ปวดหลังหลังคลอด เกิดจากบล็อกหลังจริงไหม? แยกอย่างไรกับสาเหตุอื่น

คุณแม่หลายคนหลังคลอดบ่นว่า “ปวดหลังไม่หาย” แล้วมักโทษว่าสาเหตุมาจาก “การบล็อกหลัง” แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดหลังหลังคลอดส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการบล็อกหลังเสมอไปครับ มีหลายสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่า เช่น การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและข้อต่อระหว่างตั้งครรภ์ การอุ้มลูก หรือท่าทางการให้นมที่ไม่เหมาะสม

บทความนี้หมออยากอธิบายให้เข้าใจว่า ปวดหลังจากการบล็อกหลังเป็นอย่างไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการที่เป็นอยู่มาจากสาเหตุใด เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองได้ถูกต้องครับ

ทำความเข้าใจกับการ “บล็อกหลัง”

การบล็อกหลัง (Spinal / Epidural anesthesia) คือการฉีดยาชาเข้าบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว เพื่อให้ยาชาไหลเข้าสู่โพรงประสาทและระงับความรู้สึกจากระดับเอวลงไปจนถึงเท้า ใช้กันแพร่หลายในการผ่าคลอดและคลอดธรรมชาติที่ต้องการลดความเจ็บปวด

การฉีดยาจะใช้เข็มเล็กผ่านผิวหนังและเนื้อเยื่อเข้าสู่ช่องไขสันหลัง ซึ่งโดยทั่วไปปลอดภัยมาก หากทำโดยวิสัญญีแพทย์และใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อ อาการแทรกซ้อนที่แท้จริงจากบล็อกหลังพบน้อยมากครับ

ปวดหลังจาก “บล็อกหลัง” เป็นแบบไหน

อาการปวดหลังจากบล็อกหลังแท้ ๆ มักเกิดจากการระคายของเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อบริเวณที่เข็มสอดผ่าน หรือจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างระหว่างทำหัตถการ ลักษณะอาการคือ

  • ปวดตื้อ ๆ หรือเจ็บเฉพาะที่บริเวณกลางหลังตำแหน่งที่ฉีดยา

  • มักเกิดภายใน 1–3 วันหลังคลอด

  • ไม่ร้าวลงขา และไม่ชาหรืออ่อนแรง

  • ปวดแบบเมื่อย ๆ เวลาเอี้ยวตัวหรือก้ม

  • ส่วนใหญ่ดีขึ้นเองภายใน 1–2 สัปดาห์

กรณีที่หายช้ากว่านั้นอาจเกิดจากการใช้งานหลังมาก เช่น การอุ้มลูก หรือการนั่งให้นมเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักมากกว่าครับ

สาเหตุอื่นที่พบบ่อยของอาการปวดหลังหลังคลอด

1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด

ฮอร์โมนรีแลกซิน (Relaxin) ทำให้ข้อต่อเชิงกรานและเอ็นรอบ ๆ ยืดหยุ่นเพื่อเตรียมคลอด แต่หลังคลอดฮอร์โมนนี้ยังอยู่ในร่างกายต่ออีกหลายสัปดาห์ ทำให้ข้อต่อรอบเชิงกรานและเอวหลวมกว่าปกติ จึงเกิดอาการปวดเมื่อเคลื่อนไหวหรือยืนนาน

2. กล้ามเนื้อแกนกลางอ่อนแรง

ระหว่างตั้งครรภ์ กล้ามเนื้อหน้าท้องถูกยืดออก ทำให้เสียสมดุลกับกล้ามเนื้อหลัง หลังคลอดถ้ายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การอุ้มลูกหรือยกของจะทำให้กล้ามเนื้อหลังล้าจนปวดเรื้อรังได้

3. ท่าทางในการอุ้มลูกและให้นม

มักก้มตัวหรือโน้มตัวไปข้างหน้าเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อหลังและบ่าเกร็งตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลานั่งให้นมในท่าก้มมองลูกนาน ๆ

4. การนอนหลับพักผ่อนน้อย

การนอนขาดช่วงทำให้กล้ามเนื้อไม่ฟื้นตัวและเพิ่มความไวของระบบประสาทต่อความเจ็บปวด ส่งผลให้ปวดหลังมากขึ้น

5. ความเครียดและความวิตกกังวลหลังคลอด

ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวเรื้อรัง เพิ่มอาการปวดเมื่อยหลังและบ่าโดยไม่รู้ตัว

วิธีแยกว่า “ปวดจากบล็อกหลัง” หรือ “ปวดจากสาเหตุอื่น”

  1. ปวดจากบล็อกหลังเป็นอย่างไร
  • ปวดเฉพาะจุดบริเวณกลางหลังตรงตำแหน่งที่ฉีดยาชา

  • มักเริ่มภายใน 1–3 วันหลังคลอด

  • เป็นอาการปวดตื้อ ๆ เจ็บเวลาเอี้ยวตัวหรือก้ม

  • ไม่มีอาการร้าวลงขา ไม่มีชาหรืออ่อนแรง

  • มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์

  1. ปวดหลังจากสาเหตุอื่น (พบบ่อยกว่า)
  • ปวดบริเวณกว้าง อาจลามลงสะโพกหรือต้นขา

  • มักสัมพันธ์กับท่าทาง เช่น อุ้มลูก นั่งให้นม นั่งนาน หรือที่นอนนุ่มเกิน

  • อาจรู้สึกหลังล้า ปวดลึก โดยเฉพาะหลังยืนหรือเดินนาน

  • หากเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาท อาจมีร้าวลงขา ชา หรือปวดเหมือนไฟช็อต

  • อาการมักไม่ดีขึ้นเอง และเป็นนานเป็นสัปดาห์

  1. เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าไม่ใช่ปวดจากบล็อกหลัง
  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่พักแล้ว

  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย

  • ปวดร้าวลงขาจนเดินลำบาก

  • ปวดเกิน 2–4 สัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น

วิธีดูแลและบรรเทาอาการ

  1. ประคบร้อนวันละ 15–20 นาที ช่วยให้เลือดไหลเวียนและคลายกล้ามเนื้อ

  2. ปรับท่าทางให้นมและอุ้มลูกให้ถูกต้อง ใช้หมอนรองให้นมพยุงลูกให้อยู่ในระดับหน้าอก ไม่ก้มตัวมาก

  3. นั่งบนเก้าอี้มีพนักพิง เข่าควรต่ำกว่าสะโพกเล็กน้อย

  4. ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางหลังคลอด เช่น ท่า pelvic tilt, bridge, bird-dog, plank เบา ๆ (หลังคลอด 4–6 สัปดาห์ เมื่อแพทย์อนุญาต)

  5. พักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงที่นอนนุ่มเกินไป

  6. ถ้าปวดมากหรือไม่ดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อแยกสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น กายภาพบำบัดหรือฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่

สรุป

อาการปวดหลังหลังคลอด “ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการบล็อกหลัง” แต่เกิดจากกล้ามเนื้อและข้อต่อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงท่าทางการเลี้ยงลูกและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ส่วนอาการปวดจากบล็อกหลังแท้มักเป็นชั่วคราวและหายได้เองในไม่กี่สัปดาห์ การออกกำลังกายเบา ๆ การปรับท่าทาง และการพักผ่อนให้พอจะช่วยให้ดีขึ้นได้เร็วมาก

หากมีอาการปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดหลังหลังคลอด #บล็อกหลัง #หมอเก่ง #ปวดหลัง #กายภาพบำบัด #สุขภาพคุณแม่หลังคลอด