
หลายคนคิดว่า “ผ่าตัดหลังและใส่เหล็กแล้ว อาการต้องหายแน่นอน” แต่ในความจริง ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังมีอาการปวดเอว ปวดร้าวลงขา หรือปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดอยู่ ทั้งที่ภาพฟิล์มหลังผ่าตัดดูดี เหล็กไม่หลวม และแผลหายดีแล้ว
อาการแบบนี้เรียกว่า ปวดหลังเรื้อรังหลังผ่าตัด (Failed Back Surgery Syndrome – FBSS) ซึ่งมีสาเหตุได้หลายอย่าง ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดล้มเหลวเสมอไป แต่เป็นภาวะที่ต้องประเมินให้ครบจึงรักษาได้ถูกทาง
คุณสมชาย อายุ 60 ปี เคยมีอาการปวดหลังร้าวลงขามานานหลายปี ตรวจพบหมอนรองกระดูกหลังปลิ้นกดเส้นประสาท จึงเข้ารับการผ่าตัดและใส่เหล็กยึดกระดูกสันหลัง
หลังผ่าตัด 3–4 เดือนแรกอาการดีขึ้นมาก แต่ผ่านไป 1 ปี เริ่มกลับมาปวดเอวอีก โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดินนาน ๆ และยังมีอาการปวดร้าวลงขาซ้ายเป็นระยะ ๆ
พอเข้าตรวจพบว่า
เหล็กไม่หลวม
กระดูกติดดี
แต่ ข้อกระดูกปล้องถัดไปเริ่มเสื่อมและอักเสบ
กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงเพราะไม่ได้ฟื้นฟูหลังผ่าตัด
ทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังแม้ผ่านการผ่าตัดมาแล้ว
หลังใส่เหล็ก ข้อที่ถูกยึดจะขยับน้อยลง ทำให้ปล้องเหนือและปล้องใต้ต้องรับแรงมากขึ้น จนเกิดการเสื่อม อักเสบ หรือปลิ้นกดเส้นได้อีก
เหมือนปิดถนนไว้ 1 ช่อง การจราจรไปหนักที่ช่องข้าง ๆ แทน
พังผืดอาจดึงรั้งเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าวลงขาเวลายืนหรือเดินนาน
ผู้ป่วยมักกลัวเจ็บ ไม่กล้าออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อหลัง-หน้าท้องอ่อนแรง ส่งผลให้หลังรับน้ำหนักไม่ไหวและปวดเรื้อรัง
ข้อเล็ก ๆ ด้านหลังเป็นต้นเหตุปวดได้ โดยเฉพาะหลังผ่าตัดเพราะแนวการรับน้ำหนักเปลี่ยนไป
แม้ปล้องที่ผ่าตัดจะดีแล้ว แต่ปล้องอื่นยังมีโอกาสปลิ้นได้อีก โดยเฉพาะคนอายุ 60 ปีขึ้นไป
แม้คลายกดแล้ว แต่เส้นประสาทอาจยังระคายเคือง ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขาอยู่เป็น ๆ หาย ๆ
ปวดเอวลึก ๆ เมื่อนั่งนานหรือยืนนาน
ปวดร้าวลงขาเหมือนก่อนผ่าตัด แต่เบาลง
ขาล้า เดินไกลไม่ได้
เจ็บแปลบเวลาบิดตัว
ตื่นมามีอาการตึงหลัง
แม้ไม่ใช่ทุกอาการจะอันตราย แต่การประเมินให้ถูกต้องสำคัญมาก
ขาอ่อนแรงมากขึ้น เดินไม่ได้
ชาเป็นปื้นกว้างหรือสองข้าง
กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
ปวดหลังรุนแรงเฉียบพลันหลังยกของหรือเกิดอุบัติเหตุ
อาจเป็นกระดูกปล้องใหม่ปลิ้นกดเส้นหรือมีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
ดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และความยืดหยุ่นของหลัง
ดูตำแหน่งเหล็ก ความมั่นคงของกระดูก และความเสื่อมของปล้องอื่น
ดูพังผืด เส้นประสาท และหมอนรองกระดูกปล้องใหม่ที่อาจปลิ้น
การตรวจครบช่วยวางแผนรักษาได้ตรงเหตุ ไม่ลองผิดลองถูก
เลี่ยงก้มยกของหนัก
ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–40 นาที
เดินสม่ำเสมอวันละนิดเพื่อให้กล้ามเนื้อทำงาน
ยาลดอักเสบ
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาปรับการทำงานของเส้นประสาทในกรณีปวดร้าว
เสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง
ฝึกทรงตัว
เพิ่มความยืดหยุ่นของหลัง
ใช้เครื่องมือเพื่อลดการอักเสบ
ช่วยระบุตำแหน่งชัดเจน ลดอักเสบตรงจุด เหมาะกับผู้ที่ปวดเอวร้าวลงขา หรือปวดจาก facet joint
ตรวจว่ามีปล้องอื่นเสี่ยงเสื่อมหรือปลิ้นเพิ่มหรือไม่
เหล็กหลวม (พบน้อยมาก)
กระดูกปลิ้นใหม่กดเส้นอย่างชัดเจน
ขาอ่อนแรงเพิ่มขึ้น
ความเจ็บปวดรุนแรงแม้รักษาต่อเนื่อง 2–3 เดือน
แพทย์จะประเมินอย่างละเอียด เน้นความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นมากด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยเฉพาะถ้ากลับมาฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังและแกนกลางอย่างถูกวิธี อาการร้าวลงขามักลดลงภายใน 4–8 สัปดาห์ และกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
การดูแลตัวเองและติดตามผลสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เดินวันละ 20–30 นาที
ฝึก Core muscle อาทิตย์ละ 3–4 วัน
หลีกเลี่ยงการบิดตัวเร็ว ๆ
ใช้หมอนรองหลังขณะนั่ง
ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่หลัง
แม้บางคนจะยังมีอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาหลังผ่าตัดใส่เหล็ก แต่ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ หากประเมินหาสาเหตุให้ชัดเจน ทั้งเรื่องข้อปล้องข้างเคียงเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรากประสาทอักเสบ การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น ยา กายภาพ และการฉีดยาแบบนำทางด้วยอัลตราซาวด์ ช่วยให้หลายคนกลับมาเดิน นั่ง และใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #หลังผ่าตัดยังปวด #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ใส่เหล็กกระดูกสันหลัง #ปวดร้าวลงขา