
"ปวดต้นคอ ร้าวลงแขน ชาปลายนิ้ว…" เคยรู้สึกแบบนี้ไหมครับ?
คุณวิชัย อายุ 50 ปี เป็นวิศวกรที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอวันละ 10 ชั่วโมง วันหนึ่งตื่นมาพร้อมอาการปวดต้นคอด้านขวา ร้าวลงไหล่และต้นแขน เริ่มแรกคิดว่านอนผิดท่า สามวันผ่านไปอาการไม่หาย ที่หนักกว่านั้นคือเริ่มมีอาการชาปลายนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ยกแขนได้ลำบาก กำมือไม่แน่น
หลายคนเข้าใจผิดว่าอาการแบบนี้เกิดจาก "ตกหมอน" หรือ "เส้นยึด" แล้วหายเอง ความจริงคืออาการชาร้าวลงแขนพร้อมปวดต้นคอ มักไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึง แต่อาจเป็นสัญญาณของ "หมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท" ครับ
ผมจะอธิบายให้ฟังว่ามันคืออะไร เกิดได้อย่างไร และทำไมการวินิจฉัยให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมาก
―――――――――――――――――――――――
ปวดต้นคอร้าวลงแขน ชาปลายนิ้ว ระวังหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท
―――――――――――――――――――――――
เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมปวดที่ "คอ" แต่อาการกลับร้าวไปถึง "ปลายนิ้ว"?
คุณวิชัย วิศวกรวัย 50 ปี มาพบหมอด้วยอาการปวดต้นคอด้านขวา ร้าวลงไหล่ ต้นแขน จนถึงปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้ มีอาการชาเหมือนเข็มทิ่ม กำมือแล้วรู้สึกไม่แน่นเหมือนเดิม เวลาเงยหน้าหรือหันคอไปทางขวา อาการปวดจะรุนแรงขึ้น
หลังตรวจร่างกาย พบว่ามีการทดสอบ 3 อย่างที่ให้ผลบวก ได้แก่ Spurling test การกดศีรษะลงในท่าเอียงไปด้านที่ปวด การกดศีรษะตรงๆ และการดึงคอแล้วอาการดีขึ้น เอกซเรย์พบว่าหมอนรองกระดูกคอที่ระดับ C5/6 มีช่องว่างแคบลง ซึ่งเป็นภาพของหมอนรองกระดูกเสื่อม
นี่คือเรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิดครับ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
หลายคนคิดว่า "ปวดคอเดี๋ยวก็หาย ยังไม่ต้องรีบไปหาหมอ" หรือ "อาการชามือคงเป็นที่มือเอง ไปแช่น้ำอุ่นก็พอ" ความจริงคืออาการ "ปวดคอ + ชาร้าวลงแขน + กล้ามเนื้ออ่อนแรง" รวมกัน คือกลุ่มอาการที่เรียกว่า "Cervical Radiculopathy" หรือ "เส้นประสาทคอถูกกดทับ"
งานวิจัยจาก Mayo Clinic ที่ติดตามผู้ป่วย 561 คนเป็นเวลา 15 ปี พบว่าโรคนี้พบบ่อยในวัย 40-50 ปี โดยระดับ C7 พบมากที่สุด รองลงมาคือ C6 ซึ่งตรงกับเคสคุณวิชัย [1] โรคนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ปล่อยทิ้งไว้ได้ครับ
หมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาทคืออะไร
ลองนึกภาพกระดูกคอเหมือน "เสาเรียงต่อกัน" โดยมี "หมอนนุ่ม" คั่นกลางแต่ละข้อ ทำหน้าที่รับแรงกระแทกและให้คอเคลื่อนไหวได้คล่อง เมื่ออายุมากขึ้น หมอนนุ่มเหล่านี้จะค่อยๆ "เหี่ยวลง" คล้ายผลไม้ที่แก่จัด เริ่มแห้ง แบนลง บางทีเปลือกฉีก ส่วนข้างในจะปลิ้นออกมากดทับ "สายไฟ" ที่อยู่ข้างๆ ซึ่งก็คือเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงไหล่ แขน และมือ [2]
เมื่อเส้นประสาทถูกกดทับ ก็เหมือนสายไฟที่ถูกบีบ ทำให้สัญญาณรวนไปหมด นี่คือเหตุผลว่าทำไมปวดที่คอ แต่อาการกลับไปแสดงที่ปลายแขน
อาการสำคัญที่ต้องสังเกต
อาการของโรคนี้มีลักษณะเฉพาะ ปวดต้นคอด้านใดด้านหนึ่ง ร้าวลงไหล่ ต้นแขน ปลายแขน ไปถึงมือ ในระดับ C5/6 มักร้าวลงนิ้วโป้งและนิ้วชี้ อาการชาตามแขนหรือนิ้วบางนิ้ว กล้ามเนื้อแขนหรือมืออ่อนแรง กำมือไม่แน่น ยกของไม่ไหวเหมือนเดิม อาการมักหนักขึ้นเวลาเงยหน้า ไอ จาม หรือนั่งทำงานหน้าจอนานๆ และมักดีขึ้นเวลาเอามือไว้บนศีรษะ ซึ่งช่วยลดแรงดึงของเส้นประสาท
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้
[1] อายุ 40-60 ปี เป็นช่วงที่หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมตามธรรมชาติ
[2] อาชีพที่ต้องก้มคอนานๆ เช่น ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ขับรถนาน หรืออาชีพที่ต้องยกของเหนือศีรษะ
[3] การบาดเจ็บที่คอจากอุบัติเหตุหรือกีฬา
[4] การสูบบุหรี่ ซึ่งเร่งการเสื่อมของหมอนรองกระดูก
[5] พันธุกรรม คนในครอบครัวเป็นมักมีโอกาสเป็นมากขึ้น
การวินิจฉัย
แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด การทดสอบที่สำคัญคือ "Spurling test" คือการกดศีรษะลงในท่าเอียงไปด้านที่ปวด ถ้าอาการชาร้าวลงแขนรุนแรงขึ้น แสดงว่ามีการกดทับเส้นประสาท การทดสอบ "Distraction test" คือดึงคอขึ้นเบาๆ ถ้าอาการดีขึ้นชัดเจน ก็สนับสนุนการวินิจฉัย
เอกซเรย์ช่วยดูว่าหมอนรองกระดูกเสื่อมในระดับใด ในเคสคุณวิชัยพบช่องว่างหมอนรองกระดูกที่ C5/6 แคบลง ถ้าจำเป็นอาจส่ง MRI เพื่อดูเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะกรณีอาการไม่ดีขึ้นภายใน 6-8 สัปดาห์ หรือมีอาการแขนอ่อนแรงชัดเจน [3]
แนวทางการรักษาแบบขั้นบันได
สิ่งที่อยากย้ำกับคนไข้ทุกคนคือ "ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ งานวิจัยระดับ RCT จาก BMJ ปี 2009 ติดตามผู้ป่วย 205 คน พบว่าคนที่ใช้ปลอกคอเป็นเวลา 3-6 สัปดาห์ ร่วมกับกายภาพบำบัด อาการดีขึ้นมากเทียบกับกลุ่มที่ปล่อยตามธรรมชาติ [4]
แนวทางการรักษาที่หมอใช้ในคลินิก เริ่มจากการปรับท่าทาง ลดการก้มคอ ยกหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา หลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้อาการแย่ลง การใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาลดอาการอักเสบของเส้นประสาท การทำกายภาพบำบัด ดึงคอ ออกกำลังกล้ามเนื้อรอบคอ การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้ ultrasound นำทาง (ultrasound-guided injection) เพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท เป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดได้ดีและปลอดภัย หลีกเลี่ยงการผ่าตัด [5]
เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีอาการรุนแรงและดื้อต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น อาการอ่อนแรงของแขนหรือมือที่แย่ลงเรื่อยๆ อาการปวดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามากกว่า 6-12 สัปดาห์ มีสัญญาณกดทับไขสันหลังเช่น เดินเซ ปัสสาวะอุจจาระผิดปกติ หมอจะแนะนำผ่าตัดในเคสที่ "จำเป็นจริงๆ" เท่านั้นครับ ไม่ใช่ทางเลือกแรก
พยากรณ์โรค
[1] ผู้ป่วยประมาณ 75-90% หายดีด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัดภายใน 6-12 สัปดาห์
[2] ผู้ที่รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ มีโอกาสหายเร็วกว่าและกลับเป็นซ้ำน้อยกว่า
[3] ประมาณ 1 ใน 3 อาจมีอาการกลับมาเป็นซ้ำในช่วงชีวิต แต่มักไม่รุนแรงเท่าเดิม
[4] ผู้ที่ปรับพฤติกรรมและออกกำลังกายต่อเนื่อง มีโอกาสกลับเป็นซ้ำต่ำมาก
[5] เคสที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน หรือกดทับไขสันหลัง ต้องดูแลใกล้ชิดและอาจต้องผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนถ้าไม่รักษา
[1] กล้ามเนื้อแขนหรือมือลีบลง จากเส้นประสาทถูกกดทับนานเกินไป
[2] มืออ่อนแรงถาวร กำมือไม่แน่น หยิบจับของลำบาก
[3] อาการชาถาวรที่ปลายนิ้ว เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
[4] ปวดเรื้อรังที่ต้องพึ่งยาแก้ปวดต่อเนื่อง
[5] ในกรณีที่กดทับลึกลงไปถึงไขสันหลัง อาจเดินเซ ปัสสาวะลำบาก ซึ่งเป็นภาวะอันตราย
วิธีดูแลตัวเองและป้องกัน
[1] ปรับท่านั่งทำงาน ยกหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา หลีกเลี่ยงการก้มคอเล่นมือถือนานๆ
[2] พักคอทุก 30-45 นาที ระหว่างทำงานหน้าจอ บริหารคอเบาๆ
[3] ออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบคอ ไหล่ และหลังส่วนบน ให้แข็งแรง
[4] นอนหมอนที่รองรับคอพอดี ไม่สูงเกินไป ไม่แบนเกินไป
[5] หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งเร่งการเสื่อมของหมอนรองกระดูก
คำถามที่พบบ่อย
ถาม "ปวดต้นคอร้าวลงแขน ต้องผ่าตัดเลยไหมครับ?"
ตอบ ไม่ครับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประมาณ 75-90% หายดีด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย เฉพาะเคสที่มีอาการอ่อนแรงชัดเจน หรือดื้อต่อการรักษามากกว่า 6-12 สัปดาห์
ถาม "ฉีดยาที่คอจะอันตรายไหม?"
ตอบ การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้ ultrasound นำทาง มีความแม่นยำสูงและปลอดภัย ช่วยลดอาการปวดและอักเสบของเส้นประสาทได้ดี โดยที่ไม่ต้องผ่าตัด เป็นทางเลือกที่หมอใช้ในเคสที่กินยาและกายภาพไม่หาย
ถาม "นอนแบบไหนจึงจะดีสำหรับคนเป็นโรคนี้?"
ตอบ นอนหงายหรือนอนตะแคงด้วยหมอนที่รองคอพอดี ไม่สูงเกินไป หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ เพราะต้องหันคอตลอดเวลา ทำให้อาการแย่ลง
ถาม "อาการนี้จะกลับมาเป็นอีกไหม?"
ตอบ ประมาณ 1 ใน 3 อาจมีอาการกลับมา แต่ถ้าปรับพฤติกรรมและออกกำลังกายต่อเนื่อง โอกาสกลับมาเป็นซ้ำจะลดลงมาก
ถาม "เล่นมือถือนานๆ ทำให้เป็นโรคนี้ได้จริงไหม?"
ตอบ จริงครับ การก้มคอเล่นมือถือนานๆ จะเพิ่มแรงกดบนหมอนรองกระดูกคอมาก ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในยุคปัจจุบัน
สรุปสำคัญ
[1] อาการปวดต้นคอร้าวลงแขน ชาปลายนิ้ว ร่วมกับมืออ่อนแรง คือสัญญาณของหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท
[2] โรคนี้พบบ่อยในวัย 40-60 ปี โดยระดับ C5/6 และ C6/7 พบมากที่สุด
[3] ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 75-90% หายดีด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
[4] การฉีดยาเฉพาะจุดด้วย ultrasound นำทาง เป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด
[5] การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญในการรักษาให้หายเร็วและไม่กลับเป็นซ้ำ
―――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ
หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"
―――――――――――――――――――――――
#ปวดคอ #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #ปวดคอร้าวลงแขน #ชาปลายนิ้ว #กระดูกคอเสื่อม #ปวดต้นคอ #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ปวดคอเรื้อรัง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #CervicalRadiculopathy #CervicalDiscDegeneration #NeckPain #UltrasoundGuidedInjection #SpineHealth
―――――――――――――――――――――――