
"หมอครับ ตื่นเช้ามานิ้วหัวแม่เท้าบวมเป่ง แดงโร่เหมือนพริกชี้ฟ้าเลย แค่ผ้าห่มเฉี่ยวก็สะดุ้งปวดไปถึงสมอง ผมไปเตะโดนอะไรตอนหลับหรือเปล่า หรือว่าเป็นโรคคนรวยอย่างเก๊าท์ครับ?"
นี่คือคำถามจาก “น้าสมชาย” (นามสมมติ) วัย 60 ปี ที่หอบเท้าบวมๆ มาหาผมด้วยสีหน้าเหยเก อาการปวดที่โคนนิ้วหัวแม่เท้าแบบ "มาไว เคลมไว" และรุนแรงขนาดนี้ เป็นปัญหาคลาสสิกที่ทำให้คนไข้สับสนมากครับว่า สรุปแล้วมันคือ **"โรคเก๊าท์"**ที่ต้องคุมอาหารไปตลอดชีวิต หรือแค่ "เอ็นอักเสบ" จากการใช้งานหนักกันแน่
วันนี้ผมจะมาช่วยแยกแยะจำเลยทั้งสองตัวนี้แบบภาษาชาวบ้าน ให้คุณรู้เท่าทันอาการปวดที่เท้าครับ
ทำไมต้องเป็น "นิ้วหัวแม่เท้า"? เพราะข้อนี้เป็นข้อที่รับน้ำหนักมหาศาลทุกครั้งที่เราก้าวเดินครับ แต่สาเหตุการอักเสบนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวครับ
ถ้าเป็นเก๊าท์ (Gout): มันคือ "สงครามเคมี" ครับ ร่างกายมีกรดยูริกสูงจนตกตะกอนเป็น ผลึกเข็มแหลมๆ ไปปักอยู่ในข้อ พอเม็ดเลือดขาวมาเจอก็คิดว่าเป็นศัตรูเลยเข้าโจมตี จนเกิดการอักเสบ บวม แดง และร้อนจัด อาการจะพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุดภายในไม่กี่ชั่วโมง มักจะเริ่มเป็นตอนเช้ามืดหรือหลังจากการกินเลี้ยงมื้อหนัก
ถ้าเป็นเอ็นอักเสบ (Tendonitis): มันคือ "การบาดเจ็บจากการใช้งาน" ครับ เหมือนเส้นเชือกที่ดึงรั้งมากเกินไปจนเริ่มเปื่อยหรือฉีกขาดเล็กๆ มักเกิดจากการใส่รองเท้าหน้าแคบ หรือเดิน/วิ่งผิดท่านานๆ อาการจะค่อยๆ ปวดมากขึ้นตามการใช้งาน ไม่ได้แดงจัดหรือร้อนเท่าเก๊าท์ และมักจะมีจุดกดเจ็บที่ชัดเจนตามแนวเส้นเอ็นมากกว่าในตัวข้อ
เพื่อให้แน่ใจว่าน้าสมชายไม่ได้กินยาผิดประเภท หมอต้องใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ช่วยคัดกรองครับ:
ตรวจเลือด (Uric Acid): ตามมาตรฐาน ACR Guideline 2020 หากระดับยูริกสูงกว่า 7 mg/dL ร่วมกับอาการบวมแดงที่ข้อโคนนิ้วเท้า (Podagra) โอกาสเป็นเก๊าท์สูงมากครับ แต่บางรายที่ปวดเฉียบพลัน ค่ายูริกในเลือดอาจจะปกติได้ หมอจึงต้องดูปัจจัยอื่นร่วมด้วย
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้แม่นยำและเห็นภาพชัดครับ ถ้าเป็นเก๊าท์ เราจะเห็น "แถบสีขาวสองชั้น" (Double Contour Sign) บนผิวข้อ ซึ่งเป็นคราบผลึกยูริกที่เกาะอยู่ แต่ถ้าเป็นเอ็นอักเสบ จะเห็นเส้นเอ็นหนาตัวและมีน้ำล้อมรอบบริเวณรอบๆ ข้อแทน
การเจาะน้ำในข้อ: หากอาการก้ำกึ่งมาก การเจาะน้ำในข้อไปส่องกล้องหาผลึกรูปเข็ม (Urate Crystals) คือวิธีที่ยืนยันผลได้แม่นยำที่สุดตามหลักฐานทางการแพทย์ครับ
กรณีที่เป็น "เก๊าท์": การรักษาจะเน้นไปที่การหยุดพายุการอักเสบครับ หมอจะจ่ายยาลดอักเสบเฉพาะทาง เช่น Colchicine หรือยาในกลุ่ม NSAIDs และแนะนำให้ประคบเย็นเพื่อลดความร้อนของข้อ ที่สำคัญคือการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยขับกรดยูริก และเลี่ยงอาหารจำพวกเครื่องในและแอลกอฮอล์มื้อหนัก
กรณีที่เป็น "เอ็นอักเสบ": หัวใจคือการพักการใช้งานครับ หมอจะแนะนำให้เปลี่ยนรองเท้ามาเป็นหน้ากว้าง พื้นนิ่ม หากปวดเรื้อรัง การฉีดยาลดอักเสบเข้าจุดที่มีปัญหาโดยใช้ Ultrasound-guided injection จะช่วยให้ตัวยาเข้าถึงเป้าหมายได้แม่นยำโดยไม่ต้องสุ่มเดาตำแหน่งครับ
เก๊าท์: มักกลับมาเป็นซ้ำถ้าคุมระดับยูริกไม่ได้ และถ้าเป็นบ่อยๆ ข้อจะถูกทำลายจนผิดรูปหรือมีปุ่มโทฟัสเกาะตามข้อครับ
เอ็นอักเสบ: หายขาดได้ถ้าปรับพฤติกรรม เลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสม และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเท้าสม่ำเสมอ
ปวดโคนนิ้วหัวแม่เท้า บวม แดง เฉียบพลัน ส่วนใหญ่ในชายไทยวัยทำงานหรือผู้สูงอายุมักเป็น "เก๊าท์" ครับ แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปเอง เพราะการกินยาเก๊าท์โดยไม่จำเป็นอาจส่งผลเสียต่อไตได้ การพบหมอเพื่อทำอัลตราซาวด์แยกโรคให้ชัดเจน คือวิธีที่ปลอดภัยและถนอมเท้าของคุณที่สุดครับ
"ปวดเฉียบพลันอย่าทนรอ เพราะข้อที่อักเสบคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต้องการการดูแลครับ"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดนิ้วเท้า #โรคเก๊าท์ #เอ็นอักเสบ #ยูริกสูง #ปวดเท้าเฉียบพลัน #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้ชาย #ACRGuideline #รักษาเก๊าท์
FitzGerald JD, et al. (2020). 2020 American College of Rheumatology Guideline for the Management of Gout.(แนวทางมาตรฐานโลกล่าสุดในการวินิจฉัยและรักษาโรคเก๊าท์)
Dalbeth N, et al. (2016). Gout. (อธิบายกลไกการอักเสบจากผลึกยูริกในข้อโคนนิ้วเท้าอย่างละเอียด)
Ogdie A, et al. (2017). Diagnostic and Therapeutic Value of Ultrasound in Gout. (การศึกษาถึงความแม่นยำของการใช้เครื่องอัลตราซาวด์ในการแยกโรคข้อ)
Choi HK, et al. (2004). Purine-rich foods and the risk of gout in men. (งานวิจัยเรื่องความสัมพันธ์ของอาหารมื้อหนักกับการกำเริบของอาการปวดข้อ)
Becker MA, et al. (2005). Febuxostat compared with allopurinol in patients with gout. (การศึกษาเรื่องการคุมระดับยูริกเพื่อป้องกันความเสียหายของข้อในระยะยาว)