
"หมอครับ ช่วงหลังมานี้ปวดแสบปวดร้อนที่ฝ่าเท้ามาก โดยเฉพาะตอนกลางคืน นอนแทบไม่ได้เลยครับ บางทีก็รู้สึกเหมือนมีมดไต่ หรือเหมือนเดินอยู่บนสำลี ชาจนไม่รู้ว่ารองเท้าหลุดตอนไหน แบบนี้ผมจะถูกตัดขาไหมครับ?"
นี่คือความกังวลของ “น้าบุญธรรม” (นามสมมติ) วัย 62 ปี ผู้ป่วยเบาหวานมานานกว่า 10 ปี น้าบุญธรรมดูแลเรื่องอาหารบ้างไม่ดูแลบ้าง ทำให้น้ำตาลสะสม (HbA1c) ค่อนข้างสูง อาการที่น้าเป็นไม่ใช่แค่เรื่อง "เลือดลมเดินไม่ดี" ครับ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่บอกว่า เส้นประสาทส่วนปลายของคุณกำลังพัง!
วันนี้ผมจะพามาทำความเข้าใจว่า ทำไมเบาหวานถึงทำให้ "แสบเท้า" และเราจะรักษาเส้นประสาทนี้ให้กลับมาดีขึ้นได้อย่างไรครับ
หลายคนสงสัยว่าแค่น้ำตาลสูง ทำไมถึงมาเกี่ยวอะไรกับเท้า? ลองนึกภาพเส้นประสาทของเราเหมือน "สายไฟ" ที่ส่งสัญญาณความรู้สึกครับ
น้ำตาลสูงทำลายเส้นเลือด: เลือดที่มีน้ำตาลสูงจะหนืดและทำให้เส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทอุดตัน เส้นประสาทจึง "ขาดอาหารและออกซิเจน"
สารพิษสะสม: น้ำตาลส่วนเกินในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารที่ชื่อว่า "ซอร์บิทอล" (Sorbitol) ซึ่งเข้าไปทำลายปลอกหุ้มสายไฟ (เส้นประสาท) โดยตรง
สายไฟช็อต: เมื่อปลอกหุ้มพัง สัญญาณไฟฟ้าก็รวนครับ ส่งสัญญาณมั่วเป็นความรู้สึกแสบ ร้อน หรือเจ็บแปล๊บ ทั้งที่ไม่มีอะไรมาโดน จนสุดท้ายสัญญาณหายไปกลายเป็นอาการ "ชา" ในที่สุด
ระยะเริ่มต้น: เริ่มรู้สึกซ่า ๆ ที่ปลายนิ้วเท้า เหมือนมีเข็มเล็ก ๆ มาทิ่ม หรือรู้สึกเหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา
ระยะอักเสบ: ปวดแสบปวดร้อนเหมือนโดนพริกทา หรือเหมือนมีไฟช็อตที่ฝ่าเท้า มักเป็นหนักขึ้นตอนกลางคืนจนรบกวนการนอน
ระยะอันตราย (ชาสนิท): เท้าเริ่มเสียความรู้สึก เหยียบหินหรือของมีคมก็ไม่เจ็บ ระยะนี้แหละครับที่เสี่ยงต่อการเกิด "แผลเบาหวาน" ที่ลุกลามจนนำไปสู่การตัดขา
เมื่อมาหาหมอ เราจะเช็กความเสื่อมของเส้นประสาทด้วยวิธีมาตรฐานครับ:
Monofilament Test: หมอจะใช้เส้นใยขนาดเล็กจิ้มที่จุดต่างๆ บนฝ่าเท้า เพื่อเช็กว่าคุณยังรับความรู้สึกได้ครบทุกจุดไหม
Vibration Test: ใช้ส้อมเสียงเคาะแล้ววางที่ปุ่มกระดูก เพื่อดูการรับความรู้สึกสั่นสะเทือน
การตรวจเลือด: เช็กค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) และระดับวิตามินบี 12 เพราะการขาดวิตามินบีก็ทำให้ชาได้เช่นกัน
EMG/NCV: ในรายที่อาการไม่ชัดเจน หมออาจส่งตรวจความเร็วการนำกระแสประสาทด้วยไฟฟ้าเพื่อยืนยันความเสียหายของเส้นประสาทครับ
คุมน้ำตาลให้ "นิ่ง": นี่คือยาที่ดีที่สุดครับ หากน้ำตาลยังสูง การรักษาอื่นก็เหมือนการปะผุบ้านขณะที่ไฟยังไหม้อยู่
การใช้ยาเฉพาะทาง: ยาแก้ปวดธรรมดา (พาราเซตามอล) มักเอาไม่อยู่ครับ ต้องใช้ยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อ "กระแสประสาท" โดยตรงเพื่อลดอาการแสบร้อน
การฉีดวิตามินและสารบำรุง: การให้วิตามินบีรวมเข้มข้น หรือสารต้านอนุมูลอิสระ (Alpha-lipoic acid) ช่วยฟื้นฟูปลอกหุ้มเส้นประสาทที่เสียหายได้
การทำกายภาพและดูแลเท้า: ตรวจเท้าทุกวันด้วยกระจกเงา เลือกรองเท้าที่ไม่บีบ และห้ามแช่เท้าในน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะคนไข้เบาหวานมักไม่รู้ตัวว่าน้ำร้อนเกินไปจนเท้าพองครับ
ถ้าเริ่มรักษาเร็ว: เส้นประสาทที่เพิ่งเริ่มเสื่อมสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หากคุมน้ำตาลได้ดี
ถ้าปล่อยจนชาสนิท: การจะให้กลับมามีความรู้สึก 100% นั้นยากครับ แต่เราสามารถป้องกันไม่ให้ลุกลามจนเกิดแผลและถูกตัดขาได้
อาการชาและแสบเท้าในคนเป็นเบาหวาน ไม่ใช่เรื่องปกติที่ต้อง "ทน" ครับ มันคือเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเส้นประสาทของคุณ การคุมน้ำตาลอย่างเคร่งครัดร่วมกับการรักษาด้วยยาที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณกลับมานอนหลับสบายและเดินได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
"รักษาเท้าในวันนี้ เพื่อให้ยังมีก้าวที่มั่นคงในวันหน้าครับ"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ชาเท้า #เบาหวาน #แสบฝ่าเท้า #เส้นประสาทเสื่อม #แผลเบาหวาน #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #เบาหวานลงเท้า #สุขภาพผู้สูงอายุ #NervePain
Pop-Busui R, et al. (2017). Diabetic Neuropathy: A Position Statement by the American Diabetes Association.(แนวทางมาตรฐานโลกในการวินิจฉัยและจัดการโรคเส้นประสาทเสื่อมจากเบาหวาน)
Boulton AJM, et al. (2005). Management of Diabetic Peripheral Neuropathy. (สรุปวิธีการรักษาอาการปวดแสบร้อนในผู้ป่วยเบาหวาน)
Ziegler D, et al. (2011). Treatment of symptomatic diabetic polyneuropathy. (การศึกษาเรื่องการใช้วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อฟื้นฟูเส้นประสาท)
Tesfaye S, et al. (2010). Diabetic neuropathies: update on definitions, diagnostic criteria, and estimation of severity. (นิยามและการคัดกรองระดับความรุนแรงของโรค)
Feldman EL, et al. (2019). Diabetic neuropathy. (บทความวิชาการใน Nature Reviews อธิบายกลไกการทำลายเส้นประสาทจากน้ำตาลในเลือด)