
คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า อยู่ดีๆ กิจวัตรประจำวันที่เราเคยทำเป็นปกติ อย่างการเอื้อมมือไปสระผม การใส่เสื้อเชิ้ต หรือแม้แต่การควักกระเป๋าสตางค์ที่กางเกงด้านหลัง กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากและทรมานอย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งความเจ็บปวดก็วิ่งแปลบขึ้นมาจนน้ำตาเล็ด เพียงแค่เราพยายามจะขยับแขนให้สูงขึ้นอีกนิด อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาเราอย่างเงียบๆ จนหลายคนคิดว่าเป็นแค่การ ‘นอนทับแขน’ หรือ ‘ไหล่เดาะ’ จากการทำงานหนัก แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของคุณกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า ‘บ้านของไหล่’ กำลังถูกปิดตาย และหากคุณยิ่งอยู่นิ่งเพื่อเลี่ยงความเจ็บปวด กุญแจดอกนี้ก็จะยิ่งล็อคแน่นขึ้นจนแขนของคุณอาจขยับไม่ได้เลยในที่สุดครับ
คุณรัตนา (นามสมมติ) อายุ 52 ปี เป็นคุณครูที่ต้องใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงมาตลอด เธอเล่าให้หมอฟังว่า เริ่มรู้สึกปวดตื้อๆ ที่หัวไหล่ข้างซ้ายมาประมาณสองเดือนแล้ว ในตอนแรกเธอคิดว่าแค่สะพายกระเป๋าหนักเกินไป จึงไปหาซื้อพลาสเตอร์มาแปะและไปนวดแผนโบราณ แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น หนำซ้ำความเจ็บปวดกลับรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืนจนแทบไม่ได้นอน
สิ่งที่ทำให้คุณรัตนาตัดสินใจมาหาหมอคือ เช้าวันหนึ่งเธอไม่สามารถเอื้อมมือไปรูดซิปชุดกระโปรงตัวเก่งได้เอง และเมื่อพยายามจะยกแขนขึ้นหวีผม แขนซ้ายกลับค้างอยู่แค่ระดับไหล่และสั่นเทาด้วยความเจ็บ “หมอคะ รัตนากลัวมากค่ะ กลัวว่าจะเป็นอัมพฤกษ์ หรือแขนจะลีบไปเลย เพราะมันขยับไม่ได้จริงๆ เหมือนมีอะไรมาผูกตายไว้ข้างในไหล่” แววตาของคุณรัตนาเต็มไปด้วยความกังวลและความไม่เข้าใจว่า ทำไมร่างกายที่เคยแข็งแรงถึงทรยศเธอได้ขนาดนี้
เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกลไกของสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณรัตนา หมออยากให้ลองนึกภาพตามนะครับ ข้อไหล่ของเราเปรียบเสมือน ‘ลูกบอล’ ที่วางอยู่ใน ‘ถ้วย’ และเพื่อให้ลูกบอลนี้หมุนไปมาได้ลื่นไหล มันจะมี ‘ปลอกหุ้มข้อ’ (Joint Capsule) ที่เปรียบเหมือนเสื้อยืดเนื้อดี คอยห่อหุ้มและยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเราครับ
แต่ในโรคที่เรียกว่า ภาวะไหล่ติด (Frozen Shoulder) เสื้อยืดตัวนี้เกิดอาการอักเสบขึ้นมาครับ และเมื่ออักเสบแล้ว ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมโดยการสร้างพังผืดขึ้นมาทดแทน ผลที่ตามมาคือเสื้อยืดผืนนี้จะเริ่มหนาตัวขึ้น เหนียวขึ้น และที่สำคัญคือ ‘มันหดตัวลง’ จนคับแน่นไปหมด ลองนึกภาพคุณพยายามจะชูมือขึ้นฟ้าในขณะที่ใส่เสื้อยืดที่ไซส์เล็กกว่าตัวคุณสามระดับดูครับ มันจะตึง รั้ง และเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับ
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มันมีจังหวะเวลาของมันครับ ช่วงแรกจะเน้นไปที่ ‘ความปวด’ เพราะมีการอักเสบที่รุนแรง ต่อมาความปวดจะลดลงแต่ ‘ความแข็ง’ จะเข้ามาแทนที่ เพราะพังผืดเกาะแน่นแล้ว และสุดท้ายถึงจะเป็นช่วงที่ร่างกายค่อยๆ คลายล็อคนี้ออกเองตามธรรมชาติครับ
ในทางการแพทย์ เราเรียกภาวะนี้ว่า โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) ครับ มันคือภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุข้อและพังผืดหุ้มข้อไหล่หนาตัวขึ้น จนพื้นที่ว่างภายในข้อไหล่ลดน้อยลง
โรคคืออะไร: คือความผิดปกติที่ทำให้ข้อไหล่ขยับได้น้อยลงในทุกทิศทาง โดยเฉพาะการหมุนแขนออกด้านนอกและการยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ
สาเหตุ: ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่อาจสัมพันธ์กับการที่ไม่ได้ใช้งานไหล่นานๆ เช่น หลังอุบัติเหตุ หรือในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคไทรอยด์
การเกิดโรค: เริ่มจากการอักเสบที่เยื่อบุข้อไหล่ ตามมาด้วยการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติจนกลายเป็นพังผืดที่หนาและเหนียวรั้งข้อไหล่ไว้
อาการ: แบ่งเป็นสามระยะชัดเจนครับ ระยะแรกคือ ระยะปวด (Freezing stage) จะปวดมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ระยะที่สองคือ ระยะติดแข็ง (Frozen stage) ความปวดลดลงแต่ขยับแขนไม่ได้เลย และระยะสุดท้ายคือ ระยะคลายตัว (Thawing stage) ที่ไหล่จะค่อยๆ กลับมาขยับได้ดีขึ้นครับ
โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติหลายเท่า และมักจะมีอาการรุนแรงกว่า เนื่องจากน้ำตาลในเลือดที่สูงไปทำปฏิกิริยากับคอลลาเจนในข้อไหล่
อายุและเพศ: มักพบในคนที่มีอายุ 40-60 ปี และพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชายครับ
การหยุดใช้งานไหล่นานๆ: เช่น คนที่ต้องใส่ผ้าคล้องแขนหลังอุบัติเหตุ หรือหลังผ่าตัดบริเวณหน้าอกและไหล่
โรคไทรอยด์: ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานเกินหรือทำงานต่ำกว่าปกติล้วนสัมพันธ์กับโรคนี้ครับ
โรคหัวใจและหลอดเลือด: หรือคนที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน
เมื่อคุณมาหาหมอ ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด ครับ หมอจะทำการขยับแขนของคุณในทิศทางต่างๆ ทั้งในแบบที่คุณออกแรงเองและแบบที่หมอเป็นคนช่วยยก เพื่อแยกแยะว่าอาการติดนี้เกิดจาก ‘พังผืดรั้ง’ (ไหล่ติดจริง) หรือเกิดจาก ‘เอ็นฉีกจนไม่มีแรงยก’ (ไหล่ติดเทียม)
การส่งตรวจเพิ่มเติมอาจมีดังนี้ครับ:
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีความเสื่อมของข้อต่อหรือมีหินปูนเกาะผิดปกติหรือไม่ เพื่อคัดออกโรคอื่นๆ ที่อาการคล้ายกัน
การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรืออัลตราซาวด์: หมอจะใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นหมุนข้อไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยหรือไม่ เพราะวิธีรักษาจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
การตรวจเลือด: เพื่อเช็คระดับน้ำตาลในเลือด หรือค่าไทรอยด์ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ครับ
หมอขอย้ำให้มั่นใจครับว่า ผู้ป่วยไหล่ติดเกือบทั้งหมดหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ แต่ต้องอาศัย ‘ความอดทน’ และ ‘วินัย’ อย่างสูง โดยเราจะเน้นตามระยะของโรคดังนี้ครับ
1. การปรับพฤติกรรม: ในระยะแรกที่ปวดมาก หมอจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงท่าทางที่ต้องสะบัดแขนแรงๆ หรือการยกของหนัก แต่ห้ามหยุดใช้งานแขนเด็ดขาดนะครับ เพราะจะยิ่งทำให้ไหล่ติดมากขึ้น
2. กายภาพบำบัดและการบริหารไหล่: นี่คือหัวใจหลักครับ ท่าบริหารจะเปลี่ยนไปตามระยะของโรค
ระยะปวด: เน้นการแกว่งแขนเบาๆ แบบเพนดูลัม (Pendulum exercise) เพื่อให้ข้อได้ขยับโดยไม่เจ็บ
ระยะติดแข็ง: เน้นการยืดเหยียดพังผืด เช่น ท่าไต่กำแพง ท่าใช้ผ้าขนหนูดึงแขนพาดบ่า เพื่อทลายล็อคพังผืดทีละนิด
3. การใช้ยา: หมอจะใช้ยากลุ่มลดการอักเสบและลดปวด เพื่อช่วยให้คุณสามารถทำกายภาพบำบัดได้ดีขึ้นครับ
4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: ปัจจุบันเรามีการฉีดยาลดอักเสบ หรือการฉีดน้ำเกลือเข้าไปขยายถุงหุ้มข้อ (Hydrodilatation) โดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง วิธีนี้แม่นยำมากและช่วย ‘งัด’ ให้ปลอกหุ้มข้อที่หดตัวขยายออกได้ทันที ช่วยลดปวดและเพิ่มมุมการขยับได้อย่างรวดเร็วครับ
5. การผ่าตัดส่องกล้อง: จะใช้เฉพาะรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่นานกว่า 6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้นเลย หมอจะใช้กล้องขนาดเล็กเข้าไปเพื่อตัดเลาะพังผืดที่รัดรอบข้อไหล่ออกครับ
ภาวะไหล่ติดเป็นโรคที่ต้องการ ‘เวลา’ ครับ โดยปกติถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาการอาจลากยาวได้ถึง 1-3 ปี แต่หากได้รับการรักษาและบริหารอย่างสม่ำเสมอ ระยะเวลาจะสั้นลงอย่างมากครับ โรคนี้มักหายขาดและไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำที่ไหล่ข้างเดิม แต่มีโอกาสเกิดขึ้นกับไหล่อีกข้างได้ประมาณร้อยละ 10-15 ครับ
กล้ามเนื้อรอบไหล่ลีบตัว: จากการที่ไม่ได้ใช้งานแขนเป็นเวลานาน
อาการปวดเรื้อรัง: ที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและการนอนหลับ
สูญเสียองศาการเคลื่อนไหวถาวร: หากพังผืดแข็งตัวจนไม่สามารถยืดออกได้อีก
ควบคุมโรคประจำตัว: โดยเฉพาะเบาหวานและไทรอยด์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเสมอ
ออกกำลังกายยืดเหยียดสม่ำเสมอ: หากคุณเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ควรทำท่าบริหารไหล่เป็นประจำทุกเช้า
อย่าปล่อยให้ไหล่นิ่งนานเกินไป: หากมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ให้พยายามขยับแขนเท่าที่ทำได้เพื่อป้องกันพังผืดเกาะ
ปรับท่านั่งทำงาน: ไม่ให้นั่งห่อไหล่หรือเกร็งบ่าต่อเนื่องนานๆ ซึ่งจะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง
สังเกตอาการปวด: หากเริ่มปวดไหล่ตอนกลางคืนและขยับแขนได้น้อยลง ควรรีบมาปรึกษาหมอทันทีครับ
Q: ไหล่ติดไปนวดแผนโบราณให้เขาช่วยดัดแรงๆ ได้ไหม? A: ต้องระวังอย่างมากครับ การนวดเพื่อผ่อนคลายทำได้ แต่การ ‘ดัดไหล่’ อย่างรุนแรงโดยผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญอาจทำให้ปลอกหุ้มข้อฉีกขาดรุนแรงหรือกระดูกหักได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุครับ
Q: ต้องตรวจ MRI ทุกคนหรือไม่? A: ไม่จำเป็นครับ ส่วนใหญ่หมอวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย MRI จะใช้ในกรณีที่รักษาแล้วไม่ดีขึ้น หรือหมอสงสัยว่ามีเอ็นขาดร่วมด้วยครับ
Q: ปวดไหล่นานแค่ไหนถึงควรมาพบหมอ? A: หากปวดต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มรู้สึกว่าเอื้อมมือไปทำกิจวัตรประจำวันลำบาก ควรรีบมาตรวจครับ การรักษาในระยะแรกให้ผลดีและหายเร็วกว่ามากครับ
ไหล่ติดเกิดจากการอักเสบและหดตัวของปลอกหุ้มข้อไหล่ ไม่ใช่แค่เรื่องเมื่อยกล้ามเนื้อ
วินัยในการทำกายภาพและบริหารไหล่ตามระยะของโรค คือ ‘ยาวิเศษ’ ที่สุดในการรักษา
ผู้ป่วยเบาหวานและไทรอยด์คือกลุ่มเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
การรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้อัลตราซาวด์นำทาง ช่วยลดความทรมานและเร่งการฟื้นตัวได้ดี
การรักษาที่รวดเร็วตั้งแต่ระยะแรก ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการสูญเสียสมรรถภาพในระยะยาวครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
“เราเชื่อว่า ‘ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ’
หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง”
#ไหล่ติด #ปวดไหล่ #FrozenShoulder #กายภาพบำบัด #ท่าบริหารไหล่ #เบาหวาน #สุขภาพผู้สูงอายุ #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกและข้อ #ปวดกลางคืน #ยกแขนไม่ขึ้น #ออฟฟิศซินโดรม #ออกกำลังกาย #อัลตราซาวด์