
“หมอครับ ตั้งแต่หมอบอกว่าเข่าเสื่อม ผมก็แทบไม่กล้าเดินไปไหนเลย กลัวว่ากระดูกมันจะสีกันจนพังไปมากกว่าเดิม นี่ผมควรนอนพักอยู่เฉยๆ หรือต้องฝืนออกกำลังกายครับ?”
คนไข้หลายคนเข้าใจผิดว่า "ข้อเข่า" เหมือน "ยางรถยนต์" ที่ยิ่งวิ่งเยอะ ยางยิ่งสึก เลยเลือกที่จะหยุดเคลื่อนไหว นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง แต่หารู้ไม่ครับว่า การทำแบบนั้นกลับยิ่งทำให้เข่า “พังเร็วขึ้น” กว่าเดิมเสียอีก!
วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจว่า คนเข่าเสื่อมควรเดินแค่ไหน และออกกำลังแบบไหนถึงจะเรียกว่า “รักเข่า” จริงๆ ครับ
ทำไมหมอถึงบอกว่าการอยู่นิ่งๆ คืออันตราย? เพราะกระดูกอ่อนผิวข้อของเราไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงโดยตรงครับ มันได้รับสารอาหารผ่าน “การขยับ”
ลองนึกภาพ “ฟองน้ำ” ที่จุ่มอยู่ในน้ำนะครับ เวลาเราเดินหรือลงน้ำหนัก ฟองน้ำจะถูกกด น้ำเก่าจะถูกไล่ออก พอเรายกขาขึ้น ฟองน้ำจะคลายตัวแล้วดูดซึมน้ำหล่อเลี้ยงใหม่ๆ ที่มีสารอาหารเข้าไปแทนที่
ถ้าเดินพอดี: กระดูกอ่อนได้กินข้าว มีสารอาหารไปเลี้ยง
ถ้าไม่เดินเลย: กระดูกอ่อนจะ “หิว” และค่อยๆ ฝ่อตัวลง แถมกล้ามเนื้อรอบเข่าจะลีบ ทำให้เข่าต้องรับภาระหนักขึ้นเวลาขยับ
คำตอบคือ “จริงครับ ถ้าเดินผิดวิธี” ถ้าคุณเข่าเสื่อมระยะรุนแรงแล้วไปฝืนเดินป่า ขึ้นดอย หรือเดินวันละหลายหมื่นก้าวทั้งที่ปวด แบบนี้คือการซ้ำเติมการอักเสบ (Pathogenesis) ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้อบวมและอักเสบเรื้อรัง จนเกิดน้ำในข้อเข่ามากขึ้น หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เข่าบวมน้ำ” นั่นเอง
ถ้าอยากให้เข่าอยู่กับเรานานๆ หมอแนะนำให้เลือกกิจกรรมที่ “แรงกระแทกต่ำ แต่บริหารกล้ามเนื้อสูง” ดังนี้ครับ:
วิธี: เดินบนพื้นราบ ใส่รองเท้ากีฬาที่ซัพพอร์ตส้นเท้าได้ดี
เทคนิค: เดินช้าๆ สม่ำเสมอ ไม่ต้องเร่ง ถ้าเริ่มรู้สึกปวดหรือตึงให้หยุดพักทันที อย่าฝืน “เดินแก้ปวด” เพราะจะยิ่งอักเสบ
ทำไมถึงดี: การปั่นจักรยานช่วยให้ข้อเข่าได้เคลื่อนไหว (ฟองน้ำได้ทำงาน) โดยที่น้ำหนักตัวไม่ต้องกดลงบนข้อเข่าโดยตรง
ข้อควรระวัง: ปรับอานให้สูงพอดี ไม่ให้เข่างอมากเกินไปขณะปั่น
คนไข้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอในระดับที่พอเหมาะ จะมีโอกาส “ชะลอการผ่าตัด” ได้นานกว่าคนไม่ออกกำลังกายเลยอย่างชัดเจนครับ
แม้โรคเข่าเสื่อมจะไม่หายขาด แต่การเพิ่มกล้ามเนื้อจะช่วยให้ “คุณภาพชีวิต” ดีขึ้นอย่างมาก โอกาสที่เข่าจะโก่งผิดรูปก็น้อยลง และลดความเสี่ยงจากการล้มซึ่งเป็นอันตรายใหญ่ของผู้สูงอายุครับ
ถ้าคุณเดินแล้วมีอาการเหล่านี้ ต้องหยุดทันทีและพบหมอนะครับ:
เข่าบวมแดง ร้อน (แสดงว่ามีการอักเสบเฉียบพลัน)
มีเสียงดัง "ป๊อป" หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดในข้อจนขยับไม่ได้
ปวดร้าวขึ้นไปถึงสะโพก หรือปวดหลังร่วมด้วย
สรุป การเดินคือยาดีสำหรับเข่าเสื่อม แต่ต้องเป็น “การเดินที่ถูกต้องและพอดี” ครับ อย่ากลัวการขยับจนนิ่งเฉย และอย่าฝืนจนเข่าพัง เดินแค่ไหนให้ฟังเสียงร่างกายตัวเองเป็นหลักครับ
สำหรับท่านที่เริ่มออกกำลังกายแล้วปวด หรือไม่แน่ใจว่าสภาพเข่าตอนนี้ควรออกกำลังท่าไหน ผมยินดีให้คำแนะนำเพื่อให้คุณกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจอีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เข่าเสื่อม #ออกกำลังกายแก้ปวดเข่า #เดินแก้ปวดเข่า #หมอเก่ง #ปวดเข่า #ดูแลผู้สูงอายุ #กล้ามเนื้อหน้าขา #สุขภาพดี #กายภาพบำบัด #รักษาเข่าเสื่อมไม่ต้องผ่าตัด
Fransen M, et al. (2015). Exercise for osteoarthritis of the knee: a Cochrane systematic review. (งานวิจัยที่ยืนยันว่าการออกกำลังกายช่วยลดปวดและเพิ่มสมรรถภาพทางกายในคนเข่าเสื่อมได้อย่างดีเยี่ยม)
Messier SP, et al. (2021). Intentional Weight Loss and Exercise in Overweight and Obese Adults with Knee Osteoarthritis. (การลดน้ำหนักควบคู่กับการออกกำลังกายคือมาตรฐานทองคำในการดูแลเข่า)
Kolbe-Alexander TL, et al. (2020). Physical activity and knee osteoarthritis. (สรุปประเภทการออกกำลังกายที่เหมาะสมในแต่ละระยะของโรค)
Zhang W, et al. (2010). OARSI recommendations for the management of hip and knee osteoarthritis. (ข้อแนะนำระดับสากลที่เน้นการออกกำลังกายเป็นหลักในการรักษา)
Uthman OA, et al. (2013). Exercise for lower limb osteoarthritis: systematic review and meta-analysis. (การวิเคราะห์ผลดีของการออกกำลังกายระยะยาวต่อข้อต่อรยางค์ล่าง)