
"เข่าบวม" ในคนอายุ 40 อาจไม่ใช่แค่ "ใช้งานหนัก" อย่างที่คิดครับ
หลายคนตื่นมาเช้าวันหนึ่ง พบว่าเข่าตัวเองตึง บวม กดแล้วนิ่ม ๆ เดินขึ้นบันไดแล้วเสียวจี๊ด ก็คิดเอาเองว่า "คงเดินเยอะไป" "คงใช้ขาหนัก"
แต่ความจริงคือ ในวัย 40 ปี เข่าที่บวมไม่ใช่อาการเล็ก ๆ ครับ มันคือ "สัญญาณ" ที่ร่างกายกำลังบอกว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในข้อ และสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังก็ต่างกันหลายแบบ ตั้งแต่หมอนรองกระดูกฉีกขาดเล็กน้อย ไปจนถึงข้ออักเสบติดเชื้อที่อันตรายถึงชีวิต
ผมเจอคนไข้แบบนี้ทุกสัปดาห์ครับ บางคนปล่อยไว้สามเดือนค่อยมา บางคนปล่อยจนเดินไม่ได้ค่อยมา แต่ละเคสรักษาต่างกันสิ้นเชิง บางเคสกินยาก็หาย บางเคสต้องเจาะดูดน้ำในเข่าด่วน
บทความนี้ผมจะอธิบายสาเหตุที่พบบ่อยของ "เข่าบวมในคนวัย 40 ปี" แนวทางวินิจฉัย และทางเลือกการรักษา เพื่อให้หมอเก่งและทุกคนใช้เป็นแนวทางสังเกตตัวเองและคนใกล้ตัวได้อย่างถูกต้องครับ
―――――――――――――――――――――――
เข่าบวมในคนอายุ 40 ปี เกิดจากอะไรได้บ้าง แนวทางวินิจฉัยและการรักษาที่ควรรู้
―――――――――――――――――――――――
"คุณวิทยา" อายุ 42 ปี เป็นวิศวกรไซต์ก่อสร้าง เดินขึ้นลงนั่งร้านทั้งวัน วันหนึ่งหลังจากนั่งคุกเข่าตรวจงาน 2 ชั่วโมง ตื่นเช้ามาพบเข่าขวาบวม กดแล้วนิ่ม เดินงอเข่าได้ไม่สุด เขาคิดว่า "คงพักสักวันก็หาย" แต่ผ่านไป 5 วัน เข่าบวมไม่ลด ปวดลึก ๆ ตอนกลางคืน ภรรยาจึงพาเขามาพบหมอ
หมอตรวจพบว่ามีน้ำในข้อเข่าจริง คลำเจอ "ballottement sign" บวก (กดสะบ้าแล้วเด้ง) ส่งทำอัลตราซาวด์ที่คลินิกพบมีน้ำในข้อค่อนข้างมาก จึงเจาะดูดน้ำออกได้ประมาณ 30 ซีซี น้ำใส ๆ สีฟาง ไม่ขุ่น ไม่มีกลิ่น
หลังเจาะดูด คุณวิทยาเดินสบายขึ้นทันที หมอตรวจน้ำในข้อ พบเป็น "ภาวะข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นที่มีหมอนรองกระดูกฉีกแบบเสื่อม" รักษาด้วยการปรับพฤติกรรม ทำกายภาพ ฉีดยาลดอักเสบในข้อด้วย ultrasound นำทาง 1 ครั้ง อาการดีขึ้นมากภายใน 3 สัปดาห์ ไม่ต้องผ่าตัด
นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ครับ และเป็นเหตุผลที่ "เข่าบวมในคนวัย 40 ปี" ต้องวินิจฉัยให้ถูกต้องตั้งแต่แรก เพราะถ้าผิดทาง การรักษาก็ผิดทางตามไปด้วย
เข่าบวมคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
ลองนึกภาพข้อเข่าเป็นเหมือน "ห้องเล็ก ๆ ปิดสนิท" ที่มีเยื่อหุ้มข้อเป็นผนังห้อง ภายในห้องมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อปริมาณน้อยมาก แค่ประมาณ 1-2 ซีซี ช่วยให้ผิวข้อลื่นไม่เสียดสีกัน
เมื่อมีอะไรไประคายเคืองภายในห้องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระดูกอ่อนสึก หมอนรองกระดูกฉีก ผลึกเก๊าท์ หรือเชื้อโรค เยื่อหุ้มข้อจะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำในข้อออกมามากเกินปกติ เพื่อพยายาม "เจือจาง" สิ่งที่ระคายเคืองนั้น ผลที่ตามมาคือ "เข่าบวม" ที่เรามองเห็นและคลำได้ครับ
ภาษาแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า "knee effusion" หรือ "น้ำในข้อเข่า" บางคนเรียกแบบไทย ๆ ว่า "น้ำท่วมเข่า" ก็มีครับ
สาเหตุของเข่าบวมในคนอายุ 40 ปี ที่พบบ่อยที่สุด
วัย 40 ปีเป็นช่วงที่น่าสนใจ เพราะร่างกายเริ่มเปลี่ยนจาก "วัยใช้งาน" เข้าสู่ "วัยเสื่อมระยะแรก" ไม่ใช่วัยที่จะเป็นข้อเสื่อมเต็มขั้นเหมือนคนสูงอายุ และก็ไม่ใช่วัยที่จะบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเหมือนวัยรุ่น สาเหตุที่พบบ่อยจึงเป็นการ "ผสม" กันระหว่างสองช่วงนี้
[1] หมอนรองกระดูกฉีกขาดแบบเสื่อม "degenerative meniscal tear"
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในวัยนี้ครับ หมอนรองกระดูกที่ทำหน้าที่เหมือน "เบาะรองรับน้ำหนัก" เริ่มเสื่อมก่อนวัย เมื่อขยับเข่าผิดท่าเล็กน้อย เช่น นั่งยอง ๆ นั่งคุกเข่า บิดตัวกระทันหัน หมอนรองกระดูกอาจฉีกเล็กน้อย ทำให้เข่าบวม ตึง ขัด งอไม่สุด งานวิจัยระดับ landmark ใน New England Journal of Medicine ปี 2008 พบว่าในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป มีหมอนรองกระดูกฉีกโดยไม่มีอาการสูงถึง 19-43% ขึ้นกับอายุและเพศ [1]
[2] ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น "early knee osteoarthritis"
คนไข้หลายคนเข้าใจผิดว่า ข้อเข่าเสื่อมเป็นเรื่องของคนแก่เท่านั้น จริง ๆ แล้ววัย 40 ปีเริ่มมีข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นได้ครับ โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกิน ทำงานยืน ทำงานยกของหนัก หรือเคยบาดเจ็บที่เข่ามาก่อน อาการมักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ปวดเมื่อใช้งาน บวมเล็กน้อยตอนเย็น ตึงตอนเช้านิดหน่อย
[3] เก๊าท์และโรคจากผลึก "gout and crystal arthropathy"
วัย 40 ปีเป็นวัยที่ผู้ชายเริ่มเป็นเก๊าท์มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ชายที่กรดยูริกสูง ชอบทานอาหารพิวรีนสูง ดื่มสุรา หรือเบียร์ ผลึกยูเรตที่สะสมในข้อจะทำให้เข่าบวมแดงร้อนแบบ "เฉียบพลัน" มักเป็นข้างเดียว ปวดมากในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก กดเบา ๆ ก็ปวด แนวทาง American College of Rheumatology ปี 2020 แนะนำการรักษาด้วยยาลดการอักเสบในช่วงเฉียบพลัน และเริ่มยาลดกรดยูริกถ้ามีปัจจัยเสี่ยง [2]
[4] ข้ออักเสบติดเชื้อ "septic arthritis"
อันนี้คือสาเหตุที่ "อันตราย" ที่สุด และเป็นเหตุผลที่หมอเก่งย้ำเสมอว่าเข่าบวมเฉียบพลันต้องรีบมาพบแพทย์ ข้ออักเสบติดเชื้อทำให้ข้อถูกทำลายอย่างรวดเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมง อาการเด่นคือ ปวดมาก บวมแดงร้อน เคลื่อนไหวแทบไม่ได้ มีไข้ ตัวร้อน อาจไม่ตอบสนองยาลดปวดธรรมดา การทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบใน Academic Emergency Medicine พบว่าการเจาะตรวจน้ำในข้อเป็น gold standard ในการวินิจฉัย [3]
[5] ข้ออักเสบรูมาตอยด์ "rheumatoid arthritis" และโรคข้ออักเสบเรื้อรังอื่น
วัย 40 ปียังเป็นวัยที่โรคข้ออักเสบเรื้อรังเริ่มแสดงตัว ทั้งรูมาตอยด์ ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน หรือ ankylosing spondylitis อาการเด่นคือ ข้ออักเสบหลายข้อพร้อมกัน ตึงตอนเช้านานเกิน 30 นาที อาจมีอาการทางผิวหนัง ตา หรือลำไส้ร่วมด้วย
[6] ภาวะอื่น ๆ ที่ต้องนึกถึงด้วย
ยังมีสาเหตุอื่นที่ต้องคิดถึง เช่น เอ็นไขว้หน้าฉีกขาดแบบเก่าที่ไม่เคยรักษา ถุงน้ำ Baker's cyst โรค pigmented villonodular synovitis และในบางกรณีที่หายากคือเนื้องอกในข้อ
ปัจจัยเสี่ยงที่ควรรู้
ปัจจัยที่ทำให้คนวัย 40 ปีเป็นเข่าบวมง่ายขึ้น ได้แก่
น้ำหนักเกินมาตรฐาน ทุก ๆ น้ำหนัก 1 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้น เข่ารับแรงเพิ่มประมาณ 3-4 กิโลกรัมเวลาเดิน
อาชีพที่ใช้เข่าหนัก เช่น ช่างก่อสร้าง พนักงานเสิร์ฟ ครู ผู้ปฏิบัติงานในไร่นา ผู้ที่ต้องนั่งคุกเข่าบ่อย
ประวัติบาดเจ็บที่เข่าในอดีต แม้จะหลายปีมาแล้วก็ยังเพิ่มความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้
โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน เก๊าท์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง
การใช้ยาบางชนิดนาน ๆ เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาเคมีบำบัด หรือยากดภูมิ
แนวทางวินิจฉัย หมอจะตรวจอะไรบ้าง
เมื่อคนไข้มาด้วยเข่าบวม หมอจะดำเนินการตามลำดับนี้ครับ
ขั้นแรก คือการซักประวัติอย่างละเอียด หมอจะถามว่าบวมมานานเท่าไหร่ บวมเฉียบพลันหรือค่อยเป็นค่อยไป มีไข้หรือไม่ ปวดมากแค่ไหน เคยบาดเจ็บมาก่อนหรือไม่ มีโรคประจำตัวอะไร ทานยาอะไรอยู่ และมีอาการที่ข้ออื่น ๆ ร่วมด้วยหรือเปล่า เรื่องเหล่านี้สำคัญมาก เพราะช่วยจำกัดสาเหตุได้แล้วประมาณครึ่งหนึ่ง
ขั้นที่สอง คือการตรวจร่างกาย หมอจะดูลักษณะเข่าที่บวม กดดูว่าร้อนหรือไม่ ทดสอบมีน้ำในข้อด้วย ballottement test และ patellar tap ตรวจการเคลื่อนไหว ตรวจเส้นเอ็น เอ็นไขว้ และหมอนรองกระดูก
ขั้นที่สาม คือการตรวจทางห้องปฏิบัติการและภาพถ่าย
X-ray ดูภาพรวมของข้อ ดูช่องว่างข้อ ผลึกหินปูน หรือกระดูกแตก
อัลตราซาวด์ที่คลินิก ตรวจเร็ว ไม่เจ็บ บอกได้ว่ามีน้ำในข้อจริงหรือไม่ มีถุงน้ำ Baker's cyst หรือไม่ และยังใช้นำทางเจาะดูดน้ำได้แม่นยำ
MRI ใช้ในกรณีที่สงสัยหมอนรองกระดูก เอ็นไขว้ หรือเนื้องอก แต่ไม่ใช่การตรวจที่ต้องทำทุกราย แนวทาง OARSI ปี 2019 ก็ไม่แนะนำให้ใช้ MRI เป็น routine สำหรับข้อเข่าเสื่อม [4]
เลือด ตรวจการอักเสบ CRP, ESR ตรวจกรดยูริก ตรวจ rheumatoid factor และ anti-CCP เมื่อสงสัย
เจาะน้ำในข้อ ในกรณีที่สงสัยติดเชื้อหรือต้องการแยกสาเหตุชัด ๆ เป็นการตรวจที่ให้คำตอบที่แน่นอนที่สุด
แนวทางการรักษา ไล่จากเบาไปหนัก
หลักการรักษาคือ "รักษาตามสาเหตุ" ไม่ใช่รักษาแค่อาการบวมครับ แต่ขั้นตอนการดูแลโดยทั่วไปจะเป็นแบบนี้
[1] ปรับพฤติกรรม
ลดการลงน้ำหนักเข่าชั่วคราว ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง พักการใช้งาน ประคบเย็นในช่วง 48 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นสลับร้อนเย็น ลดน้ำหนักตัวถ้ามีน้ำหนักเกิน เรื่องลดน้ำหนักเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับคนเป็นข้อเข่าเสื่อม [4,5]
[2] กายภาพบำบัด
เน้นการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ quadriceps ที่ต้นขาด้านหน้า เพื่อช่วยรับแรงให้ข้อ หลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้เข่ารับแรงมาก เช่น squat ลึก ๆ การยืดเหยียดและการออกกำลังกายแบบ low impact เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานช้า ๆ เดินในน้ำ มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน [4]
[3] ยา
ยาแก้ปวดพื้นฐาน paracetamol ใช้ได้ในกรณีปวดเล็กน้อย ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs ใช้ได้ในช่วงสั้น ๆ ระวังผลข้างเคียงต่อกระเพาะและไต ยาทาภายนอกกลุ่ม NSAIDs ทาเฉพาะที่ ปลอดภัยกว่า [4,5] ในกรณีเก๊าท์ ใช้ colchicine, NSAIDs หรือ steroid ระยะสั้นช่วยควบคุมการอักเสบ [2]
[4] Ultrasound-guided injection
เมื่อยาและกายภาพไม่พอ หมอเก่งจะพิจารณาฉีดยาเข้าข้อด้วยเครื่องอัลตราซาวด์นำทาง ทำให้ฉีดเข้าตำแหน่งที่แม่นยำ ลดความเจ็บปวด และเพิ่มประสิทธิผล การฉีดอาจเป็น corticosteroid เพื่อลดอักเสบ หรือ hyaluronic acid เพื่อเสริมน้ำหล่อเลี้ยงข้อ ขึ้นกับสาเหตุและความเหมาะสมของแต่ละคน
[5] การผ่าตัด
จำเป็นเฉพาะเมื่อรักษาไม่ผ่าตัดเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีข้อบ่งชี้ชัด เช่น หมอนรองกระดูกฉีกแบบ bucket handle ที่ทำให้ขัดงอเข่า ข้อเข่าเสื่อมรุนแรงที่กระทบคุณภาพชีวิตมาก ๆ หรือข้ออักเสบติดเชื้อที่ต้องล้างข้อด่วน ส่วนใหญ่ของเข่าบวมในคนวัย 40 ปี รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
พยากรณ์โรค หายไหม กลับเป็นอีกไหม
ขึ้นกับสาเหตุครับ
หมอนรองกระดูกฉีกแบบเสื่อม ส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด ภายใน 6-12 สัปดาห์
ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก ควบคุมได้ดีถ้าลดน้ำหนัก กายภาพต่อเนื่อง อาการอาจเป็น ๆ หาย ๆ ตามการใช้งาน
เก๊าท์ คุมได้ดีถ้ารักษาต่อเนื่อง แต่ถ้าไม่คุมกรดยูริก จะกลับเป็นซ้ำและทำให้ข้อเสียถาวร
ข้ออักเสบติดเชื้อ ถ้ารักษาทันใน 24-48 ชั่วโมงแรก หายได้ ถ้าช้าจะเสียข้อถาวรหรืออันตรายถึงชีวิต
ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ต้องรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต ถ้าคุมได้ดีก็ใช้ชีวิตปกติได้
ภาวะแทรกซ้อนถ้าไม่รักษา
ข้อเสื่อมเร็วขึ้น กระดูกอ่อนเสียถาวร
ข้อผิดรูป ขาโก่ง ขาตึง
กล้ามเนื้อต้นขาฝ่อจากการไม่ได้ใช้งาน
เดินผิดท่าจนกระทบเข่าอีกข้าง สะโพก หลัง ลามไปทั้งร่างกาย
ในกรณีติดเชื้อ อาจติดเชื้อเข้ากระแสเลือดเป็นอันตรายถึงชีวิต
การป้องกัน 5 ข้อที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ BMI 18.5-22.9
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อต้นขาสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ quadriceps
หลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้เข่ารับแรงมาก เช่น นั่งคุกเข่านาน ๆ นั่งยอง ๆ บิดตัวกระทันหัน
ตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจกรดยูริก น้ำตาล ความดัน
ถ้าเริ่มมีอาการเข่าบวมหรือปวด อย่ารอจนรุนแรงค่อยมาพบหมอ การวินิจฉัยเร็วทำให้รักษาง่ายและหายเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
ถาม "เข่าบวมต้องดูดน้ำออกไหม ดูดบ่อย ๆ จะเสียข้อหรือเปล่า" ตอบ ขึ้นกับสาเหตุครับ ถ้าน้ำมากจนปวดและขยับไม่ได้ การดูดออกจะช่วยให้สบายขึ้นทันที และยังช่วยส่งตรวจหาสาเหตุได้ด้วย การดูดเองไม่ทำให้ข้อเสีย ตราบใดที่ทำในสภาวะสะอาดและถูกต้อง
ถาม "เข่าบวมไม่ปวด ต้องรีบมาหาหมอไหม" ตอบ ควรมาตรวจครับ เพราะ "ไม่ปวด" ไม่ได้แปลว่า "ไม่อันตราย" บางสาเหตุ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ระยะแรก หรือถุงน้ำ Baker's cyst ก็อาจบวมแต่ไม่ปวดมาก
ถาม "ถ้ามีเข่าบวมแบบเฉียบพลัน บวมแดงร้อน มีไข้ ต้องทำยังไง" ตอบ ต้องไปโรงพยาบาลทันทีครับ อย่ารอข้ามคืน เพราะอาจเป็นข้ออักเสบติดเชื้อที่ต้องรักษาด่วน [3]
ถาม "ฉีดยาในเข่าฉีดได้บ่อยแค่ไหน อันตรายไหม" ตอบ การฉีด corticosteroid โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 3-4 ครั้งต่อข้อต่อปี ส่วน hyaluronic acid ฉีดได้ตามรอบ ทุก 6-12 เดือน การฉีดด้วยอัลตราซาวด์นำทางจะแม่นยำและปลอดภัยกว่า
ถาม "ทานอะไรช่วยข้อเข่าได้บ้าง" ตอบ ตามแนวทาง ACR/AF ปี 2019 และ OARSI ปี 2019 ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารเสริมตัวใดช่วยข้อเข่าเสื่อมได้ดีกว่าการลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย และทานอาหารสมดุล [4,5] ยาบางตัว เช่น glucosamine, chondroitin หลักฐานยังไม่ชัดเจน OARSI ไม่แนะนำให้ใช้ ส่วน ESCEO แนะนำ glucosamine sulfate ที่เป็น prescription grade ต้องคุยกับแพทย์ก่อนเริ่มทาน
สรุปสำคัญที่อยากให้จดจำ
[1] เข่าบวมในวัย 40 ปี ไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่าง
[2] สาเหตุที่พบบ่อยคือ หมอนรองกระดูกฉีกแบบเสื่อม ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก เก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ และข้ออักเสบรูมาตอยด์
[3] เข่าบวมแดงร้อนเฉียบพลันมีไข้ ต้องไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอข้ามคืน
[4] การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือกุญแจสำคัญที่สุด เพราะการรักษาขึ้นกับสาเหตุที่แท้จริง
[5] เข่าบวมส่วนใหญ่ในวัยนี้รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ขอเพียงมาพบแพทย์ตั้งแต่อาการเริ่มต้น
―――――――――――――――――――――――
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สอบถามปัญหากระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ Line OA: @doctorkeng | โทร 081-530-3666
"เราเชื่อว่า 'ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ' หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"
―――――――――――――――――――――――
#เข่าบวม #ปวดเข่า #น้ำในเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #หมอนรองกระดูกเข่า #เก๊าท์ #ข้ออักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #KneeSwelling #KneeEffusion #KneeOsteoarthritis #UltrasoundGuidedInjection #DoctorKeng
―――――――――――――――――――――――