
หลายคนเริ่มจากอาการ “ไหล่ตึง ๆ ยกแขนไม่ขึ้น” คิดว่าแค่เมื่อยจากการใช้งาน แต่พอเวลาผ่านไปกลับปวดมากขึ้น ขยับแขนลำบาก จนเสื้อผ้าก็ใส่ยาก จะเอื้อมมือไปหลังตัวก็ไม่ได้ จนกลายเป็นอาการที่หลายคนเรียกว่า “ไหล่ติด”
เมื่อมาตรวจ บางรายพบว่ามีปัญหามากกว่าที่คิด ทั้ง ข้อไหล่เสื่อมจากเอกซเรย์ และ เส้นเอ็นไหล่ขาดจากอัลตราซาวด์ทำให้สงสัยว่า 2–3 โรคนี้เกี่ยวกันอย่างไร และต้องรักษาแบบไหนกันแน่
คุณอรวี อายุ 63 ปี ปวดไหล่มาหลายเดือน ยกแขนสูงไม่ขึ้น ตอนแรกคิดว่าแค่นอนทับหรือใช้งานมากไป จึงทายา นวด ประคบเองอยู่หลายเดือน อาการไม่ดีขึ้นจนปวดตอนกลางคืน ต้องลุกขึ้นมาขยับไหล่บ่อย ๆ
เมื่อตรวจพบว่า
เอกซเรย์มีภาวะข้อไหล่เสื่อมเริ่มต้น
อัลตราซาวด์พบเส้นเอ็นไหล่ส่วนหน้าและส่วนบนขาดบางส่วน
มีอาการ “ไหล่ติด” ร่วมด้วย ทำให้ยกแขนไม่สุด
สาเหตุจริง ๆ คือเส้นเอ็นที่ขาดทำให้ข้อไหล่ไม่มั่นคง ขยับแล้วเจ็บจนไม่อยากขยับ พอนานเข้าก็เกิดไหล่ติดตามมา
ลองนึกภาพไหล่เป็น "ลูกกลม ๆ" ที่วางอยู่บน "จานรอง" เส้นเอ็นรอบ ๆ ทำหน้าที่เหมือนเชือกหลายเส้นช่วยดึงให้ลูกบอลอยู่ตรงกลางและหมุนได้ลื่น
เมื่อ ข้อไหล่เสื่อม ผิวข้อจะสึก ไม่เรียบ ขยับมีเสียงดัง กรอบแกรบ เจ็บเวลาใช้งาน
เมื่อ เส้นเอ็นขาด ลูกบอลจะไม่ถูกดึงให้อยู่ตรงกลาง ทำให้เคลื่อนผิดแนวเวลาใช้งาน และเจ็บทุกครั้งที่ยกแขน
เมื่อยิ่งเจ็บ ก็ยิ่ง "ไม่กล้าขยับ" ข้อไหล่จึงแข็ง ตึง กลายเป็น ไหล่ติด ในที่สุด
จึงไม่แปลกที่หลายคนจะเป็นทั้ง 3 เรื่องพร้อมกัน
อายุที่มากขึ้นทำให้เส้นเอ็นบางลงและฉีกขาดง่าย
ใช้งานไหล่มาก เช่น ยกของ เล่นกีฬา ยกแขนสูงซ้ำ ๆ
นั่งทำงานหลังค่อมเป็นเวลานาน ทำให้ไหล่หมุนเข้ามากเกินไป
เคยหกล้ม หรือลื่นแล้วเอามือยันพื้นแรง ๆ
ข้อไหล่เสื่อมตามอายุ ทำให้เส้นเอ็นถูกเสียดสีเรื่อย ๆ จนขาด
ปวดไหล่ตอนยกแขนข้างตัว หรือยกแขนเหนือศีรษะ
นอนตะแคงข้างที่เจ็บไม่ได้
ขยับไหล่แล้วมีเสียงดังกรอบแกรบ
ยกแขนขึ้นได้ครึ่งเดียว หรือติดค้างกลางทาง
ปวดมากตอนกลางคืน
เอื้อมมือไปด้านหลังไม่ได้ เช่น ติดเสื้อใน ติดกระเป๋าหลัง
ถ้ามีหลายอาการร่วมกัน ควรตรวจทันทีเพื่อแยกว่าเป็นเพราะข้อเสื่อมหรือเส้นเอ็นขาด
แพทย์จะทดสอบการยกแขน หมุนไหล่ และดูจุดกดเจ็บเฉพาะตำแหน่ง
ช่วยดูความเสื่อมของข้อ ดูแนวของกระดูก และหากมีหินปูนเกาะเส้นเอ็น
ใช้ดูเส้นเอ็นรอบข้อไหล่ว่าขาดบางส่วนหรือขาดเต็มเส้น เห็นได้ชัดเจนแบบเคลื่อนไหวจริง
จำเป็นในบางราย โดยเฉพาะเมื่อสงสัยเส้นเอ็นขาดมากหรือขาดหลายจุด
เป้าหมายคือแก้ปวด ฟื้นการเคลื่อนไหว และทำให้ไหล่กลับมาใช้งานได้
เลี่ยงยกของหนัก
งดยกแขนเหนือศีรษะบ่อย ๆ
จัดท่านั่งให้หลังตรง ไม่ค่อม
ยาลดอักเสบ
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาทาเฉพาะจุด
เหมาะสำหรับทั้งไหล่ติด ข้อเสื่อม และเส้นเอ็นขาดบางส่วน
ยืดแคปซูลข้อเพื่อให้ไหล่นุ่มขึ้น
ฝึกกล้ามเนื้อรอบข้อให้แข็งแรงขึ้น
ใช้เครื่องมือเพื่อลดปวดและลดอักเสบ
ช่วยลดอักเสบ ลดปวด และเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของไหล่ เหมาะกับผู้ที่ปวดมากหรือไหล่ติดชัดเจน
เพื่อประเมินว่าเส้นเอ็นขาดดีขึ้นไหม ต้องเสริมกายภาพเพิ่มหรือไม่
เส้นเอ็นขาดเต็มความหนา ทำให้ยกแขนแทบไม่ได้
ปวดมากแม้รักษาไม่ผ่าตัดมาแล้ว 2–3 เดือน
ข้อไหล่เสื่อมมากร่วมกับเส้นเอ็นขาดหลายจุด
เส้นเอ็นขาดจากอุบัติเหตุในคนอายุยังไม่มาก
การผ่าตัดมักเป็นการซ่อมเส้นเอ็นหรือเปลี่ยนข้อไหล่ในบางกรณี
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้มากเมื่อรักษาต่อเนื่อง ทั้งแบบยา กายภาพ และการฉีดยาลดอักเสบ การฟื้นตัวใช้เวลา 6–12 สัปดาห์ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนไหล่ติดมาก อาจต้องใช้เวลานานขึ้นหลายเดือน
ไหล่ติดเรื้อรังจนยกแขนไม่ได้
ปวดมากจนทำงานบ้านไม่ได้
กล้ามเนื้อรอบไหล่อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
ข้อไหล่เสื่อมเพิ่มขึ้น
ประคบอุ่นวันละ 1–2 ครั้ง ช่วยให้ไหล่นุ่มขึ้น
ออกกำลังกายไหล่แบบเบา ๆ ทุกวัน เช่น ท่ากวาดแขนบนกำแพง
นั่งหลังตรง ไม่นั่งค่อม
หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการเอื้อมสูง
เสริมโปรตีนเพื่อช่วยการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
อาการปวดไหล่ ไหล่ติด ข้อไหล่เสื่อม และเส้นเอ็นขาดสามารถเกิดร่วมกันได้ โดยเริ่มจากอักเสบเล็ก ๆ ที่ปล่อยไว้นานจนลุกลาม การตรวจด้วยเอกซเรย์และอัลตราซาวด์ช่วยให้รู้สาเหตุที่แท้จริงและวางแผนรักษาได้ถูกต้อง การดูแลตั้งแต่ระยะแรกทำให้ไหล่กลับมาใช้งานได้ดีขึ้นและลดโอกาสปวดเรื้อรังในอนาคต
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่เสื่อม #เส้นเอ็นไหล่ขาด #ปวดไหล่เรื้อรัง