บิดหมุนลูกบิดประตูก็เจ็บจี๊ด บิดผ้าถูบ้านก็เสียวแปล๊บ หรือแค่เอื้อมมือไปจับพวงมาลัยรถยนต์ก็แทบไม่มีแรงจะกำ ขัดแย้งกับสัญชาตญาณความกลัวของมนุษย์เราที่มักคิดว่าอาการเจ็บปวดบริเวณข้อมือฝั่งนิ้วก้อยนั้นเป็นเพียงแค่ อาการข้อมือซ้นธรรมดา ที่เดี๋ยวนวดเค้น ดัดข้อ หรือฝืนทนใช้งานไปสักพักก็คงจะหายดี แต่ในความจริงอันน่าสะพรึงกลัวทางการแพทย์ ข้อต่อข้อมือฝั่งนิ้วก้อยถูกขนานนามว่าเป็นกล่องดำแห่งกระดูกและข้อ เนื่องจากมีโครงสร้างขนาดเล็กที่ซับซ้อน มัดเอ็น และหมอนรองกระดูกอ่อนชิ้นจิ๋วที่สานกันอย่างหนาแน่นซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง การที่คนส่วนใหญ่เลือกจะเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนี้ด้วยการบิดข้อมือแรงๆ ให้เกิดเสียงดัง หรือวิ่งไปร้านนวดเพื่อให้หมอนวดเค้นคลึงอย่างรุนแรง จึงเป็นตรรกะที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ และกำลังเปลี่ยนรอยฉีกขาดเล็กๆ ภายในข้อให้กลายเป็นการทำลายล้างข้อต่ออย่างถาวรโดยไม่รู้ตัว


ลองมาฟังเรื่องราวของคุณอนันต์ นักออกแบบกราฟิกหนุ่มวัย 42 ปี ผู้รักการเล่นกอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ วันหนึ่งขณะที่คุณอนันต์กำลังเร่งปั่นงานส่งลูกค้า เขาต้องใช้เมาส์คอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานกว่า 12 ชั่วโมง โดยหักข้อมือเอียงออกด้านข้างทางฝั่งนิ้วก้อยตลอดเวลาเพื่อควบคุมทิศทางอย่างละเอียด พอตกเย็นวันเสาร์เขาก็รีบไปออกรอบเล่นกอล์ฟกับเพื่อนฝูงต่อทันที ในจังหวะที่เหวี่ยงไม้กอล์ฟเต็มแรงแล้วหน้าไม้กระแทกเข้ากับพื้นดินอย่างจัง คุณอนันต์รู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนเข็มหมุดเล่มใหญ่ทิ่มทะลุเข้าที่ข้อมือด้านนิ้วก้อยจนเผลอปล่อยไม้กอล์ฟร่วงหล่นลงพื้น ด้วยความประมาทและคิดเอาเองว่าร่างกายคงแค่เคล็ดขัดยอก วันรุ่งขึ้นเขาจึงตัดสินใจไปพบหมอนวดแผนโบราณเพื่อให้ช่วยกดเค้นและดัดข้อข้อมืออย่างหนักเพื่อหวังทางลัดให้หายเร็วทันงานวันจันทร์

ผลลัพธ์ที่ตามมากลับกลายเป็นฝันร้ายที่แท้จริง หลังจากนวดเสร็จข้อมือของคุณอนันต์บวมเป่งจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ อาการปวดทวีความรุนแรงจนแค่ขยับนิ้วก้อยเบาๆ ก็เจ็บร้าวลึกไปถึงข้อศอก กระทั่งการยกแก้วน้ำดื่มหรือการจับแปรงสีฟันในตอนเช้าก็กลายเป็นเรื่องที่ทรมานแสนสาหัส ความกังวลใจเริ่มเปลี่ยนเป็นความกลัวว่าตนเองอาจจะต้องพิการและสูญเสียอาชีพที่รักไปตลอดชีวิต สิ่งที่คุณอนันต์ทำพลาดไปคือการปล่อยให้สมองส่วนอารมณ์นำทางไปหาวิธีการรักษาที่ผิดวิธี การนวดเค้นในขณะที่เนื้อเยื่อภายในกำลังบาดเจ็บเฉียบพลัน เปรียบเสมือนการนำใบมีดไปกรีดซ้ำลงบนบาดแผลที่ฉีกขาดอยู่แล้ว ส่งผลให้กลุ่มเนื้อเยื่อที่เปราะบางภายในข้อมือถูกทำลายจนเกือบพังทลายลงทั้งหมด


เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในข้อมือของคุณอนันต์ได้อย่างชัดเจนที่สุด หมออยากให้ทุกคนลองจินตนาการถึง ระบบช่วงล่างของรถยนต์หรู ที่มีโครงสร้างหลักสองส่วนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โครงสร้างส่วนแรกคือ โช้คอัพยางจิ๋ว ที่คอยซับแรงกระแทกเวลาวิ่งผ่านทางขรุขระ ซึ่งในข้อมือมนุษย์เราจะมีหมอนรองกระดูกอ่อนชิ้นเล็กๆ รูปสามเหลี่ยม ทำหน้าที่รองรับแรงบดและกระจายน้ำหนักไม่ให้กระดูกข้อมือกระแทกกันโดยตรง ส่วนโครงสร้างที่สองคือ สายเคเบิลประคองสะพาน ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวและดึงรั้งข้อต่อให้มั่นคงเวลาขยับเขยื้อน ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเอ็นข้อมือที่วิ่งผ่านรอกและปลอกหุ้มเอ็นที่คอยทำหน้าที่เป็นฝักดาบป้องกันไม่ให้เส้นเอ็นหลุดร่อง

เมื่อใดก็ตามที่คุณอนันต์ใช้เมาส์คอมพิวเตอร์อย่างหักโหม หรือตีกล์ฟผิดจังหวะ โช้คอัพยางจิ๋วนี้จะเกิดรอยร้าวและฉีกขาด และรอกสายเคเบิลประคองข้อข้อมือก็จะเกิดการเสียดสีจนเปื่อยยุ่ยและอักเสบแดง ยิ่งเมื่อถูกหมอนวดเค้นดัดอย่างรุนแรง ตัวโช้คอัพที่ร้าวอยู่ก็แหลกละเอียด และสายเคเบิลก็หลุดออกจากรอกหุ้มเอ็นทันที ทุกครั้งที่ขยับข้อมือหลังจากนั้น กระดูกแขนท่อนปลายจะเข้าไปบดทับเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด และเส้นเอ็นจะกระโดดหลุดเข้าออกร่องกระดูกอยู่ตลอดเวลา เกิดเป็นเสียงดังกิ๊กๆ ภายในข้อและกระตุ้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงออกมาทุกครั้ง


ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน เรียกกลุ่มอาการปวดข้อมือบริเวณนี้ว่า **อาการปวดข้อมือด้านยูเนาร์ (Ulnar-sided wrist pain)**หรือเรียกง่ายๆ ว่าอาการปวดข้อมือฝั่งนิ้วก้อย ซึ่งประกอบไปด้วยโรคหลักที่เกี่ยวพันกันสามโรค โรคแรกคือ การบาดเจ็บของกลุ่มเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกข้อมือ (Triangular Fibrocartilage Complex Injury หรือ TFCC) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อผสมระหว่างกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่เป็นโช้คอัพและตัวรักษาความมั่นคงของข้อต่อข้อมือส่วนปลาย โรคที่สองคือ โรคปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อเหยียดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยอักเสบ (Extensor Carpi Ulnaris Tenosynovitis หรือ ECU Tenosynovitis) ซึ่งเกิดจากการที่เส้นเอ็นเหยียดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยและปลอกหุ้มที่ทำหน้าที่เป็นฝักดาบเกิดการอักเสบ บวมหนาตัว หรือบางรายเอ็นหลุดออกจากร่องกระดูกจากอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ยังมี กลุ่มอาการกระดูกแขนข้อศอกยาวกดทับข้อต่อข้อมือ (Ulnar Impaction Syndrome) ซึ่งมักพบในคนที่มีโครงสร้างร่างกายผิดปกติมาแต่กำเนิด โดยกระดูกแขนท่อนปลายฝั่งนิ้วก้อยมีความยาวเกินเหลื่อมออกมามากกว่ากระดูกชิ้นหลัก ทุกครั้งที่คนไข้กลุ่มนี้หักข้อมือหรือบิดหมุน ปลายกระดูกที่ยาวเกินมาจะทำตัวเหมือนค้อนเล็กๆ ที่คอยทุบกระแทกเข้าใส่หมอนรองกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นรอบข้างอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดการสึกหรอสะสม เนื้อเยื่ออ่อนเกิดการเปื่อยยุ่ย ฉีกขาดเรื้อรัง และเกิดกระดูกบวมอักเสบตามมาในที่สุด


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ข้อมือฝั่งนิ้วก้อยพังทลายก่อนเวลาอันควร

  • การใช้งานข้อมือในท่าบิดหมุนซ้ำๆ เป็นเวลานาน เช่น ช่างซ่อมที่ต้องใช้ไขควงกวดน็อต แม่บ้านที่บิดผ้าผืนหนา หรือนักบิดมอเตอร์ไซค์ที่ต้องบิดคันเร่งตลอดเวลา

  • การเล่นกีฬาที่ต้องใช้ข้อมือรับแรงกระแทกสูง เช่น กอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน หรือการยกน้ำหนักในฟิตเนสที่จัดท่าทางข้อมือผิดแอโรไดนามิก

  • อุบัติเหตุจากการหกล้มแล้วใช้มือฝืนยันพื้น ในขณะที่ข้อมือหงายไปด้านหลังร่วมกับมีการบิดเอียงข้อมือไปทางฝั่งนิ้วก้อยอย่างรุนแรง

  • การทำงานออฟฟิศด้วยท่าทางที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การพิมพ์คีย์บอร์ดหรือจับเมาส์คอมพิวเตอร์โดยหักมุมข้อมือเอียงออกด้านข้างสะสมวันละหลายชั่วโมง

  • โครงสร้างทางพันธุกรรมของกระดูกแขนยาวไม่เท่ากัน มีปลายกระดูกแขนฝั่งนิ้วก้อยยาวเหลื่อมมากกว่าปกติมาตั้งแต่เกิด ทำให้จุดนี้ต้องรับแรงกดจำเพาะสูงกว่าคนทั่วไป


เมื่อคนไข้มาพบแพทย์ กระบวนการสืบค้นรอยโรคจะเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกายอย่างประณีต แพทย์จะใช้การกดตรวจหาจุดเจ็บจำเพาะที่บริเวณร่องกระดูกข้อมือใต้ปุ่มกระดูกนิ้วก้อย และทำการบิดหมุนข้อมือร่วมกับออกแรงดันเพื่อทดสอบความมั่นคงของข้อต่อรวมถึงการอักเสบของเส้นเอ็น การถ่ายภาพ เอกซเรย์ (X-ray) จะถูกนำมาใช้เป็นด่านแรกเพื่อตรวจเช็คโครงสร้างกระดูกในมุมกว้าง ดูแนวข้อต่อ และวัดความยาวเหลื่อมของกระดูกแขนว่ายาวเกินไปจนกดทับข้อต่อหรือไม่

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีที่เข้ามาปฏิวัติวงการคือ การตรวจด้วยคลื่นความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์ (Musculoskeletal Ultrasound) ซึ่งเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นภาพโครงสร้างเส้นเอ็นข้อมือและหมอนรองกระดูกอ่อนได้อย่างชัดเจนในรูปแบบเคลื่อนไหว realtime แพทย์สามารถให้คนไข้ลองบิดหมุนหรือขยับข้อมือในขณะที่สแกนอยู่ เพื่อดูว่าเส้นเอ็นข้อมือฝั่งนิ้วก้อยมีการหลุดลอยออกจากร่องกระดูกจริงหรือไม่ รวมถึงใช้ตรวจดูการสะสมของน้ำอักเสบและเส้นเลือดที่วิ่งมาเลี้ยงเนื้อเยื่ออักเสบได้อย่างแม่นยำ หากรอยโรคมีความซับซ้อนลึกซึ้งขึ้น แพทย์จะส่งตรวจด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อฉายภาพจำลองสามมิติที่เห็นรายละเอียดความฉีกขาดภายในเนื้อเยื่ออ่อนและภาวะกระดูกช้ำบวมได้อย่างละเอียดที่สุด


แนวทางการรักษาจากเบาไปหาหนัก: ทวงคืนข้อมือที่มั่นคงโดยไม่ต้องผ่าตัด

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการพักข้อต่ออย่างเคร่งครัด งดเว้นกิจกรรมที่ต้องบิด หมุน หรือรับแรงกระแทกข้อมือทันที และสวมใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือชนิดพิเศษที่มีแกนล็อกเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว เปิดโอกาสให้เนื้อเยื่อภายในได้เยียวยาตัวเอง

  • การทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูเฉพาะจุด เมื่ออาการอักเสบเฉียบพลันลดลง จะใช้เครื่องมือคลื่นความร้อนลึก เลเซอร์ หรือคลื่นช็อคเวฟเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมตัวของเนื้อเยื่อ พร้อมฝึกบริหารเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อต่อข้อมือ

  • การควบคุมกระบวนการอักเสบด้วยยารักษา การใช้ยาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อเข้าไปตัดวงจรความเจ็บปวดและลดอาการบวมตึงของปลอกหุ้มเอ็นภายในข้อต่อ

  • การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทาง แพทย์จะใช้เครื่องอัลตราซาวด์สแกนพิกัดรอยฉีกขาดของหมอนรองกระดูกหรือปลอกหุ้มเอ็นที่อักเสบอย่างแม่นยำในระดับมิลลิเมตร แล้วฉีดสารลดการอักเสบหรือพลาสมาเกล็ดเลือดเข้มข้นเข้าสู่เป้าหมายโดยตรง หลีกเลี่ยงการโดนเส้นเลือดและเส้นประสาทได้อย่างปลอดภัย

  • การผ่าตัดส่องกล้องข้อข้อมือแผลเล็ก หากรักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างเต็มที่แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเจาะรูส่องกล้องขนาดจิ๋วเพื่อเข้าไปเย็บซ่อมแซมหมอนรองกระดูกที่ฉีกขาด หรือผ่าตัดเปิดปลอกเอ็นที่รัดแน่น รวมถึงตกแต่งกระดูกส่วนที่ยาวเกิน


สำหรับคำถามที่ว่าโรคข้อมือฝั่งนิ้วก้อยอักเสบหรือฉีกขาดนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ หมอขอตอบให้สบายใจเลยครับว่า คนไข้มากกว่า 85-90% สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดเลยครับ หากเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วตั้งแต่อาการเริ่มเป็นในช่วง 4-6 สัปดาห์แรก ระยะเวลาในการฟื้นฟูร่างกายโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 6-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยโรคและการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม โรคนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หากคนไข้ที่หายดีแล้วกลับไปฝืนใช้งานข้อมือหนักๆ ในท่าทางที่ผิดสุขลักษณะเดิมๆ หรือกลับไปเล่นกีฬาที่มีแรงปะทะสูงซ้ำซ้อนโดยที่กล้ามเนื้อรอบข้อมือยังไม่ได้รับการฟื้นฟูให้แข็งแรงเพียงพอที่จะเป็นเกราะกำบังให้กับข้อต่อ


หากคนไข้เลือกที่จะเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนความเจ็บปวด และฝืนทนใช้งานข้อมือที่บาดเจ็บต่อไปเรื่อยๆ เนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกข้อมือที่ฉีกขาดอยู่แล้วจะเริ่มเปื่อยยุ่ยและสูญเสียหน้าที่ในการเป็นโช้คอัพอย่างถาวร สิ่งที่จะตามมาในระยะยาวคือ ภาวะข้อต่อข้อมือส่วนปลายหลวมคลอนและหลุดร่องอย่างเรื้อรัง ส่งผลให้คนไข้สูญเสียแรงบีบกำมืออย่างถาวร ไม่สามารถหยิบจับสิ่งของหนักๆ ได้เลยเพราะจะเกิดความรู้สึกเสียวแปล๊บลึกๆ ในข้อมือตลอดเวลา

นอกจากนี้ การปล่อยให้ปลายกระดูกที่ยาวเกินหรือพื้นผิวข้อต่อที่ขรุขระจากการฉีกขาดบดกระแทกกันเองทุกวันเป็นเวลาหลายปี จะเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์กระดูกอ่อน จนนำไปสู่ ภาวะข้อข้อมือเสื่อมก่อนวัยอันควร ซึ่งในระยะนี้กระดูกอ่อนผิวข้อจะถูกทำลายจนหมดสิ้น ข้อมือจะเกิดการผิดรูป ติดแข็ง และขยับเขยื้อนไม่ได้ นำมาซึ่งความทุกข์ทรมานในการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง


5 วิธีป้องกันเพื่อเซฟข้อมือฝั่งนิ้วก้อยให้มั่นคงและปลอดภัย

  • จัดสรีระและปรับสภาวะแวดล้อมในการทำงานให้ถูกต้อง ปรับความสูงของเก้าอี้และโต๊ะทำงานคอมพิวเตอร์ให้ข้อมือวางอยู่ในแนวตรงขนานกับพื้น ไม่หักเอียงข้อมือออกไปทางด้านข้างฝั่งนิ้วก้อยขณะพิมพ์งาน

  • สวมใส่อุปกรณ์ซัพพอร์ตข้อมือขณะเล่นกีฬา หากต้องเล่นกีฬาที่ต้องบิดหมุนข้อมือหรือรับแรงกระแทกสูง เช่น เทนนิส แบดมินตัน หรือกอล์ฟ ควรใช้ผ้าพันล็อกข้อมือเพื่อช่วยกระจายแรงกดทับ

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยมือเดียวในท่าบิดข้อ เปลี่ยนมาใช้การโอบอุ้มหรือใช้สองมือช่วยกันยกเพื่อเฉลี่ยน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงการใช้นิ้วก้อยและนิ้วนางเกี่ยวหิ้วถุงที่มีน้ำหนักมากโดยตรง

  • ฝึกฝนกล้ามเนื้อและเอ็นรอบข้อมือให้แข็งแรง หมั่นบริหารข้อมือเป็นประจำด้วยการใช้ดัมเบลน้ำหนักเบาๆ หรือการบีบลูกบอลยาง เพื่อสร้างแนวเกราะป้องกันตามธรรมชาติให้กับข้อต่อข้อมือ

  • ฟังเสียงเตือนจากร่างกายและหยุดพักทันทีเมื่อเริ่มเจ็บ หากรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ข้อมือด้านนิ้วก้อยหลังใช้งานหนัก ให้รีบประคบเย็นและพักการใช้งานทันที ห้ามบิด ดัด หรือไปนวดเค้นข้อมืออย่างเด็ดขาด


ไขข้อข้องใจรอบด้านเกี่ยวกับอาการปวดข้อมือด้านนิ้วก้อย

Q: เวลาหมุนข้อมือแล้วมีเสียงดังกิ๊กๆ ร่วมกับอาการเสียวแปล๊บ ถือว่าอันตรายไหม?

A: ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างอันตรายครับ เสียงดังกิ๊กๆ หรือกรับๆ ที่เกิดขึ้นมักเกิดจากส่วนของหมอนรองกระดูกข้อมือที่ฉีกขาดหลุดลอยไปขัดอยู่ในข้อ หรือเกิดจากเส้นเอ็นเหยียดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยหลุดลอยเข้าออกร่องกระดูกเนื่องจากปลอกหุ้มเอ็นฉีกขาด โครงสร้างภายในข้อมือเริ่มสูญเสียความมั่นคงแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คโดยละเอียดครับ

Q: อาการปวดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยจำเป็นต้องตรวจด้วยการทำ MRI ทุกรายหรือไม่ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์เพียงพอไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องทำ MRI ทุกรายครับ ในปัจจุบันการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ความถี่สูงสามารถเห็นเส้นเอ็นรอบข้อมือและการอักเสบของปลอกหุ้มเอ็นได้อย่างชัดเจน แถมยังตรวจแบบเคลื่อนไหว realtime ดูการหลุดร่องของเอ็นได้ดีกว่า MRI ด้วยซ้ำ แพทย์จะพิจารณาส่งทำ MRI เฉพาะในรายที่รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือสงสัยว่ามีรอยฉีกขาดของหมอนรองกระดูกข้อมือส่วนลึกที่จำเป็นต้องวางแผนผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมครับ

Q: ปวดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยนานแค่ไหนถึงควรมาพบแพทย์เฉพาะทาง?

A: หากมีอาการเจ็บปวดเฉียบพลันหลังอุบัติเหตุ เช่น หกล้มมือยันพื้น หรือได้ยินเสียงลั่นในข้อ ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีภายใน 24-48 ชั่วโมงครับ แต่หากเป็นอาการปวดสะสมจากการทำงาน แล้วลองพักการใช้งาน ประคบเย็น หรือทานยาแก้ปวดเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการมืออ่อนแรง หยิบจับของแล้วร่วงหล่น แนะนำว่าไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางครับ


สรุปสาระสำคัญที่คุณต้องจำให้ขึ้นใจ

  • อาการปวดข้อมือด้านนิ้วก้อยส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกข้อมือจิ๋วหรือปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

  • ตรรกะการรักษาด้วยการดัดข้อมือแรงๆ หรือการนวดเค้นข้อมือที่กำลังอักเสบเฉียบพลัน จะยิ่งซ้ำเติมให้เนื้อเยื่อภายในฉีกขาดรุนแรงยิ่งขึ้น

  • การวินิจฉัยในปัจจุบันมีความก้าวหน้าสูง แพทย์สามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์สแกนดูพยาธิสภาพของเส้นเอ็นและการเคลื่อนไหวผิดปกติได้ทันที

  • คนไข้มากกว่า 85-90% สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใส่ที่พยุงข้อ กายภาพบำบัด และการฉีดยาอย่างแม่นยำภายใต้อัลตราซาวด์นำทาง

  • การละเลยปล่อยให้อาการปวดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยเรื้อรัง จะนำไปสู่ภาวะข้อหลวมถาวร มือหมดแรง และข้อข้อมเสื่อมก่อนวัยอันควรในที่สุด


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng

โทร 081-5303666

“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’

หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”

#ปวดข้อมือ #ปวดข้อมือด้านนิ้วก้อย #หมอนรองกระดูกข้อมือฉีกขาด #TFCC #ข้อมือซ้น #เจ็บข้อมือ #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัดข้อมือ #ฉีดยาใต้อัลตราซาวด์ #โรคกระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ThaninnitClinic #หมอนรองกระดูกข้อมือ #ปวดข้อ #ข้อมืออักเสบ