หนุนหมอนสูงก็ปวด หนุนหมอนต่ำก็เจ็บ... สรุปแล้วคนเป็นกระดูกคอเสื่อมต้องนอนท่าไหนถึงจะหายทรมาน?”
ปัญหาเรื่อง "การเลือกหมอน" เป็นคำถามยอดฮิตที่คนไข้ถามผมบ่อยที่สุดคำถามหนึ่งเลยครับ เพราะหลายคนลงทุนซื้อหมอนราคาแพง หมอนรูปแปลกๆ หมอนเป็นหลุม หรือหมอนยางพารามาหลายใบ แต่ทำไมตื่นมายังรู้สึกเหมือนไม่ได้นอน หรือแย่กว่านั้นคือปวดร้าวลงแขนจนใช้ชีวิตลำบาก
คุณน้าพร อายุ 55 ปี เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับถุงหมอนใบใหญ่ครับ น้าพรกุมต้นคอด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย แล้วเล่าให้ผมฟังว่า "คุณหมอคะ น้าซื้อหมอนมาแทบจะทุกยี่ห้อแล้วค่ะ ใบละหลายพันก็ซื้อ แบบที่เป็นหลุมตรงกลางก็ลองแล้ว แต่ตื่นมาน้ายังปวดต้นคอ ตึงไปถึงบ่า บางวันชามือจนนอนต่อไม่ได้ น้าต้องนอนกองหมอนซ้อนกัน 2-3 ใบถึงจะรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย สรุปน้าควรจะนอนแบบไหนกันแน่คะ?"
เค้าของคุณน้าพรสะท้อนความจริงอย่างหนึ่งครับว่า "หมอนแพง" หรือ "หมอนที่เขาว่าดี" อาจไม่ได้แปลว่าเป็นหมอนที่ "เหมาะ" กับโครงสร้างกระดูกคอที่เสื่อมของเราเสมอไป
ลองจินตนาการดูนะครับว่า กระดูกคอของคนเราประกอบด้วยกระดูกชิ้นเล็กๆ เรียงต่อกันเป็นแนวยาว มีหมอนรองกระดูกคั่นกลางเหมือนโช้คอัพรถยนต์ และมีเส้นประสาทวิ่งผ่านอยู่ข้างหลัง
เมื่อเรามีอาการ กระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) มันเหมือนเสาไฟฟ้าที่เริ่มทรุด หมอนรองกระดูกเริ่มแฟบลง หรือมีหินปูนงอกออกมาเกินจำเป็น
ถ้านอนหมอน สูงเกินไป คอก็จะถูกพับไปข้างหน้าเหมือนเราก้มมองมือถือตลอดคืน เส้นประสาทก็ถูกกดทับ ถ้านอนหมอน ต่ำเกินไป หรือไม่หนุนเลย คอก็จะแหงนไปข้างหลังจนกล้ามเนื้อคอต้องเกร็งตัวทำงานหนักตลอดเวลา
ดังนั้น หัวใจสำคัญไม่ใช่ความสูงหรือต่ำ แต่คือการทำให้กระดูกคออยู่ใน "แนวสมดุล" (Neutral Position) ให้มากที่สุดครับ
กระดูกคอเสื่อม คือ ภาวะที่ความแข็งแรงของกระดูกคอและหมอนรองกระดูกลดลงตามอายุและการใช้งาน มักพบในคนที่ใช้คอผิดท่าเป็นเวลานาน เช่น ก้มเล่นมือถือ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ท่าเดิมซ้ำๆ
สาเหตุ: อายุที่มากขึ้น, การเสื่อมของหมอนรองกระดูก, หินปูนงอกไปกดเส้นประสาท หรืออุบัติเหตุในอดีต
การเกิดโรค: เมื่อหมอนรองกระดูกเสื่อม ความสูงของมันจะลดลง ทำให้กระดูกแต่ละข้อเข้าใกล้กันมากขึ้น จนร่างกายพยายามสร้างหินปูนขึ้นมาช่วยยึด แต่หินปูนพวกนี้แหละครับที่มักจะไปทับเส้นประสาท
อาการ: ปวดคอเรื้อรัง, คอแข็งขยับลำบาก, ปวดร้าวลงบ่าหรือแขน, มีอาการชาที่ปลายนิ้วมือ หรือในรายที่เป็นหนักอาจมีอาการอ่อนแรงของมือ
พฤติกรรม "สังคมก้มหน้า": การก้มมองหน้าจอเป็นเวลานานเกินไป
งานที่ต้องแบกของหนักบนศีรษะหรือบ่า: ทำให้กระดูกคอรับแรงกดมหาศาล
การสูบบุหรี่: สารในบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกได้น้อยลงจนเสื่อมเร็ว
พันธุกรรม: บางครอบครัวมีโครงสร้างกระดูกที่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
ความเครียด: ทำให้กล้ามเนื้อคอบ่าเกร็งตัวตลอดเวลาจนดึงรั้งกระดูก
การตรวจร่างกาย: ผมจะตรวจการเคลื่อนไหวของคอ ดูจุดที่กดเจ็บ และเช็คการทำงานของเส้นประสาทผ่านความรู้สึกและการตอบสนองของกล้ามเนื้อ
การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูแนวของกระดูก ดูช่องว่างระหว่างกระดูก และดูหินปูนที่งอกออกมา
การทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging): กรณีที่มีอาการชาหรืออ่อนแรงชัดเจน MRI จะช่วยให้เห็นเส้นประสาทและไขสันหลังได้อย่างละเอียดว่าถูกกดทับที่จุดไหน
การตรวจเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (EMG): เพื่อยืนยันว่าอาการชามาจากคอจริงๆ หรือมาจากจุดอื่น
เชื่อไหมครับว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
การปรับพฤติกรรม: การเลือกหมอนที่เหมาะสม การจัดท่าทางในการทำงาน (Ergonomics) และการพักคอทุกๆ 30-45 นาที
กายภาพบำบัด: การบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงกระดูก และการดึงคอโดยผู้เชี่ยวชาญ
การใช้ยา: ยากลุ่มต้านการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาบำรุงเส้นประสาท
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided Injection): ในกรณีที่ปวดมาก แพทย์สามารถฉีดยาลดอักเสบเข้าใกล้จุดที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำเพื่อลดความปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด
การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่นไม่เป็นผล หรือเริ่มมีอาการแขนอ่อนแรง เดินเซ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้เท่านั้นครับ
กระดูกที่เสื่อมแล้วอาจจะไม่กลับมา "ใหม่" เหมือนวัยรุ่นครับ แต่ "อาการปวดสามารถหายได้" และเราสามารถชะลอการเสื่อมไม่ให้เป็นมากขึ้นได้ ความลับอยู่ที่การดูแลตัวเองและรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบคอครับ ถ้าดูแลดีๆ คุณพี่จะลืมไปเลยว่าเคยปวดคอ
หากปล่อยให้กระดูกคอเสื่อมรุนแรงโดยไม่ดูแล อาจเกิดปัญหาตามมาดังนี้:
เส้นประสาทถูกกดทับถาวร: ทำให้มือชาไม่หาย หรือกล้ามเนื้อมือลีบลง
ไขสันหลังถูกกดทับ: อันนี้อันตรายมากครับ อาจทำให้เดินลำบาก ทรงตัวไม่อยู่ หรือเป็นอัมพฤกษ์ได้
อาการเวียนหัว: บางรายหินปูนอาจไปรบกวนเส้นเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงสมอง
ความสูงของหมอน: ถ้า นอนหงาย หมอนควรสูงพอดีที่ทำให้แนวใบหูตรงกับแนวหัวไหล่ (ไม่ก้มไม่แหงน) ถ้า นอนตะแคง หมอนต้องสูงเท่ากับความกว้างของไหล่ เพื่อให้กระดูกคอขนานกับที่นอน
วัสดุของหมอน: ควรเลือกหมอนที่กระจายน้ำหนักได้ดี เช่น ยางพาราหรือเมมโมรี่โฟมที่ "ไม่นิ่มจนเกินไป" จนศีรษะจมลงไปในหมอน
เลี่ยงหมอนเป็นหลุมที่ไม่พอดี: หมอนเป็นหลุมมีไว้เพื่อล็อคคอ แต่ถ้าหลุมนั้นไม่พอดีกับความยาวคอของเรา มันจะกลายเป็นสิ่งที่สร้างความเจ็บปวดแทนครับ
บริหารคอ: ท่า "เก็บคาง" (Chin Tuck) ทำบ่อยๆ จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อพยุงคอได้ดีมาก
ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์: ขอบบนของหน้าจอควรอยู่ระดับสายพอดี ไม่ต้องก้มหน้าทำงาน
Q: กระดูกคอเสื่อม ควรหนุนหมอนสูงหรือต่ำ? A: คำตอบคือ "ต้องหนุนให้พอดีกับสรีระ" ครับ ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องสูงกี่เซนติเมตร แต่หลักการคือ เมื่อนอนแล้ว แนวของหู ไหล่ และสะโพก ต้องเป็นเส้นตรงที่ขนานกับพื้นในท่านอนตะแคง และไม่ก้มหน้าในท่านอนหงายครับ
Q: ซื้อหมอนมาหลายใบแล้วยังปวด ทำอย่างไรดี? A: แนะนำให้ใช้หมอนใบเดิมที่มีอยู่ แล้วใช้ "ผ้าขนหนูม้วน" เป็นทรงกระบอกเล็กๆ รองใต้คอตรงรอยโค้งขณะนอนหงายครับ วิธีนี้จะช่วยประคองส่วนโค้งของคอได้ดีกว่าหมอนสำเร็จรูปหลายยี่ห้อ
Q: นอนคว่ำช่วยเรื่องคอเสื่อมไหม? A: ไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ การนอนคว่ำทำให้คอต้องบิดไปด้านใดด้านหนึ่งตลอดคืน ซึ่งเป็นการทำร้ายกระดูกคออย่างรุนแรงที่สุด
หมอนที่ดีที่สุดคือหมอนที่ช่วยรักษา "แนวสมดุล" ของกระดูกคอ ไม่ใช่หมอนที่แพงที่สุด
ท่านอนหงายต้องมีส่วนรองรับส่วนโค้งของลำคอ ส่วนท่านอนตะแคงหมอนต้องสูงเท่าความกว้างของไหล่
อาการปวดร้าวลงแขนหรือชา คือสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทกำลังถูกรบกวน
การรักษาเบื้องต้นเน้นการปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด และการใช้ยา
ส่วนใหญ่หายปวดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด หากดูแลอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #เลือกหมอน #ชามือ #ออฟฟิศซินโดรม #ท่านอนที่ถูกต้อง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลัง #ปวดเข่า #กระดูกและข้อ #CervicalSpondylosis #NeckPain #PillowSelection #HealthySleep #Orthopedics
