ายๆ ทำได้ที่โต๊ะทำงาน:

  1. ท่าก้ม-เงย: ก้มหน้าช้าๆ จนคางชิดอก นับ 1-10 แล้วเงยหน้าขึ้นช้าๆ จนสุด นับ 1-10

  2. ท่าเอียงคอ: เอียงหูซ้ายไปหาไหล่ซ้าย (ไหล่ไม่ยก) มือซ้ายช่วยกดศีรษะเบาๆ นับ 1-10 แล้วสลับข้าง

  3. ท่าหันหน้า: หันหน้าไปทางซ้ายช้าๆ จนสุด ค้างไว้ แล้วหันไปทางขวา

การรักษาทางการแพทย์

หากท่านรู้สึกว่าคอหลวม หรือปวดเรื้อรังจนรบกวนชีวิต หมอจะตรวจวินิจฉัยดังนี้ครับ

  • X-ray: เพื่อดูว่ามีกระดูกงอก หรือข้อต่อทรุดตัวหรือไม่

  • Dynamic X-ray: ให้คนไข้ก้มและเงยคอขณะถ่ายภาพ เพื่อดูว่าข้อต่อมีความมั่นคงหรือไม่ (ดูภาวะกระดูกเคลื่อน)

  • MRI: ในรายที่มีอาการชาร้าวลงแขน เพื่อดูการกดทับเส้นประสาท

การรักษามีตั้งแต่การทำกายภาพบำบัดเพื่อสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางคอ (Deep Neck Flexor) ให้กลับมาแข็งแรงเพื่อพยุงคอแทนเอ็นที่ยืดไปแล้ว, การใช้ยา, ไปจนถึงการฉีดยาเพื่อลดการอักเสบครับ

สรุป

เสียง “กร็อบ” จากการดัดคอ อาจให้ความสุขชั่วคราว แต่แลกมาด้วยความเสื่อมถาวรของข้อต่อและเส้นเอ็นครับ

หมอไม่ได้ห้ามว่าห้ามทำเด็ดขาด หากมันดังเองเวลาขยับตัว หรือทำเบาๆ นานๆ ครั้ง ถือว่าไม่อันตราย แต่ถ้าต้องทำทุกชั่วโมง ทำแรงๆ เพื่อให้ดังสะใจ หมอขอเตือนด้วยความหวังดีว่า “หยุดเถอะครับ”

หันมาบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง และปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง (Ergonomics) จะเป็นการแก้ปัญหาความปวดที่ต้นเหตุ และถนอมกระดูกคอของท่านให้ใช้งานได้ดีไปจนแก่เฒ่าครับ

ร่างกายเราไม่ใช่ของเล่น อย่าเสี่ยงกับความสะใจเพียงเสี้ยววินาทีเลยนะครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ดัดคอ #กระดูกคอลั่น #เสียงกร็อบแกร๊บ #กระดูกคอเสื่อม #ปวดคอ #ออฟฟิศซินโดรม #อันตรายจากการดัดคอ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เส้นเลือดสมอง #กายภาพบำบัดคอ

References

  1. Protopapas MG, Cymet TC. Joint cracking and popping: understanding noises that accompany articular release. J Am Osteopath Assoc. 2002;102(5):283-7.

  2. Castellote-Caballero Y, Valenza-Demet G, Prenton S, Martin-Martin L, Mullerpiano-Ayala M, Cabrera-Martos I. Neck cracking: A cross-sectional survey of prevalence, beliefs, and associated factors among university students. Musculoskelet Sci Pract. 2021;54:102403.

  3. Cassidy JD, Boyle E, Côté P, He Y, Hogg-Johnson S, Silver FL, et al. Risk of vertebrobasilar stroke and chiropractic care: results of a population-based case-control and case-crossover study. Spine (Phila Pa 1976). 2008;33(4 Suppl):S176-83.

  4. Haldeman S, Kohlbeck FJ, McGregor M. Unpredictability of cerebrovascular ischemia associated with cervical spine manipulation therapy: a review of sixty-four cases after cervical spine manipulation. Spine (Phila Pa 1976). 2002;27(1):49-55.

  5. Kawchuk GN, Fryer J, Jaremko JL, Zeng H, Rowe L, Thompson R. Real-time visualization of joint cavitation. PLoS One. 2015;10(4):e0119470.