
"คุณหมอครับ ผมอยากไปทำรากเทียมมากเลย แต่หมอฟันบอกว่าผมกินยาแก้กระดูกพรุนอยู่ ทำไม่ได้เด็ดขาด เพราะกระดูกขากรรไกรอาจจะตาย... มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"
นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณลุงสมชาย (นามสมมติ) วัย 68 ปี ถามผมด้วยสีหน้ากังวลสุดขีด ลุงสมชายเป็นคนไข้โรคกระดูกพรุนที่ดูแลกับผมมานาน แกทานยาเม็ดสัปดาห์ละครั้งต่อเนื่องมาหลายปี พอฟันหลออยากจะเคี้ยวอาหารให้อร่อยเหมือนสมัยหนุ่มๆ กลับเจอคำเตือนที่ทำให้ขวัญเสีย
วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจแบบภาษาบ้านๆ ให้ฟังครับว่า จริงๆ แล้วคนไข้ที่ทานยาหรือฉีดยาแก้กระดูกพรุนกลุ่ม "บิสฟอสโฟเนต" (Bisphosphonates) สามารถฝังรากเทียมได้หรือไม่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด
ก่อนอื่นต้องบอกว่ายาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (เช่น Alendronate ที่เป็นยาเม็ด หรือ Zoledronic acid ที่เป็นยาฉีดรายปี) คือฮีโร่ที่ช่วยลดความเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุได้มหาศาลครับ หลักการทำงานของมันคือ "การไปยับยั้งตัวทำลายกระดูก" ทำให้กระดูกเราหนาแน่นขึ้น ไม่เปราะหักง่าย
แต่เหรียญมีสองด้านเสมอครับ เนื่องจากยาตัวนี้ไปลดการสลายตัวของกระดูก ทำให้กระดูกมีการ "ซ่อมแซมตัวเอง" (Remodeling) ช้าลงกว่าปกติ ซึ่งในร่างกายเรา กระดูกที่มีการผลัดเปลี่ยนเซลล์บ่อยที่สุดจุดหนึ่งก็คือ **"กระดูกขากรรไกร"**นั่นเองครับ
เมื่อเราไปทำหัตถกรรมหนักๆ เช่น การถอนฟัน หรือการฝังรากเทียมที่ต้องเจาะเข้าไปในกระดูก หากร่างกายซ่อมแซมแผลไม่ทัน หรือมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ก็อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า "กระดูกขากรรไกรตาย" (Osteonecrosis of the Jaw หรือ ONJ) ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อเหงือกไม่ปิดแผล และมองเห็นกระดูกโผล่ออกมาเป็นเวลานานกว่า 8 สัปดาห์
หลายคนฟังแล้วอาจจะกลัวจนไม่กล้าแตะยา แต่ฟังทางนี้ก่อนครับ จากข้อมูลทางการแพทย์ล่าสุด โอกาสเกิดภาวะกระดูกขากรรไกรตายในคนไข้ที่ทานยาแก้กระดูกพรุนเพื่อรักษา "โรคกระดูกพรุนทั่วไป" นั้น ต่ำมาก ครับ
สถิติบอกว่าพบเพียงประมาณ 0.01% ถึง 0.1% เท่านั้น (หรือประมาณ 1 ใน 1,000 ถึง 1 ใน 10,000 ราย)
ส่วนใหญ่เคสที่อันตรายจริงๆ มักเป็นคนไข้โรคมะเร็งที่ได้รับยาตัวนี้ใน "ปริมาณสูงมากและฉีดบ่อยทุกเดือน" เพื่อรักษาอาการมะเร็งลามไปกระดูก
ดังนั้น สำหรับคุณลุงคุณป้าที่ทานยาเม็ดอาทิตย์ละครั้ง หรือฉีดยาปีละครั้งเพื่อกันกระดูกหัก ความเสี่ยงถือว่าน้อยมากครับ แต่ก็ "ไม่ใช่ศูนย์" เราจึงต้องระวังกันไว้ก่อน
หากคุณกำลังใช้ยาอยู่ แล้วไปทำฟันมา หรืออยู่ดีๆ มีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบหมอฟันหรือหมอกระดูกทันทีครับ:
ปวดเหงือกหรือฟันอย่างรุนแรงโดยหาสาเหตุไม่ได้
เหงือกบวมแดง อักเสบเรื้อรัง
มีหนองไหลออกมาจากเหงือก
ฟันโยกผิดปกติ
เห็นเศษกระดูกสีขาวๆ โผล่ออกมาในช่องปาก และแผลไม่ยอมปิดสักที
ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากสมาคมศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล (AAOMS) และแนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบัน สรุปขั้นตอนให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ:
1. ปรึกษาหมอกระดูกก่อนเสมอ อย่าหยุดยาเองเด็ดขาดครับ! หมอกระดูกจะประเมินว่าคุณมีความเสี่ยงแค่ไหน โดยดูจาก "ระยะเวลาที่ใช้ยา"
ใช้ยาน้อยกว่า 4 ปี: และไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่น (เช่น ไม่ได้ทานสเตียรอยด์) โดยส่วนใหญ่สามารถฝังรากเทียมได้เลยตามปกติครับ ไม่จำเป็นต้องหยุดยา
ใช้ยามากกว่า 4 ปี: หรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วม หมออาจจะพิจารณาให้ "พักยา" (Drug Holiday) ประมาณ 2-4 เดือนก่อนทำฟัน และรอจนแผลหายสนิทค่อยกลับมาเริ่มยาใหม่
2. ตรวจสุขภาพช่องปากให้คลีนที่สุด ก่อนจะฝังรากเทียม คุณต้องรักษาโรคเหงือก อุดฟันที่ผุ และขูดหินปูนให้เรียบร้อย เพราะ "การติดเชื้อในช่องปาก" คือตัวจุดชนวนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้กระดูกตาย ไม่ใช่แค่ตัวยาเพียงอย่างเดียวครับ
3. การเลือกใช้ยา กรณีที่ต้องฝังรากเทียมจริงๆ หมอฟันอาจจะเลือกใช้เทคนิคที่ถนอมเนื้อเยื่อที่สุด หรือใช้ยาปฏิชีวนะช่วยในช่วงที่ทำ เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
4. การดูแลหลังทำ ต้องรักษาความสะอาดแบบ 10 เต็ม 10 ครับ บ้วนปากตามคำแนะนำหมอฟัน และนัดตรวจติดตามแผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าแผลจะปิดสนิท 100%
คำตอบคือ "ทำได้ครับ แต่ต้องวางแผน" เราไม่ควรกลัวจนปฏิเสธการรักษาโรคกระดูกพรุน เพราะกระดูกสะโพกหักอันตรายถึงชีวิตมากกว่าเรื่องฟันหลายเท่าครับ ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรละเลยความเสี่ยงเรื่องขากรรไกร
สูตรสำเร็จคือ: "บอกหมอฟันว่ากินยาอะไร บอกหมอกระดูกว่าจะทำรากเทียมเมื่อไหร่" ให้คุณหมอทั้งสองท่านได้คุยกันหรือส่งข้อมูลถึงกัน เท่านี้คุณลุงคุณป้าก็จะมีกระดูกที่แข็งแรงและมีรอยยิ้มที่มั่นใจเหมือนเดิมแล้วครับ
หากท่านใดที่มีความเห็นต่างหรือกังวลใจเกี่ยวกับข้อมูลนี้ สามารถแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ด้วยความยินดีครับ ข้อมูลทางการแพทย์มีการพัฒนาอยู่เสมอ และการรักษาก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันไป
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกพรุน #ฝังรากเทียม #บิสฟอสโฟเนต #กระดูกขากรรไกรตาย #หมอเก่ง #รักษากระดูก #สุขภาพผู้สูงอายุ #ทำฟัน #รากเทียม #ความรู้สุขภาพ
Adler RA, et al. (2016). Managing Osteoporosis in Patients on Long-term Bisphosphonate Treatment: Report of a Task Force of the American Society for Bone and Mineral Research. Journal of Bone and Mineral Research.
Ruggiero SL, et al. (2022). American Association of Oral and Maxillofacial Surgeons (AAOMS) Position Paper on Medication-Related Osteonecrosis of the Jaws—2022 Update. Journal of Oral and Maxillofacial Surgery.
Khan AA, et al. (2015). Diagnosis and Management of Osteonecrosis of the Jaw: A Systematic Review and International Consensus. Journal of Bone and Mineral Research.
Papapoulos S, et al. (2018). Bisphosphonates in the Management of Postmenopausal Osteoporosis. Archives of Osteoporosis.
Reid IR. (2020). Short-term and Long-term Effects of Osteoporosis Therapies on Bone Loss and Fracture Prevention. Endocrine Reviews.