
โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Disease) เป็นภาวะที่หมอนรองกระดูกสันหลังสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่นตามอายุหรือการใช้งาน ทำให้ช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังแคบลง เสี่ยงต่อการกดทับเส้นประสาทและเกิดอาการปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาได้ แต่ข่าวดีคือ “เราสามารถชะลอความเสื่อมได้” ถ้าดูแลถูกวิธีตั้งแต่วันนี้
อายุที่มากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำภายในและแห้งตัว
การนั่ง ก้ม ยกของ หรืออยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้แรงกดซ้ำ ๆ ลงบนหมอนรอง
น้ำหนักตัวเกิน ทำให้กระดูกสันหลังรับแรงมากเกินไป
สูบบุหรี่ ทำให้เลือดมาเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลง
การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ หรือการยกของหนักผิดท่า
ปวดหลังล่างเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลานั่งนาน ยกของ หรือก้มตัว
ปวดร้าวลงขา หรือมีอาการชาปลายเท้า (หากมีการกดทับเส้นประสาท)
ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม หรือเบ่ง
หลังแข็ง ขยับตัวยากตอนเช้า แต่พอเคลื่อนไหวจะดีขึ้น
1. รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
ทุก 1 กิโลกรัมของน้ำหนักตัวที่เกินไป จะเพิ่มแรงกดบนหมอนรองกระดูกส่วนเอวหลายเท่า การลดน้ำหนักช่วยลดแรงกดและชะลอการเสื่อมได้ชัดเจน
2. ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core muscles)
กล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง สะโพก ที่แข็งแรงจะช่วยรับแรงแทนหมอนรองกระดูก
3. เปลี่ยนท่าทางในชีวิตประจำวัน
นั่งหลังตรง หลังพิงพนัก เข่าต่ำกว่าสะโพกเล็กน้อย
ทุก 40–60 นาที ลุกขึ้นยืดตัวหรือเดินสั้น ๆ
ยกของให้ย่อตัว ใช้เข่างอ หลังตรง ของชิดตัว ไม่ก้มบิดพร้อมยก
4. ออกกำลังกายที่ไม่กระแทก
เช่น เดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือโยคะ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเลือดมาเลี้ยงหมอนรองได้ดี
5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
หมอนรองกระดูกประกอบด้วยน้ำถึง 70% การดื่มน้ำให้เพียงพอช่วยให้หมอนรองกระดูกไม่แห้งเร็ว ควรดื่มวันละ 1.5–2 ลิตร (ถ้าไม่มีโรคหัวใจหรือไต)
6. เลิกสูบบุหรี่
นิโคตินทำให้หลอดเลือดที่มาเลี้ยงหมอนรองตีบ เลือดมาเลี้ยงลดลง ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น
7. ใช้หมอนและที่นอนเหมาะสม
หมอนควรพยุงให้ศีรษะและคออยู่แนวเดียวกับลำตัว ที่นอนไม่นุ่มหรือแข็งเกินไป ควรรับน้ำหนักตัวได้สม่ำเสมอ
8. เสริมแคลเซียมและวิตามินดีจากอาหาร
แม้หมอนรองจะไม่ใช่กระดูกโดยตรง แต่กระดูกสันหลังที่แข็งแรงจะช่วยพยุงหมอนรองให้อยู่ในตำแหน่งปกติได้ดี
ห้ามยกของหนักเกิน 5–10 กิโลกรัม โดยเฉพาะของที่อยู่ต่ำกว่าระดับเข่า
อย่านั่งหรือขับรถนานเกิน 1 ชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนท่า เพราะแรงกดในหมอนรองเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับยืน
อย่าก้มผูกเชือกรองเท้าหรือก้มเก็บของในท่าหลังงอ ควรย่อตัวแทนการก้ม
หลีกเลี่ยงเตียงนุ่มมากหรือโซฟาจม ๆ เพราะทำให้หลังงอขณะลุก
อย่าฝืนออกกำลังหนักหรือกระแทก เช่น วิ่งระยะไกล กระโดด หรือยกน้ำหนักแบบ crossfit ถ้าอาการยังไม่หาย
ประคบร้อน 15–20 นาที/วัน เพื่อคลายกล้ามเนื้อหลัง
หากมีปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจภาพ MRI เพื่อประเมินระดับการเสื่อมและการกดเส้นประสาท
ในบางรายที่อาการมาก อาจใช้กายภาพบำบัด เครื่องดึงหลัง หรือฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ เพื่อบรรเทาอาการและฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ
หมอนรองกระดูกเสื่อมเป็นภาวะธรรมชาติของการใช้งานหลัง แต่สามารถ “ชะลอได้” ด้วยการควบคุมน้ำหนัก ฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง ปรับท่าทาง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เพิ่มแรงกดต่อหลัง ถ้าดูแลดีตั้งแต่วันนี้ โอกาสปวดหลังร้าวขาหรือเสื่อมเร็วจะลดลงมาก และคุณจะใช้ชีวิตได้คล่องตัวไปอีกยาวนานครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอนรองกระดูกเสื่อม #ปวดหลัง #กายภาพบำบัด #หมอเก่ง #สุขภาพหลัง