
"หมอครับ ป้าไปเอกซเรย์มา เห็นกระดูกมันงอกออกมาเป็นแหลม ๆ เหมือนเงี่ยงปลาที่ส้นเท้าเลย หมอที่โน่นบอกว่าเป็นกระดูกงอก ป้ากลัวมากค่ะ มันจะไปแทงเนื้อจนเน่าไหม? แล้วต้องผ่าตัดเอาไอ้แหลม ๆ นี่ออกป้าถึงจะกลับมาเดินได้ปกติคะ?"
นี่คือความกังวลใจของ “ป้าประนอม” (นามสมมติ) วัย 60 ปี ที่ถือฟิล์มเอกซเรย์มาหาผมด้วยมืออันสั่นเทา หลายคนพอเห็นภาพกระดูกที่งอกแหลมออกมาจากส้นเท้าในฟิล์ม มักจะจินตนาการไปว่ามันคือ "ตะปู" ที่คอยทิ่มแทกเราอยู่ทุกก้าวเดิน จนอยากจะให้หมอผ่าตัด "ถอน" มันออกไปให้พ้น ๆ
วันนี้ผมจะมาแถลงไขความจริงครับว่า เจ้ากระดูกงอกที่ส้นเท้านี้คืออะไร อันตรายแค่ไหน และความจริงที่ว่า "การผ่าตัด" อาจไม่ใช่คำตอบแรกเสมอไป
เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองนึกภาพ "พังผืดใต้ฝ่าเท้า" เป็น "เชือก" ที่ขึงตึงอยู่ระหว่างส้นเท้าไปถึงนิ้วเท้าครับ
แรงดึงรั้งสะสม: เมื่อเราน้ำหนักตัวเยอะ ยืนนาน หรือใส่รองเท้าพื้นแข็ง เชือกเส้นนี้จะถูกดึงรั้งตรงจุดเกาะที่ส้นเท้าอยู่ตลอดเวลา
ร่างกายพยายามซ่อม: เมื่อถูกดึงรั้งซ้ำ ๆ จนเกิดแผลเล็ก ๆ ร่างกายจะส่ง "แคลเซียม" มาพอกไว้เพื่อพยายามทำให้จุดเกาะนั้นแข็งแรงขึ้น
กลายเป็นเงี่ยง: นานวันเข้า แคลเซียมที่พอกสะสมก็กลายเป็น "กระดูกงอก" แหลม ๆ ออกมาครับ
ความจริงที่น่าตกใจ: กระดูกงอกนี้ไม่ได้ "แทง" เราครับ แต่สิ่งที่ทำให้เราปวดคือ "การอักเสบของพังผืด" ที่อยู่รอบ ๆ กระดูกงอกนั้นต่างหาก มีคนจำนวนมากที่มีกระดูกงอกแต่ "ไม่มีอาการปวดเลย" ก็มีครับ
เจ็บจี๊ดที่กึ่งกลางส้นเท้า โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอน
เดินนาน ๆ แล้วรู้สึกปวดลึก ๆ ที่ส้นเท้าเหมือนมีอะไรขัดอยู่ข้างใน
กดเจ็บแรง ๆ ตรงจุดที่กระดูกงอกอยู่
อาการจะทุเลาลงเมื่อได้พัก หรือเปลี่ยนไปใส่รองเท้าที่นุ่มและส้นสูงขึ้นเล็กน้อย
เมื่อป้าประนอมมาหาผม เราจะไม่ได้ดูแค่ฟิล์มเอกซเรย์ครับ:
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อยืนยันว่ามีกระดูกงอกจริง และดูว่ามันยาวขนาดไหน หรือมีกระดูกส่วนอื่นร้าวร่วมด้วยไหม
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้สำคัญมากครับ เพราะหมอจะเห็น "พังผืด" ที่อยู่รอบกระดูกงอก ถ้าพังผืดหนาตัวเกิน 4 มม. แสดงว่าตัวการปวดที่แท้จริงคือ "โรครองช้ำ" ไม่ใช่ตัวกระดูกงอกครับ
การตรวจเลือด: ทำในรายที่หมอสงสัยโรคข้ออักเสบอื่น ๆ เช่น รูมาตอยด์ หรือเก๊าท์ เพื่อแยกโรคให้ชัดเจน
ผมบอกป้าประนอมเสมอว่า "เราไม่ได้รักษาฟิล์มเอกซเรย์ แต่เรารักษาคนไข้ครับ"
ไม่ต้องผ่าตัด (95% ของคนไข้): การรักษาจะเน้นไปที่การลดการอักเสบของพังผืดรอบ ๆ เช่น การยืดน่อง, การใส่แผ่นรองส้นเท้าที่เจาะหลุม (Heel cup), และการทานยาลดอักเสบ
คลื่นกระแทก (Shockwave Therapy): เป็นพระเอกของยุคนี้ครับ คลื่นเสียงจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมพังผืดที่อักเสบเรื้อรังรอบกระดูกงอกได้ดีมาก โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด
การฉีดยาด้วย Ultrasound: หากปวดมาก หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดอักเสบได้แม่นยำ โดยไม่ต้องไปโดนตัวกระดูกงอกโดยตรง
การผ่าตัด (เฉพาะกรณี): หมอจะพิจารณาผ่าตัดก็ต่อเมื่อรักษาทุกวิธีแล้ว 6-12 เดือนไม่ดีขึ้น และปวดจนเดินไม่ได้จริง ๆ เท่านั้นครับ
กระดูกงอกจะยังอยู่: แม้จะหายปวดแล้ว กระดูกงอกในฟิล์มเอกซเรย์จะยังอยู่เหมือนเดิมครับ แต่มันจะ "ไม่ส่งเสียง" หรือสร้างความปวดให้เราอีกถ้าเราดูแลพังผืดได้ดี
การกลับเป็นซ้ำ: เกิดขึ้นได้ถ้ากลับไปน้ำหนักตัวเพิ่ม หรือใส่รองเท้าบาง ๆ เดินบนพื้นแข็ง ๆ อีกครั้ง
กระดูกงอกส้นเท้า "ไม่อันตราย" และ "ไม่จำเป็นต้องผ่าออกเสมอไป" ครับ ตัวแหลม ๆ ที่เห็นในฟิล์มไม่ใช่สาเหตุหลักของความปวด แต่มันคือผลลัพธ์ของการใช้งานหนัก การรักษาที่ถูกจุดคือการลดอักเสบและปรับพฤติกรรม แค่นี้ป้าประนอมก็กลับมาเดินฉิวได้โดยไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัดแล้วครับ
"อย่าตกใจกับภาพในฟิล์ม จนลืมฟังเสียงความเจ็บปวดที่แท้จริงของร่างกายครับ"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกงอกส้นเท้า #ปวดส้นเท้า #รองช้ำ #ไม่ต้องผ่าตัด #HeelSpur #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #Shockwave #สุขภาพผู้สูงอายุ #เอกซเรย์เท้า
Kirkpatrick J, et al. (2017). Plantar Fasciitis and Bone Spurs: Clinical Presentation and Management. (การนำเสนออาการและการจัดการภาวะกระดูกงอกร่วมกับรองช้ำ)
Toomey EP. (2009). Plantar heel pain. Foot and Ankle Clinics. (อธิบายว่ากระดูกงอกส้นเท้าไม่ใช่สาเหตุหลักของความเจ็บปวดในผู้ป่วยส่วนใหญ่)
Johal KS, Denning JR. (2012). The prevalence of heel spurs in a symptomatic population. (การศึกษาความชุกของกระดูกงอกส้นเท้าในกลุ่มคนที่มีและไม่มีอาการปวด)
Ahn JH, et al. (2020). Comparison of clinical outcomes between patients with and without heel spurs. (เปรียบเทียบผลการรักษาพบว่ามีหรือไม่มีกระดูกงอก ผลลัพธ์การหายปวดไม่ต่างกันมาก)
American Academy of Orthopaedic Surgeons (2021). Plantar Fasciitis and Bone Spurs. (แนวทางมาตรฐานของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์อเมริกัน)