
ล้วงกระเป๋ากางเกงก็เจ็บ เอื้อมหยิบของหลังรถก็ปวด... หรือหัวไหล่ของคุณกำลังถูก 'แช่แข็ง' จนขยับไม่ได้?"
สวัสดีครับ หมอเก่งนะครับ เชื่อไหมครับว่าหนึ่งในอาการที่คนไข้มาหาหมอมากที่สุดรองจากปวดหลังและปวดเข่า ก็คืออาการ "ปวดไหล่" นี่แหละครับ หลายคนมักจะคิดว่า "สงสัยแค่ออฟฟิศซินโดรมมั้ง" หรือ "สงสัยไหล่จะอักเสบนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย" แต่พอปล่อยไปนานๆ เข้า จากที่แค่เจ็บแปล๊บ กลายเป็นว่าแขนเริ่มยกไม่ขึ้น จะสวมเสื้อก็ลำบาก จะเกาหลังก็ไม่ได้ ความรู้สึกเหมือนมีใครเอากาวมาหยอดไว้ที่ข้อไหล่ หรือเหมือนหัวไหล่ถูกสตัฟฟ์ไว้จนขยับไม่ได้ อาการนี้แหละครับที่ทางการแพทย์เราเรียกว่า "โรคข้อไหล่ติด"
วันนี้หมอจะมาอธิบายให้ฟังอย่างเจาะลึกว่า โรคนี้เกิดจากอะไร และที่สำคัญที่สุดคือ **"จะบริหารอย่างไรให้ไหล่หายติด"**โดยที่ไม่ต้องเจ็บตัวมากครับ
หมอขอเล่าเรื่องของคุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 54 ปีนะครับ คุณน้ามาลีทำงานเป็นพนักงานบัญชีที่ต้องนั่งใช้คอมพิวเตอร์และยกแฟ้มเอกสารบ่อยๆ เริ่มแรกคุณน้าบอกหมอว่า "มันเริ่มจากปวดรำคาญๆ ที่ไหล่ขวาค่ะหมอ" ตอนแรกคุณน้าก็ซื้อยาพ่นแก้ปวดมาฉีดเอง คิดว่าคงหาย
แต่ผ่านไป 3 เดือน อาการกลับแย่ลง คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้ากังวลมาก และบอกหมอว่า "ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ปวดแล้วค่ะหมอ แต่น้าใส่เสื้อชั้นในเองไม่ได้แล้ว เพราะเอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้เลย จะยกแขนหวีผมก็เจ็บจนน้ำตาเล็ด" คุณน้ากังวลมากว่าไหล่จะพิการไหม หรือต้องผ่าตัดหรือเปล่า?
หมอบอกคุณน้าไปว่า "ใจเย็นๆ ครับน้ามาลี โรคนี้รักษาได้ และคนไข้ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ"
หมออยากให้ลองนึกภาพว่าหัวไหล่ของเราเหมือนกับ "บานพับประตู" ครับ แต่บานพับนี้ไม่ได้มีแค่เหล็ก แต่มันมี "ถุงหุ้มข้อ" (Capsule) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเหนียวๆ หุ้มอยู่รอบๆ เพื่อให้ไหล่ขยับได้รอบทิศทาง
ในภาวะปกติ ถุงหุ้มข้อนี้จะมีความยืดหยุ่นเหมือน "เสื้อยืดเนื้อนุ่ม" ที่เราใส่แล้วขยับแขนขาได้สบาย แต่พอเป็น โรคไหล่ติดถุงหุ้มข้อนี้จะเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดรั้ง จนมันกลายเป็นเหมือน "เสื้อที่ถูกซักจนหดจนคับเปรี๊ยะ" หรือเหมือนมีคนเอาพลาสติกแรป (Wrap) มาพันรอบหัวไหล่เราไว้หลายๆ ชั้น จนเราขยับแขนไปทางไหนก็ติดขัดและเจ็บปวดไปหมดนั่นเองครับ
โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบและหนาตัวขึ้น จนไปจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ทั้งในการขยับเองและการที่ผู้อื่นช่วยขยับให้
ระยะของโรค (สำคัญมากในการรักษา):
ระยะปวด (Freezing Stage): ช่วง 2-9 เดือนแรก จะปวดมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่เริ่มขยับได้น้อยลง
ระยะติด (Frozen Stage): ช่วง 4-12 เดือน อาการปวดอาจจะลดลงบ้าง แต่ "ไหล่จะติดแข็ง" มากขึ้นอย่างชัดเจน เอื้อมมือไปข้างหลังหรือยกแขนไม่ได้เลย
ระยะเริ่มคลาย (Thawing Stage): ช่วง 1-3 ปี ไหล่จะค่อยๆ ขยับได้มากขึ้นจนกลับมาเกือบปกติ (ถ้าได้รับการดูแลที่ถูกต้อง)
สาเหตุ: ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน แต่บางครั้งอาจตามหลังอุบัติเหตุ หรือการที่ไม่ได้ขยับไหล่นานๆ เช่น หลังเข้าเฝือกแขน หรือหลังการผ่าตัดหน้าอกครับ
อายุและเพศ: พบมากในคนอายุ 40-60 ปี และผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายครับ
โรคเบาหวาน: คนเป็นเบาหวานมีโอกาสไหล่ติดสูงกว่าคนปกติถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง
โรคต่อมไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ
การบาดเจ็บที่ไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่อักเสบหรือฉีกขาดแล้วไม่ได้บริหาร จนพังผืดขึ้นมายึด
โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: ซึ่งทำให้คนไข้เลี่ยงการขยับแขนข้างนั้น
การตรวจร่างกาย: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะลองยกแขนคนไข้ไปในทิศทางต่างๆ ถ้าคนไข้ "ไหล่ติดจริง" หมอจะไม่สามารถยกแขนคนไข้ขึ้นได้สุด แม้คนไข้จะทิ้งน้ำหนักแขนตามหมอแล้วก็ตาม (Passive ROM Limitation)
เอกซเรย์ (X-ray): ส่วนใหญ่มักจะปกติครับ แต่ทำเพื่อเช็คว่าไม่มีหินปูนเกาะหนาเกินไป หรือไม่มีกระดูกงอกเบียดเอ็นไหล่
MRI (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): จะทำในกรณีที่หมอสงสัยว่ามี "เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด" ร่วมด้วย เพราะอาการปวดคล้ายกันมากครับ
Ultrasound: ใช้ดูการอักเสบของถุงหุ้มข้อและดูว่ามีน้ำในข้อไหล่มากผิดปกติไหม
หมอเน้นย้ำเสมอครับว่า 90% ของคนไข้ไหล่ติด ไม่ต้องผ่าตัด! แต่ต้องใช้ความอดทนและวินัยในการบริหารครับ
การใช้ยา: ทานยาลดอักเสบ (NSAIDs) เพื่อช่วยให้คนไข้หายปวดพอที่จะ "กล้า" เริ่มบริหารไหล่ได้
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: วิธีนี้หมอชอบมากและได้ผลดีมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าในข้อไหล่อย่างแม่นยำ หรือที่เรียกว่า "การปั๊มน้ำขยายข้อไหล่" (Hydrodilatation) คือการฉีดน้ำเกลือผสมยาเข้าไปเพื่อให้ถุงหุ้มข้อที่หดรั้งอยู่นั้นขยายตัวออก เหมือนเราเติมลมเข้าไปในลูกโป่งที่แบนๆ ให้มันพองออกนั่นเองครับ
กายภาพบำบัด: การใช้ความร้อนนำทางและการทำอัลตราซาวด์บำบัดเพื่อลดปวด
การบริหารร่างกาย (หัวใจสำคัญ): ต้องทำทุกวัน วันละหลายๆ รอบ (รายละเอียดด้านล่างครับ)
การผ่าตัด: จะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6 เดือนแล้วไม่ได้ผล โดยการส่องกล้องเข้าไปตัดเลาะพังผืดที่ยึดข้อไหล่ครับ
คำแนะนำจากหมอ: ควรประคบอุ่นที่ไหล่ประมาณ 10-15 นาทีก่อนเริ่มบริหาร เพื่อให้เนื้อเยื่อคลายตัวครับ
ท่าแกว่งแขนแบบลูกตุ้มนาฬิกา (Codman’s Pendulum): ก้มตัวลงเล็กน้อย มือข้างที่ปกติจับโต๊ะประคองไว้ ปล่อยแขนข้างที่เจ็บลงตามสบาย แล้วค่อยๆ แกว่งเป็นวงกลมเล็กๆ เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ท่านี้จะช่วยให้ข้อไหล่แยกห่างจากกันลดการเสียดสี
ท่าไต่กำแพง (Wall Crawling): ยืนหันหน้าเข้าหาผนัง ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางค่อยๆ "ไต่" ขึ้นไปตามผนังให้สูงที่สุดเท่าที่ทนไหว ค้างไว้ 10 วินาทีแล้วค่อยๆ ไต่ลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง
ท่าใช้ผ้าขนหนูถูหลัง (Towel Stretch): ใช้ผ้าขนหนูผืนยาวๆ มือข้างดีอยู่ด้านบน (ข้ามหัว) มือข้างที่ติดอยู่ด้านล่าง (อยู่หลังเอว) แล้วใช้มือข้างบนค่อยๆ ดึงผ้าขึ้นเพื่อดึงแขนข้างที่ติดให้ขึ้นไปข้างบน ทำเท่าที่ไหวครับ
ท่าดึงแขนข้ามตัว (Cross-body Stretch): ใช้แขนข้างดีดึงศอกข้างที่เจ็บข้ามไปทางฝั่งตรงข้าม จนรู้สึกตึงที่หัวไหล่ด้านหลัง ค้างไว้ 15-20 วินาที
ท่าหมุนไหล่ออกนอก (Passive External Rotation): ถือไม้กวาดหรือไม้พลองด้วยมือทั้งสองข้าง งอศอก 90 องศา แล้วใช้มือข้างดีดันไม้ให้แขนข้างที่ติดหมุนออกไปด้านนอก (โดยที่ศอกยังแนบลำตัวอยู่)
ท่ามือดันขอบประตู: ยืนข้างประตู งอศอก 90 องศา เอาฝ่ามือวางที่ขอบประตูแล้วค่อยๆ บิดตัวออกไปฝั่งตรงข้ามเพื่อยืดถุงหุ้มข้อด้านหน้า
โรคไหล่ติดเป็นโรคที่ "หายได้เอง" แต่นานครับ (อาจใช้เวลา 1-3 ปี) แต่ข่าวดีคือถ้าเรามาพบหมอเพื่อฉีดยาลดอักเสบและขยายข้อ (Hydrodilatation) ร่วมกับการบริหารอย่างถูกวิธี ระยะเวลา 1-3 ปี จะลดลงเหลือเพียง 3-6 เดือน เท่านั้นครับ และมักไม่ค่อยกลับมาเป็นซ้ำที่ข้างเดิมอีก
กล้ามเนื้อหัวไหล่ฝ่อ: เพราะเจ็บจนไม่กล้ายกแขน กล้ามเนื้อจึงลีบลง
กระดูกบาง (Osteopenia): จากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน
อาการปวดร้าวไปถึงคอ: เพราะร่างกายต้องใช้กล้ามเนื้อบ่าช่วยยกแขนแทนข้อไหล่ที่ติด ทำให้ปวดบ่าและคอตามมา
อย่าปล่อยให้อาการปวดไหล่เรื้อรัง: ถ้าปวดเกิน 2 สัปดาห์ควรมาตรวจ เพื่อไม่ให้ลุกลามจนไหล่ติด
บริหารไหล่สม่ำเสมอ: โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานนานๆ ควรยืดเหยียดไหล่ทุก 1 ชั่วโมง
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: หากคุณเป็นเบาหวาน ต้องคุมให้ดีเพื่อลดความเสี่ยง
ขยับแขนหลังผ่าตัด: หากมีการผ่าตัดบริเวณหน้าอกหรือแขน ควรปรึกษาหมอเพื่อเริ่มทำกายภาพโดยเร็ว
นอนในท่าที่ถูกต้อง: หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับหัวไหล่ข้างเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน
Q: เจ็บตอนบริหารมาก ควรทำต่อไหม? A: การบริหารไหล่ติดจะมีความรู้สึก "เจ็บตึง" ได้บ้างครับ แต่ไม่ควรเจ็บจนทนไม่ได้ ถ้าเจ็บมากหลังทำ ให้ลดความแรงลงและประคบเย็นหลังบริหารครับ
Q: ไปนวดแผนไทยให้หมอนวด "กระชากไหล่" ให้หายติดได้ไหม? A: หมอขอเตือนว่าห้ามทำเด็ดขาดครับ! การกระชากแรงๆ อาจทำให้เอ็นไหล่ฉีกขาดหรือกระดูกหักได้ การรักษาต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ
Q: นอนไม่หลับเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี? A: ลองใช้หมอนรองใต้ข้อศอกและแขนข้างที่เจ็บเวลานอนหงาย เพื่อให้ข้อไหล่อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุดครับ
ไหล่ติดเกิดจากถุงหุ้มข้ออักเสบและหดรั้ง เหมือนใส่เสื้อที่ตัวเล็กเกินไป
สัญญาณเตือนคือ เอื้อมมือไปข้างหลังไม่ได้ และปวดมากตอนกลางคืน
การฉีดยาขยายข้อด้วย Ultrasound (Hydrodilatation) ช่วยย่นระยะเวลาการรักษาได้มหาศาล
วินัยในการบริหาร คือกุญแจสำคัญที่สุดที่จะทำให้ไหล่กลับมาขยับได้ 100%
อย่าปล่อยให้ไหล่ติดจนกล้ามเนื้อลีบ เพราะการรักษาจะซับซ้อนและนานขึ้นมากครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #ข้อไหล่ติด #ไหล่ติด #บริหารไหล่ติด #FrozenShoulder #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกแบบไม่ผ่าตัด #กายภาพบำบัด #เบาหวานไหล่ติด #Hydrodilatation #Orthopedics #ShoulderPain #PhysicalTherapy #HealthTips #OfficeSyndrome