
แค่ล้มไหล่กระแทก... เอกซเรย์เจอ 'กระดูกแตกนิดเดียว' ไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ใช่ไหม?
อุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาที เช่น การลื่นล้มในห้องน้ำ หรือไหล่กระแทกพื้นแรง ๆ หลายคนอาจคิดว่า "แค่กระดูกร้าว" หรือ "หมอบอกว่ากระดูกเคลื่อนแค่นิดเดียวเอง" คงไม่ต้องทำอะไรมาก แต่รู้ไหมครับว่า "จุดเล็ก ๆ" ที่กระดูกหัวไหล่จุดนี้ คือหัวใจสำคัญที่กำหนดว่าในอนาคตคุณจะยังสามารถยกแขนสระผม เอื้อมหยิบของบนหิ้ง หรือแม้แต่การใส่เสื้อผ้าเองได้หรือไม่ โดยเฉพาะในวัย 45 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายยังต้องใช้งานหนักและเริ่มมีความเสื่อมของเส้นเอ็นเข้ามาเกี่ยวข้อง
นี่คือคำถามของคุณต้น (นามสมมติ) ชายวัย 45 ปี ที่เดินเข้ามาพบหมอพร้อมผ้าคล้องแขนขวา เขาเล่าว่าเมื่อวานลื่นล้มในสวนแล้วเอาไหล่กระแทกพื้น ตอนแรกคิดว่าแค่เคล็ดขัดยอก แต่พอนอนไปคืนหนึ่งกลับปวดจนขยับแขนไม่ได้เลย
ผลเอกซเรย์พบว่ามี "หัวกระดูกไหล่ด้านนอกแตก" (Greater Tuberosity Fracture) แต่ชิ้นส่วนที่แตกนั้นเคลื่อนที่ออกมาเพียงเล็กน้อย (Minimal Displacement)
"หมอครับ เพื่อนบอกว่าถ้าไม่ผ่าตัด แขนจะลีบแล้วยกไม่ขึ้นจริงไหม? แล้วถ้าผมไม่ผ่า มันจะติดเองได้ไหมครับ?" คุณต้นถามด้วยความกังวล เพราะเขาเป็นมือขวาและยังต้องทำงานขับรถและแบกของอยู่เสมอ
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ผมอยากให้คุณลองนึกภาพว่าหัวไหล่ของเราเหมือน "เสากระโดงเรือ" ส่วนปุ่มกระดูกที่แตกนี้ก็คือ "ตะขอ" ที่แข็งแรงมาก ๆ ซึ่งมีหน้าที่ไว้ให้ "เชือก" (เส้นเอ็นหมุนหัวไหล่) มาผูกติดไว้
เมื่อเราต้องการยกแขน เชือกเส้นนี้จะดึงตะขอเพื่อให้หัวไหล่หมุนและยกขึ้นได้
ถ้าตะขอนี้ "หัก" แม้จะเคลื่อนไปเพียงนิดเดียว (ไม่กี่มิลลิเมตร) แต่มันก็ทำให้เชือกนั้นหย่อน หรือตำแหน่งการดึงเปลี่ยนไป ผลที่ตามมาคือการทำงานของไหล่จะผิดเพี้ยนไปทันทีครับ
ในวัย 45 ปี เส้นเอ็นรอบหัวไหล่ของเรามักจะไม่เหนียวแน่นเท่าวัยรุ่น การที่กระดูกจุดเกาะเอ็นแตกออก มักจะมีแรงดึงจากกล้ามเนื้อคอยรั้งชิ้นส่วนนั้นให้เคลื่อนที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ
แรงดึงจากกล้ามเนื้อ: แม้ตอนแรกจะเคลื่อนแค่นิดเดียว แต่ถ้าเราไม่ระวัง กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะค่อย ๆ ดึงชิ้นกระดูกที่แตกให้ลอยสูงขึ้นหรือถอยหลังไป
พื้นที่จำกัด: หัวไหล่ของเรามีช่องว่างแคบ ๆ ถ้ากระดูกที่แตกเคลื่อนไปผิดที่แม้เพียง 5 มิลลิเมตร มันจะไป "ค้ำ" หรือ "ขัด" กับกระดูกส่วนบนเวลาเรายกแขน ทำให้เกิดอาการปวดจี๊ดเหมือนมีอะไรมาตำ
หากคุณมีภาวะกระดูกปุ่มหัวไหล่แตก อาการที่มักพบคือ:
ปวดลึก ๆ ในหัวไหล่: โดยเฉพาะด้านหน้าหรือด้านข้าง
ยกแขนไม่ขึ้น: ไม่ใช่แค่เพราะปวด แต่เหมือนแขนไม่มีแรงจะสั่งการได้
เจ็บเวลาขยับ: โดยเฉพาะท่ากางแขนออกข้างลำตัว หรือท่าหมุนไหล่ไปหยิบของที่เบาะหลังรถ
บวมและเขียวช้ำ: มักจะเริ่มเห็นรอยเขียวช้ำลามลงมาที่ต้นแขนหลังจากล้มไปแล้ว 1-2 วัน
ในกรณีของคุณต้น หมอต้องละเอียดมากครับ เพราะคำว่า "เคลื่อนเล็กน้อย" ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
เอกซเรย์ (X-ray): เป็นด่านแรกเพื่อดูตำแหน่งกระดูก
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): ในกรณีที่สงสัยว่าเคลื่อนเกิน 3-5 มิลลิเมตรหรือไม่ หมอมักจะส่งตรวจชิ้นนี้เพื่อให้เห็นภาพ 3 มิติ เพราะพื้นที่ในไหล่แคบมาก การเห็นตำแหน่งที่ชัดเจนจะช่วยตัดสินใจได้ว่าจะ "ผ่า" หรือ "ไม่ผ่า"
เอ็มอาร์ไอ (MRI): มักจะทำเพื่อดูว่า "เส้นเอ็น" ที่เกาะอยู่บนกระดูกชิ้นนั้นฉีกขาดด้วยหรือไม่ เพราะบางครั้งกระดูกแตกไม่มาก แต่เอ็นขาดกระจุย แบบนี้การรักษาจะเปลี่ยนไปทันทีครับ
หากตัดสินใจรักษาแบบไม่ผ่าตัด (ใส่ผ้าคล้องแขนและทำกายภาพ) สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากกระดูกไม่ติดในตำแหน่งที่เหมาะสม คือ:
ภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder): เนื่องจากความปวดทำให้เราไม่กล้าขยับแขน นานไปพังผืดจะมายึด จนสุดท้ายกระดูกติดแต่แขนกลับยกไม่ได้
แขนยกไม่สุด (Impingement): ชิ้นกระดูกที่เคลื่อนไปนิดเดียวจะไปขวางทางเดินของหัวไหล่ เวลาจะเอื้อมหยิบของสูง ๆ จะเจ็บแปล๊บเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต
กำลังแขนลดลง: เชือก (เส้นเอ็น) ที่หย่อนลงเพราะจุดเกาะเคลื่อนที่ ทำให้คุณไม่มีแรงแบกของหรือเล่นกีฬาที่ต้องใช้แรงแขน
ปวดเรื้อรัง: มีอาการปวดตุบ ๆ เวลาอากาศเย็น หรือเวลาที่ใช้งานแขนหนัก ๆ ตลอดชีวิต
หมอจะพิจารณาผ่าตัดในกรณีดังนี้ครับ:
ชิ้นกระดูกเคลื่อนเกิน 5 มิลลิเมตร: (หรือเกิน 3 มิลลิเมตรในคนที่ต้องใช้แขนทำงานหนัก/เล่นกีฬา) เพราะโอกาสที่แขนจะขัดมีสูงมาก
มีเส้นเอ็นฉีกขาดร่วมด้วย: ต้องเข้าไปเย็บซ่อมเอ็นพร้อมกับยึดกระดูก
กระดูกไม่ติด: หลังจากรักษาไปสักพักแล้วกระดูกยังแยกกันอยู่
การผ่าตัดปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวครับ มีทั้งการผ่าตัด "ส่องกล้อง" หรือการเปิดแผลเล็กเพื่อเข้าไปยึดด้วยสกรูพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้คนไข้เริ่มทำกายภาพได้ไวขึ้น ลดโอกาสไหล่ติดได้ดีกว่าการใส่ผ้าคล้องแขนไว้นาน ๆ
หากประเมินแล้วว่าเคลื่อนน้อยมากจนไม่ต้องผ่าตัด คุณต้องมีวินัยสูงมาก:
ใส่ผ้าคล้องแขน (Sling) อย่างเคร่งครัด: ตามที่หมอสั่ง (ปกติ 3-4 สัปดาห์) เพื่อให้กระดูกอยู่นิ่งที่สุด
ขยับนิ้วและข้อมือ: เพื่อไม่ให้แขนบวมและเลือดไหลเวียนดี
ท่าบริหาร "ลูกตุ้ม" (Pendulum Exercise): เมื่อหมออนุญาต ให้เริ่มแกว่งแขนเบา ๆ เพื่อป้องกันไหล่ติด
งดสูบบุหรี่: นิโคตินทำให้กระดูกติดช้าลงอย่างมากครับ
คนวัย 45 ปีที่กระดูกปุ่มไหล่แตกเคลื่อนเล็กน้อย มีโอกาสกลับมาใช้งานได้เกือบ 100% ครับ แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนในการฟื้นฟู ความท้าทายไม่ใช่เรื่องกระดูกติด แต่เป็นเรื่อง "ความยืดหยุ่น" ของไหล่หลังกระดูกติดแล้วต่างหากครับ
กระดูกปุ่มหัวไหล่แตกแม้จะเคลื่อนเพียงเล็กน้อย แต่ในวัยทำงานที่ต้องใช้แขนอย่างคุณต้น "ความแม่นยำของตำแหน่งกระดูก" คือเรื่องใหญ่ครับ หากปล่อยให้ติดในตำแหน่งที่ผิด อาจนำมาซึ่งอาการปวดเรื้อรังและแขนที่ใช้งานได้ไม่สุดในอนาคต การปรึกษาแพทย์เพื่อวัดระยะการเคลื่อนที่ให้ชัดเจน และการทำกายภาพอย่างถูกวิธี จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ไหล่ของคุณกลับมาใช้งานได้ดังเดิมครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกไหล่แตก #ปวดหัวไหล่ #อุบัติเหตุไหล่กระแทก #GreaterTuberosityFracture #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ไหล่ติด #กระดูกแตกไม่ผ่าตัด #กายภาพบำบัดไหล่ #สุขภาพผู้ชาย #หมอเก่ง