
"หมอครับ ช่วงนี้ผมปวดหัวบ่อยมาก กินยาแก้ปวดหัวก็ไม่หาย สังเกตว่ามันจะเริ่มตึง ๆ ที่คอก่อน แล้วร้าวลงบ่า สักพักมันจะจี๊ดขึ้นขมับ เหมือนไมเกรนเลยครับ แบบนี้ผมเป็นเนื้องอกในสมองหรือเปล่า?"
คนไข้วัยทำงานหลายคน เดินเข้ามาหาหมอด้วยความกังวลใจ เพราะอาการ "ปวด 3 เด้ง" (คอ-บ่า-ศีรษะ) นี่แหละครับ มันทรมานและรบกวนสมาธิทำงานสุด ๆ
หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นไมเกรน หรือแค่เครียดลงกระเพาะ แต่อันที่จริงแล้ว อาการแบบนี้คือ "สัญญาณเตือนจากโครงสร้างร่างกาย" ที่กำลังร้องบอกว่า "ฉันไม่ไหวแล้ว!" วันนี้หมอจะพามาไขปริศนาอาการนี้กันครับ ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง และจะจัดการกับมันยังไง
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด (กว่า 80% ของคนไข้ที่มาหาหมอ) ครับ!
เกิดจากการที่เรานั่งจ้องคอมฯ หรือก้มเล่นมือถือนาน ๆ จนกล้ามเนื้อบ่า (Trapezius) และกล้ามเนื้อฐานกะโหลก (Suboccipital) เกิดการเกร็งตัวสะสม จนกลายเป็นก้อนปมแข็ง ๆ ที่เรียกว่า Trigger Point
เจ้าปมพวกนี้แหละตัวร้าย! เพราะมันสามารถส่งสัญญาณความปวด "ร้าว" ไปที่อื่นได้ (Referred Pain)
จุดที่บ่า: ปวดร้าวขึ้นท้ายทอยและขมับ
จุดที่คอ: ปวดร้าวเข้ากระบอกตา
อาการนี้มักจะเรียกว่า "Tension Headache" หรือปวดศีรษะจากความตึงเครียดของกล้ามเนื้อครับ กินยาไมเกรนอาจจะไม่ตรงจุดเท่าการคลายกล้ามเนื้อ
ถ้าคุณอายุ 40+ หรือใช้งานคอหนักมานาน อาจไม่ได้เป็นแค่กล้ามเนื้อครับ
เมื่อหมอนรองกระดูกคอเริ่มเสื่อมและทรุดตัว หรือมีหินปูนเกาะตามข้อต่อกระดูกคอ (Facet Joint) มันจะทำให้เกิดอาการปวดลึก ๆ ที่คอ ขยับแล้วมีเสียงกรอบแกรบ
ที่สำคัญคือ เส้นประสาทไขสันหลังส่วนคอ (โดยเฉพาะคู่ที่ 1-3) มันเชื่อมโยงกับความรู้สึกที่ศีรษะครับ พอข้อต่อคออักเสบ มันจึงส่งสัญญาณปวดร้าวขึ้นไปที่ศีรษะได้ เราเรียกอาการนี้ว่า "Cervicogenic Headache" (ปวดหัวที่มีต้นเหตุจากคอ)
อันนี้จะรุนแรงกว่าเพื่อนครับ สังเกตง่าย ๆ คือ นอกจากปวดคอ บ่า ไหล่ แล้ว มักจะมีอาการ "ไฟช็อต" ร้าวลงไปที่แขน หรือมีอาการ "ชาปลายนิ้วมือ" ร่วมด้วย
ถ้ามีอาการชาร่วมด้วย ต้องรีบมาเช็กด่วนครับ เพราะแปลว่าเส้นประสาทกำลังถูกบีบอัดโดยตรง
การแยกโรคให้ขาด สำคัญมากต่อการรักษาครับ:
ตรวจร่างกาย: หมอจะกดหาจุด Trigger Point ดูองศาการหันคอ และเช็กระบบประสาท (แรงแขน/การรับความรู้สึก)
เอกซเรย์ (X-ray): ดูความโค้งของกระดูกคอ (คนปวดคอส่วนใหญ่ คอจะตรงเป็นไม้บรรทัด แทนที่จะโค้งเป็นตัว C) และดูหินปูน
MRI: ถ้าสงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาท หรือรักษาเบื้องต้นแล้วไม่หาย หมอถึงจะส่งทำ MRI เพื่อดูหมอนรองกระดูกและเนื้อเยื่อครับ
1. ระยะปวดเฉียบพลัน (ดับไฟ):
ยา: ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs)
กายภาพบำบัด: การใช้เครื่องมืออย่าง Ultrasound หรือ Shockwave (คลื่นกระแทก) เพื่อสลายปมกล้ามเนื้อที่เกร็งตัว ได้ผลดีมากครับ
2. การฉีดยา (ทางเลือกสำหรับคนปวดเรื้อรัง):
Trigger Point Injection: ฉีดยาคลายปมกล้ามเนื้อโดยตรง
การฉีดยาโดยใช้ ultrasound ระบุตำแหน่งเพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท หรือการบล๊อกเส้นประสาท
3. ระยะยาว (ป้องกัน):
ปรับพฤติกรรม: นี่คือยาที่ดีที่สุดครับ! ยกจอคอมฯ ให้เสมอระดับสายตา (Eye Level) อย่าก้มคอเล่นมือถือนาน
หมอน: เลือกหมอนที่หนุนแล้วคอไม่พับ หรือสูงเกินไป
บริหารกล้ามเนื้อคอ: เพื่อให้กล้ามเนื้อแกนกลางคอแข็งแรง ช่วยพยุงศีรษะแทนกระดูก
ถ้าปวดคอ บ่า ธรรมดา พักแล้วหาย ก็ไม่น่าห่วงครับ แต่ถ้า...
ปวดหัวรุนแรง กินยาแล้วไม่เบาลง
มีอาการชาร้าวลงแขน หรือแขนอ่อนแรง
ตามัว วูบ หรือทรงตัวไม่อยู่
รีบมาพบแพทย์นะครับ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะจากแค่ "กล้ามเนื้อตึง" อาจกลายเป็น "กระดูกเสื่อมถาวร" ได้
ดูแลคอของคุณให้ดี วันนี้ยังไม่สายที่จะเริ่มยืดเหยียดและปรับท่านั่งครับ!
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อสอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดคอร้าวลงบ่า #ปวดหัวจากคอ #ออฟฟิศซินโดรม #กระดูกคอเสื่อม #ไมเกรนเทียม #TensionHeadache #CervicogenicHeadache #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัด #Shockwave