
"ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามาแล้ว 3 ปี แต่ทำไมยังไม่หายปวด? เมื่อเอกซเรย์บอกว่าปกติ แต่ 'เข่า' บอกว่าไม่ไหว... สาเหตุที่ซ่อนอยู่คืออะไร?"
สวัสดีครับ หมอเก่งนะครับ วันนี้หมอมีเรื่องสำคัญที่อยากจะมาแชร์ เพราะหมอได้รับคำถามจากลูกหลานหลายท่านที่กังวลใจว่า "คุณแม่ผ่าเข่ามานานแล้ว ทำไมท่านยังบ่นปวดอยู่?" โดยเฉพาะในเคสที่คุณแม่ผ่ามาถึง 3 ปีแล้ว แต่พอไปเอกซเรย์ดู คุณหมอก็บอกว่า "เหล็กยังดีอยู่ ทุกอย่างปกติดี" แต่คนไข้ยังเดินลำบากและเจ็บข้างในลึกๆ เรื่องนี้มีคำอธิบายที่ซับซ้อนกว่าแค่ภาพถ่ายเอกซเรย์ครับ และหมออยากให้ค่อยๆ อ่านบทความนี้เพื่อทำความเข้าใจไปพร้อมกัน
หมอขอสมมติเคสของคุณแม่ประทุม อายุ 60 ปีนะครับ ท่านผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาได้ประมาณ 3 ปี ช่วงแรกหลังผ่าตัดดูเหมือนจะดีขึ้น แต่พอผ่านไปสักพัก คุณแม่เริ่มบ่นว่าปวดเสียวๆ ในเข่าเวลาเดิน บางครั้งรู้สึกเข่ามันขัดๆ หรือรู้สึกว่าเข่ามัน "ไม่มั่นคง" เหมือนจะทรุด
คุณแม่ประทุมไปหาหมอมาหลายที่ เอกซเรย์ดูเหล็กข้อเข่าเทียมกี่ครั้ง คุณหมอก็บอกว่า "เหล็กยังวางได้ตำแหน่งดี ไม่หลวม ไม่หลุด" จนคุณแม่เริ่มคิดไปเองว่า หรือเราคิดไปเอง? หรือเราอายุมากแล้วต้องปวดแบบนี้ไปตลอด? ความจริงแล้ว อาการปวดของคุณแม่ประทุม "มีอยู่จริง" ครับ เพียงแต่สาเหตุบางอย่าง เอกซเรย์แบบธรรมดาอาจจะมองไม่เห็น
หมออยากให้ลองนึกภาพการ "ติดตั้งบานพับประตูบ้าน" ใหม่ครับ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ก็เหมือนกับการเอาบานพับประตูที่สนิมเกรอะกรังออกแล้วใส่บานพับโลหะอันใหม่เข้าไป
ถ้าบานพับวางเอียงเล็กน้อย (Malrotation): เวลาเปิด-ปิดประตู ประตูอาจจะปิดได้ครับ แต่จะรู้สึก "ฝืด" หรือมีเสียงเอี๊ยดอ๊าด และขอบประตูจะไปเบียดกับวงกบตลอดเวลา นานเข้าวงกบก็พัง บานพับก็เสียหาย
ถ้าสกรูไม่แน่นหรือวงกบไม้รอบๆ เริ่มผุ (Loosening): แม้บานพับจะยังดูใหม่กิ๊ก แต่ถ้าไม้ที่ยึดมันเริ่มไม่แข็งแรง บานพับก็สั่นคลอน ทำให้เราใช้งานประตูได้ไม่มั่นคง
ในกรณีข้อเข่าเทียม เอกซเรย์ทั่วไปที่เราดูเป็นภาพ 2 มิติ (หน้า-หลัง และด้านข้าง) มักจะบอกได้แค่ว่าเหล็กตั้งอยู่ตรงกลางไหม แต่ "การบิดหมุนของข้อเข่าเทียม" (Malrotation) ซึ่งเป็นมิติที่ 3 นั้น เอกซเรย์ปกติมองเห็นได้ยากมากครับ
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Arthroplasty หรือ TKA) เป็นหนึ่งในการผ่าตัดที่ช่วยให้คนไข้หายปวดได้ดีมาก แต่มีคนไข้ประมาณ 10-20% ที่อาจยังมีอาการปวดหลงเหลืออยู่ ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัยครับ
สาเหตุที่พบบ่อยในกรณีที่เอกซเรย์ดูปกติ:
การวางข้อเข่าเทียมบิดหมุนผิดองศา (Malrotation of Prosthesis): นี่คือสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยครับ หากชิ้นส่วนโลหะที่ใส่เข้าไปบิดเข้าในหรือบิดออกนอกมากเกินไปแม้เพียงไม่กี่องศา จะทำให้การเคลื่อนไหวของสะบ้าและเอ็นรอบเข่าทำงานผิดปกติ เกิดแรงเสียดสีจนปวดเรื้อรัง
การติดเชื้อแฝง (Low-grade Infection): บางครั้งมีการติดเชื้อในข้อเข่าแบบอ่อนๆ ซึ่งไม่มีไข้ ไม่มีแผลพุพอง แต่เชื้อจะค่อยๆ สร้างพังผืดและทำให้เจ็บปวด
ภาวะข้อเข่าเทียมหลวมแบบไม่เห็นในเอกซเรย์ (Aseptic Loosening): เนื้อเยื่อกระดูกรอบๆ โลหะอาจจะไม่ยึดติดกับตัวเหล็กอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเล็กน้อย (Micromotion) ทุกครั้งที่ลงน้ำหนัก
พังผืดในข้อเข่า (Arthrofibrosis): ร่างกายสร้างพังผืดมาพันรอบๆ ข้อเข่าเทียม ทำให้เข่าตึงและเจ็บเวลาขยับ
ความไม่สมดุลของเอ็นรอบเข่า: เอ็นด้านข้างเข่าตึงไม่เท่ากัน ทำให้เข่าเอียงเวลาเดิน
โรคประจำตัวเดิม: เช่น เบาหวาน หรือรูมาตอยด์ ที่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบง่าย
พฤติกรรมการใช้งาน: การนั่งพับเพียบ นั่งยอง หรือใช้งานหนักเกินไปหลังผ่าตัด
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อต้นขาลีบแรงไม่พอที่จะประคองข้อเข่าเทียม
ภาวะปวดร้าวมาจากจุดอื่น: เช่น กระดูกสันหลังส่วนเอวทับเส้นประสาท แล้วปวดร้าวมาที่เข่า
หากคนไข้ยังปวดอยู่ หมอแนะนำว่าต้อง "ประเมินใหม่ทั้งหมด" อย่างละเอียดครับ
การตรวจร่างกายอย่างละเอียด: หมอจะเช็คดูมุมการงอเข่า ความมั่นคงของเอ็น และทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกสะบ้า
การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ด้วยโปรโตคอลพิเศษ: เพื่อวัดองศาการบิดหมุน (Rotation) ของข้อเข่าเทียม ซึ่งวิธีนี้แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัยเรื่อง Malrotation ครับ
การตรวจเลือด (ESR, CRP): เพื่อดูค่าการอักเสบและเช็คว่ามีการติดเชื้อแฝงหรือไม่
การเจาะน้ำในข้อเข่าไปตรวจ: หากสงสัยเรื่องการติดเชื้อจริงๆ หมออาจต้องนำน้ำในข้อไปเพาะเชื้อครับ
การรักษาไม่จำเป็นต้องจบลงที่การผ่าตัดเสมอไปครับ เราจะเรียงลำดับความสำคัญดังนี้:
การทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง: หากสาเหตุเกิดจากเอ็นตึงหรือกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง การฝึกกล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) อย่างถูกวิธีจะช่วยได้มาก
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ลดกิจกรรมที่ส่งแรงกระแทกต่อข้อเข่า และใช้เครื่องช่วยเดินหากจำเป็นในบางช่วง
การใช้ยา: อาจมีการใช้ยาลดการอักเสบหรือยาปรับปลายประสาทในกรณีที่มีภาวะเส้นประสาทไวต่อความรู้สึก
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้ Ultrasound: หากมีการอักเสบของถุงน้ำรอบๆ ข้อเข่า (Bursitis) หมอสามารถใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าจุดที่ปวดได้อย่างแม่นยำ
การผ่าตัดแก้ไข (Revision TKA): หมอจะพิจารณาวิธีนี้เป็น "ทางเลือกสุดท้าย" ในกรณีที่ตรวจพบชัดเจนว่ามีการบิดหมุนของข้อเทียมที่ผิดองศามาก (Malrotation) หรือมีการหลวมของข้อเข่าเทียมจริงๆ
อาการปวดหลังผ่าตัด 3 ปี "รักษาให้ดีขึ้นได้" ครับ หากเราหาสาเหตุที่แท้จริงพบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางตำแหน่ง หรือพังผืด เมื่อได้รับการรักษาที่ตรงจุด คนไข้ส่วนใหญ่จะกลับมาเดินได้ดีขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นครับ แต่อาจจะต้องใช้เวลาและความร่วมมือในการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
หากปวดแล้วทนไว้ ไม่ยอมไปตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง อาจเกิดปัญหาตามมาดังนี้:
กล้ามเนื้อฝ่อลีบ: เพราะปวดเลยไม่กล้าเดิน ทำให้ขาไม่มีแรง
ข้อเข่าติด: พังผืดจะเกาะหนาขึ้นจนงอเข่าไม่ได้
กระดูกรอบข้อเข่าเทียมละลาย: ในกรณีที่มีการหลวมหรือการอักเสบเรื้อรัง
บริหารกล้ามเนื้อต้นขาเป็นประจำ: เพื่อให้กล้ามเนื้อช่วยรับแรงแทนข้อเข่าเทียม
เลี่ยงท่าทางอันตราย: งดการนั่งพับเพียบ นั่งยอง หรือนั่งเก้าอี้ต่ำๆ
ควบคุมน้ำหนัก: เพื่อลดแรงกดที่กระทำต่อเหล็กข้อเข่า
สังเกตอาการผิดปกติ: เช่น มีไข้ เข่าบวมแดงร้อน หรือมีเสียงดังผิดปกติในเข่า
ตรวจติดตามอาการกับแพทย์: แม้จะไม่มีอาการปวด ควรไปเอกซเรย์เช็คสภาพเหล็กตามนัดทุกปี
Q: ผ่ามา 3 ปีแล้วพึ่งมาปวด เป็นไปได้ไหม? A: เป็นไปได้ครับ อาจเกิดจากการเริ่มหลวมของข้อเทียม หรือการอักเสบของเอ็นรอบๆ จากการใช้งานครับ
Q: ถ้าต้องผ่าตัดแก้ไข (Revision) จะอันตรายกว่าเดิมไหม? A: การผ่าตัดแก้ไขมีความซับซ้อนกว่าครั้งแรกครับ แต่ปัจจุบันเรามีเครื่องมือและข้อเทียมรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการแก้ไขโดยเฉพาะ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีมากครับ
Q: นวดแผนไทยได้ไหม? A: หมอแนะนำให้เลี่ยงการนวดแบบรุนแรงหรือการดัดดึงข้อเข่าที่ผ่าตัดมาแล้วครับ เพราะอาจทำให้เอ็นรอบข้อเข่าเทียมอักเสบหรือฉีกขาดได้
อาการปวดหลังผ่าเข่าแม้เอกซเรย์ปกติ "ไม่ใช่เรื่องที่คนไข้คิดไปเอง" และมีสาเหตุทางกายภาพรองรับเสมอ
การวางตำแหน่งบิดหมุนผิดองศา (Malrotation) เป็นสาเหตุหลักที่เอกซเรย์ธรรมดามองไม่เห็น
การตรวจ CT Scan และการตรวจเลือดเป็นขั้นตอนสำคัญในการหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่
การรักษามีตั้งแต่การทำกายภาพบำบัด การฉีดยาลดอักเสบ จนถึงการผ่าตัดแก้ไขหากจำเป็น
การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อลีบและเกิดพังผืดถาวร
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดเข่าหลังผ่าตัด #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม #ข้อเข่าเทียม #ปวดเข่าเรื้อรัง #RevisionTKA #หมอเก่งกระดูกและข้อ #รักษากระดูกแบบไม่ผ่าตัด #กายภาพบำบัด #Malrotation #TotalKneeArthroplasty #ChronicPain #Orthopedics #KneeSurgery #PostOpCare #JointReplacement