อาการปวดคอเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ หลายคนตื่นมาด้วยคอตึง ๆ หมุนคอแล้วเจ็บ ชาตามแขนบ้างเป็นครั้งคราว จนกังวลว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกคอทับเส้น ต้องผ่าตัดหรือไม่
จริง ๆ แล้ว “หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” เป็นภาวะที่พบได้บ่อยตามอายุ และ ส่วนใหญ่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากไม่มีอาการอ่อนแรงหรือการกดไขสันหลังร่วมด้วย
มารู้จักโรคนี้และแนวทางการรักษาที่ทำได้จริงกันครับ
คุณศักดิ์ อายุ 58 ปี ทำงานหน้าคอมวันละหลายชั่วโมง เริ่มมีอาการปวดคอร้าวขึ้นศีรษะ และบางครั้งปวดร้าวลงหัวไหล่ พยายามนวด ทายา แต่ก็ไม่ดีขึ้น
เมื่อตรวจพบว่า
หมอนรองกระดูกคอเสื่อมหลายระดับ
ไม่มีอาการอ่อนแรง แขนยังยกได้ดี
ไม่มีสัญญาณกดไขสันหลัง เช่น เดินเซ หรือเกร็ง
แพทย์จึงให้รักษาแบบไม่ผ่าตัด และอาการดีขึ้นใน 4–8 สัปดาห์
ลองนึกภาพหมอนรองกระดูกเป็น “เจลลี่แผ่นบาง” ที่คั่นระหว่างกระดูกคอ ช่วยให้ขยับลื่นและรับแรงได้ดี เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เจลลี่นี้จะบางลงและแห้งเหมือนฟองน้ำเก่า ทำให้
การรับแรงไม่ดีเหมือนเดิม
ขอบหมอนรองกระดูกปลิ้นออกเล็กน้อย
ส่งผลให้รากประสาทระคายเคืองเวลาใช้งาน
ส่วนนี้เองเป็นสาเหตุของอาการปวดคอ ปวดร้าวลงแขน แม้ไม่ถึงขั้นทับเส้นประสาทรุนแรง
ปวดคอ ตึงคอ โดยเฉพาะตอนตื่นเช้า
ปวดร้าวลงไหล่ แขน หรือสะบัก
ชาปลายมือเป็นช่วง ๆ
หมุนคอแล้วมีเสียงกรอบแกรบ
เจ็บคอเวลานั่งทำงานหน้าคอมนาน
ถ้าไม่มีอาการอ่อนแรงหรือเดินเซ มักเป็นแค่การระคายเคืองรากประสาท ไม่ใช่การกดไขสันหลัง
แขนอ่อนแรง ยกแขนไม่ได้
เดินเซ ทรงตัวไม่ดี
ชาหรืออ่อนแรงทั้งสองข้าง
กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
อาการเหล่านี้บ่งบอกการกดไขสันหลัง ต้องตรวจทันที
ทดสอบการเคลื่อนไหวของคอ จุดกดเจ็บ และการทำงานของระบบประสาท
ดูแนวกระดูก ช่องหมอนรองกระดูก และภาวะข้อเสื่อม
จำเป็นในกรณีปวดร้าวลงแขนมาก ชาชัดเจน หรือสงสัยรากประสาทอักเสบ ใช้ดูหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และไขสันหลังชัดเจน
ลดการก้มคอนาน เช่น เล่นมือถือ
ขยับคอทุก 30–40 นาที
จัดท่านั่งให้ศีรษะตรง ไม่ยื่นไปด้านหน้า
ใช้หมอนต่ำ นุ่มกลาง ๆ ไม่สูงเกินไป
การปรับพฤติกรรมเป็นหัวใจสำคัญ เพราะลดแรงกดที่หมอนรองกระดูกได้มากที่สุด
ยาลดอักเสบ
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาแก้ปวดปลายประสาท (ในบางราย)
ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบของรากประสาท ทำให้ใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
เป็นวิธีที่ช่วยได้มาก โดยเน้น
ยืดกล้ามเนื้อคอ–สะบัก
ฝึกกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง
ปรับรูปแบบท่าทาง
การทำอย่างสม่ำเสมอลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้มาก
หยุดทำทันทีถ้ามีอาการต่อไปนี้
ปวดร้าวลงแขนแบบแปลบมากขึ้น
แขนอ่อนแรง
ชาเพิ่มขึ้นชัดเจน
เวียนศีรษะรุนแรง
เหมาะสำหรับผู้ที่
ปวดร้าวลงแขนมาก
ปวดจนใช้ชีวิตไม่ได้
ไม่ตอบสนองต่อยาหรือกายภาพ
การใช้ อัลตราซาวด์ นำทางช่วยให้ยาเข้าเป้าตรงรากประสาทที่อักเสบ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความแม่นยำ อาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
แพทย์จะประเมินว่ามีอาการชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
เฉพาะกรณีที่
อ่อนแรงชัดเจน
มีการกดไขสันหลังในภาพเอ็มอาร์ไอ
ปวดมากจนทนไม่ได้แม้รักษาเต็มที่ 6–12 สัปดาห์
ส่วนใหญ่ผู้ที่ไม่มีอาการเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 4–8 สัปดาห์เมื่อรักษาถูกต้อง อาการปวดคอเรื้อรังสามารถคุมได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้ แต่ลดลงมากหากดูแลคอให้ถูกวิธี โดยเฉพาะการลดการก้มหน้าจอมือถือเป็นเวลานาน
ปวดคอเรื้อรังนานหลายเดือน
ชาเรื้อรังจากรากประสาทอักเสบ
กล้ามเนื้ออ่อนแรงจากใช้งานน้อยลง
ท่าทางผิดจนไหล่ลู่–คอพุ่ง
ยืดคอทุกวันวันละ 5–10 นาที
เปลี่ยนท่านั่งให้หลังตรง ศีรษะอยู่กลางลำตัว
ใช้หมอนที่รองต้นคอได้พอดี
เดินเบา ๆ วันละ 15–30 นาทีเพื่อให้กล้ามเนื้อหลัง–คอแข็งแรง
ลดเวลาจ้องมือถือและคอมต่อเนื่อง
หมอนรองกระดูกคอเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและมักไม่รุนแรง หากไม่มีการกดไขสันหลังหรืออาการอ่อนแรง การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การทานยา การฉีดยาลดการอักเสบรอบรากประสาทด้วยอัลตราซาวด์ และการปรับพฤติกรรม สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้มากและปลอดภัย
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #ไม่ต้องผ่าตัด #ปวดร้าวลงแขน #ฉีดยารอบรากประสาท
