
"เดี๋ยวก็คงหายเองมั้ง..." ประโยคยอดฮิตที่ผมมักจะได้ยินจากคนไข้เกือบทุกรายที่ปล่อยให้อาการปวดเรื้อรังจนเดินแทบไม่ได้แล้วค่อยมาหาหมอ หลายคนคิดว่าการปวดเข่าเป็นเรื่องธรรมชาติของคนอายุเยอะ หรือเป็นแค่ผลจากการเดินเยอะในวันนั้น แต่รู้ไหมครับว่า บางสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งออกมา มันไม่ใช่แค่เรื่องเมื่อยล้า แต่มันคือการ "ขอความช่วยเหลือ" ของข้อเข่าที่กำลังจะพังครับ
วันนี้ผมจะมาแชร์ 5 สัญญาณอันตรายที่คุณต้องรีบสังเกตตัวเองและคนในครอบครัวให้ดี ก่อนที่ทางเลือกสุดท้ายจะเหลือเพียงแค่ "การผ่าตัด" เท่านั้น
คุณสมชาย อายุ 52 ปี เป็นคนวัยทำงานที่ยังแข็งแรงดีมาก แกเล่าให้ผมฟังว่า "หมอครับ ปกติผมเดินห้างกับเมียได้เป็นชั่วโมงนะ แต่มารอบนี้แค่เดินจากที่จอดรถเข้าห้าง เข่ามันก็ขัดๆ ปวดลึกๆ ข้างในจนต้องขอไปนั่งรอที่เก้าอี้พัก พอลุกยืนอีกทีเข่ามันเหมือนจะทรุดลงไปเลย"
เคสคุณสมชายคือตัวอย่างที่ชัดเจนครับว่า อาการปวดเข่ามันเริ่มเข้ามา "แย่งชิงความสุข" ในชีวิตประจำวันเราไปทีละนิด ถ้าเรามัวแต่กินยาแก้ปวดแล้วประคองไปเรื่อยๆ โดยไม่หาสาเหตุ วันหนึ่งชีวิตที่เคยไปไหนมาไหนได้อิสระอาจจะหายไปเลย
1. ปวดเข่าตอนพัก หรือปวดตอนกลางคืน ถ้าเดินเยอะแล้วปวด ยังพอเข้าใจได้ครับว่าใช้งานหนัก แต่ถ้าคุณนั่งอยู่เฉยๆ ดูทีวี หรือนอนหลับอยู่แล้วต้องสะดุ้งตื่นเพราะอาการปวดเข่า นี่คือสัญญาณว่ามี "การอักเสบที่รุนแรง" หรือแรงดันในข้อเข่าผิดปกติมากแล้ว ไม่ควรนิ่งนอนใจเด็ดขาด
2. มีอาการ "เข่าทรุด" หรือ "เข่าลอค" อาการนี้อันตรายมากครับ เวลาเดินอยู่แล้วรู้สึกเข่ามันอ่อนแรงวูบไปเฉยๆ (Giving way) หรือบางทีขยับเข่าไม่ได้ ต้องบิดขาก่อนถึงจะยืดออก (Locking) สัญญาณนี้มักจะบอกว่า **"หมอนรองกระดูกฉีกขาด"**หรือมีเศษกระดูกอ่อนหลุดไปขวางอยู่ในข้อ ซึ่งถ้าปล่อยไว้มันจะเข้าไปครูดผิวข้อให้พังเร็วขึ้นเหมือนเม็ดทรายที่หลุดเข้าไปในเครื่องยนต์ครับ
3. เข่าบวม แดง หรือร้อน ข้อเข่าปกติไม่ควรจะบวมจนเสียรูปทรงครับ ถ้าเข่าข้างหนึ่งดูโตกว่าอีกข้างชัดเจน หรือลองเอามือสัมผัสแล้วรู้สึกว่า "ร้อน" กว่าผิวหนังส่วนอื่น นั่นคือสัญญาณของภาวะน้ำหล่อเลี้ยงข้อมากเกินไป (Joint Effusion) จากการอักเสบ หรืออาจมีการติดเชื้อในข้อได้
4. ขึ้น-ลงบันได ลำบากกว่าปกติ บันไดคือ "บททดสอบเข่า" ที่ดีที่สุดครับ ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าต้อง "ก้าวทีละขั้น" หรือต้องโหนราวบันไดทุกครั้งเพราะเจ็บแปล๊บที่สะบ้าเข่า นั่นแสดงว่ากระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มมีความเสื่อมสภาพจนไม่สามารถรับแรงกระแทกจากการกดทับได้แล้ว
5. ขาเริ่มโก่ง หรือรูปทรงเข่าเปลี่ยนไป ลองยืนส่องกระจกดูครับ ถ้าเข่าสองข้างเริ่มห่างออกจากกันเรื่อยๆ จนเป็นรูปตัว O (ขาโก่ง) นี่คือสัญญาณชัดเจนว่าข้อเข่าเสื่อมในระยะที่รุนแรงแล้ว เพราะกระดูกอ่อนด้านในสึกไปหมดจนกระดูกชนกระดูก
เมื่อมาพบหมอกระดูก เรามีวิธีการตรวจที่แม่นยำและไม่น่ากลัวครับ:
การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบความมั่นคงของเส้นเอ็น และดูองศาการงอเข่า
เอกซเรย์ (X-ray): ช่วยให้เห็นชัดเจนว่า "ช่องว่างในข้อ" แคบลงแค่ไหน มีกระดูกงอกมาทิ่มเนื้อเยื่อหรือเปล่า
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ในกรณีที่เข่าบวม หมอจะใช้ดูปริมาณน้ำในข้อ หรือดูการอักเสบของเส้นเอ็นรอบๆ ได้ทันที
หลายคนกลัวมาหาหมอเพราะคิดว่า "ต้องผ่าตัดแน่เลย" ความจริงแล้ว 80-90% ของคนไข้รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ:
การปรับท่าทาง: เลี่ยงการนั่งยอง พับเพียบ หรือขัดสมาธิ
การทำกายภาพ: สร้างกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรงเพื่อช่วย "อุ้ม" น้ำหนักแทนข้อเข่า
การฉีดยา: ปัจจุบันมีการฉีดน้ำเลี้ยงข้อ หรือการฉีดยาลดการอักเสบภายใต้การนำของ "อัลตราซาวด์" ซึ่งแม่นยำและลดอาการเจ็บได้ดีมาก
การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือข้อเข่าผิดรูปจนส่งผลเสียต่อการเดินอย่างรุนแรงเท่านั้น
อาการปวดเข่าส่วนใหญ่ "ดีขึ้นได้" ครับ ยิ่งถ้าตรวจเจอในระยะแรกๆ ที่กระดูกอ่อนยังไม่สึกมาก เราสามารถชะลอการเสื่อมได้เป็นสิบปี หรืออาจจะไม่ต้องผ่าตัดเลยตลอดชีวิตครับ แต่ถ้าปล่อยจนขาโก่งผิดรูป การพยากรณ์โรคก็จะยากขึ้นและต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานขึ้น
เข่าเป็นอวัยวะที่รับน้ำหนักตัวเราทั้งชีวิตครับ ถ้าเข่าเริ่มส่งสัญญาณเตือน 5 ข้อข้างต้น อย่าหาซื้อยากินเองจนตับไตพัง แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล เพื่อให้เรายังเดินไปกอดลูกหลาน หรือไปท่องเที่ยวได้ตามใจหวังไปอีกนานๆ ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #สัญญาณอันตราย #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ #ผ่าตัดข้อเข่า #ดูแลเข่า #ขาโก่ง #รักษาอาการปวด
Hunter DJ, Bierma-Zeinstra S. (2021). Osteoarthritis of the knee. New England Journal of Medicine.
Katz JN, et al. (2022). Diagnosis and management of osteoarthritis of the knee. JAMA.
Abramoff B, Caldera FE. (2020). Osteoarthritis: Pathology, Diagnosis, and Treatment Options. Medical Clinics.
Bannuru RR, et al. (2019). *OARSI guidelines for the non-surgical management of knee osteoarthritis.*Osteoarthritis and Cartilage.
Neogi T. (2023). The epidemiology and mechanisms of pain in osteoarthritis. Nature Reviews Rheumatology.