
ข้อเท้าพลิก หรือข้อเท้าแพลง เป็นอาการที่เกิดขึ้นง่ายมาก ทั้งจากการเดินรีบ ๆ ใส่รองเท้าส้นสูง เดินบนพื้นขรุขระ ลงบันไดผิดจังหวะ หรือแม้แต่ก้าวพลาดเพียงเล็กน้อย หลายคนคิดว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย” แต่จริง ๆ แล้วถ้าดูแลไม่ถูกวิธี มีโอกาสกลายเป็น ปวดเรื้อรัง ข้อเท้าหลวม และพลิกซ้ำตลอดชีวิต ได้ครับ
บทความนี้หมอขออธิบายแบบเข้าใจง่ายที่สุด เพื่อช่วยให้ดูแลตัวเองถูกต้องตั้งแต่วันแรก ไม่ให้เป็นเรื้อรังครับ
เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว
คุณดารณี อายุ 46 ปี ทำงานออฟฟิศ วันหนึ่งเดินรีบลงบันไดแล้วข้อเท้าพลิกอย่างแรง ได้ยินเสียงดัง “ป๊อบ!” ตอนแรกยังเดินต่อได้ จึงคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก
แต่พอตกเย็น ข้อเท้าบวม เดินลงน้ำหนักไม่ได้ เจ็บมาก พอผ่านไป 1–2 เดือนอาการยังไม่หาย เวลาเดินบนพื้นเอียง ๆ จะเจ็บแปล๊บและเหมือนข้อเท้าไม่มั่นคง
เมื่อตรวจด้วยอัลตราซาวด์ พบว่าเอ็นข้อเท้าด้านนอกยืดและมีพังผืดเรื้อรัง การรักษาต้องใช้เวลากายภาพ 6–8 สัปดาห์ ก่อนจะกลับมาเดินปกติได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ข้อเท้าพลิกไม่ควรปล่อยไว้” ครับ
ข้อเท้าพลิกคืออะไร?
เกิดจากการบิดผิดท่า ทำให้ เส้นเอ็นรอบข้อเท้า (ligament) ถูกดึงเกินตัว โดยเฉพาะ
เอ็นด้านนอกข้อเท้า (พบบ่อยที่สุด)
เอ็นด้านใน (พบได้น้อยกว่า)
เส้นเอ็นอาจมีลักษณะ
ยืดตัว (sprain)
ฉีกบางส่วน
ฉีกทั้งหมด (รุนแรงมาก)
หากมีการฉีกเล็กน้อยแต่ไม่รักษาอย่างถูกต้อง เอ็นจะ “หลวม” และเป็นซ้ำง่ายครับ
อาการเมื่อข้อเท้าพลิก
ปวดบริเวณข้อเท้า โดยเฉพาะด้านนอก
บวมทันทีหรือหลัง 1–2 ชั่วโมง
เดินลงน้ำหนักไม่ได้
รู้สึกเหมือน “ข้อเท้าหลวม” หรือไม่มั่นคง
บางรายได้ยินเสียง “ป๊อบ” ตอนบิดเท้า
ถ้าปวดมากจนยืนไม่ได้ หรือบวมผิดรูป ต้องรีบพบแพทย์เพราะอาจมีกระดูกหักร่วมด้วย
การตรวจเพื่อหาความรุนแรง
✔ ตรวจร่างกาย
หมอจะดูตำแหน่งเจ็บ ระดับบวม และความมั่นคงของข้อเท้า
✔ อัลตราซาวด์ข้อเท้า
เห็นเส้นเอ็นแบบชัดเจน ดูได้ว่ามี
อักเสบ
ยืด
ฉีกบางส่วน
หรือมีพังผืดเรื้อรัง
✔ X-ray (บางกรณี)
กรณีสงสัยกระดูกหัก
✔ MRI (ในรายเรื้อรังหรือสงสัยฉีกมาก)
ใช้ในเคสที่รักษามานานแล้วยังไม่ดีขึ้น
วิธีรักษาข้อเท้าพลิก (ตามระยะ)
หมอแบ่งให้เข้าใจง่ายเป็น 3 ระยะครับ
เป้าหมาย: ลดบวม–ลดปวด–ป้องกันเอ็นเสียเพิ่ม
ทำตามหลัก RICE
R – Rest: หยุดใช้งานเท้า พัก 1–3 วันแรก
I – Ice: ประคบเย็น 10–15 นาที วันละ 3–4 ครั้ง
C – Compression: พันผ้ายืดเพื่อพยุงข้อและลดบวม
E – Elevation: ยกเท้าสูงเสมอระดับหัวใจเวลาอยู่บ้าน
ยาที่ช่วยได้
ยาลดอักเสบในช่วงแรก (ตามที่แพทย์ประเมิน)
เจลทาบรรเทาปวด
สิ่งที่ “ห้ามทำ” ช่วงนี้
ห้ามแช่น้ำอุ่น
ห้ามนวดแรง ๆ
ห้ามลงน้ำหนักมากเกินไป
อาการเริ่มดีขึ้น แต่เอ็นยังอ่อนและเสี่ยงพลิกซ้ำ ต้องเริ่มกายภาพให้เอ็นกลับมาแข็งแรง
ท่ากายภาพที่หมอแนะนำ
ขยับข้อเท้าเป็นวงกลม (10–15 รอบ)
งอ–เหยียดข้อเท้าเบา ๆ
ยืดกล้ามเนื้อน่องค้าง 20 วินาที
ใช้ผ้าขนหนูเกี่ยวปลายเท้าแล้วดึงเข้าหาตัว
ทำไมต้องกายภาพ?
เพราะเส้นเอ็นเมื่อยืดแล้วจะ “ไม่กลับเข้าที่เอง” ต้องฝึกให้แข็งแรง ไม่อย่างนั้นจะหลวมเรื้อรังครับ
เป้าหมาย: ให้ข้อเท้ากลับมาแข็งแรง ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ท่าเสริมกำลังที่สำคัญ
ยืนเขย่งเท้าช้า ๆ 10–15 ครั้ง
ฝึกยืนขาเดียว 20–30 วินาที
ใช้ยางยืดฝึกงอ–เหยียด–กางเท้า
กิจกรรมที่ทำได้
เดินออกกำลังเบา ๆ
ว่ายน้ำ
ปั่นจักรยาน
ห้ามรีบกลับไปวิ่งในช่วงแรก เพราะอาจทำให้เอ็นอักเสบซ้ำ
อาจมีพังผืดเรื้อรังหรือเส้นเอ็นยืดผิดตำแหน่ง หมออาจพิจารณา
✔ ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วยอัลตราซาวด์
ช่วยลดอักเสบได้เร็วและแม่นยำมาก
✔ MRI ประเมินการฉีกขาด
กรณีปวดเรื้อรัง > 2–3 เดือน
เลือกรองเท้าพื้นนุ่ม มีแรงซัพพอร์ต
ปรับแผ่นรองเท้าสำหรับคนเท้าแบน
ยืดน่องและกล้ามเนื้อเท้าทุกวัน
ฝึกยืนขาเดียวเพิ่มสมดุล
หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง
ใส่สนับข้อเท้าเวลาทำกิจกรรมหนัก
หมออยากบอกว่า…
ข้อเท้าพลิก หากดูแลถูกวิธีตั้งแต่วันแรก ส่วนใหญ่จะหายได้ดีใน 2–6 สัปดาห์ ไม่กลายเป็นเรื้อรัง และกลับไปเดิน–วิ่ง–ออกกำลังกายได้เหมือนเดิม
แต่ถ้าปล่อยให้เรื้อรัง เอ็นจะหลวม ทำให้ปวดเป็น ๆ หาย ๆ และพลิกซ้ำบ่อยมาก ซึ่งทำให้การรักษายากขึ้นและใช้เวลานานขึ้นหลายเท่าครับ
หากข้อเท้าพลิกแล้วบวมมาก เดินไม่ได้ หรือเจ็บรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจน และรับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกนะครับ 😊
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเท้าพลิก #ข้อเท้าแพลง #ข้อเท้าบวม #เอ็นข้อเท้าอักเสบ #บาดเจ็บกีฬา #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ