
คุณเคยไหมครับ? ตื่นเช้ามาแทนที่จะรู้สึกสดชื่น กลับรู้สึกเหมือนมีใครเอาหินหนักๆ มาวางทับที่บ่า จะหันซ้ายก็เจ็บ หันขวาก็ปวด บางวันลามไปถึงท้ายทอยจนเวียนหัว หรือหนักกว่านั้นคือเริ่มรู้สึก "ไฟช็อต" วิ่งลงไปที่แขนจนมือชา
หลายคนคิดว่า "แค่ตกหมอน" เดี๋ยวก็หาย แต่พอมันเป็นบ่อยเข้า เปลี่ยนหมอนกี่ใบก็ไม่จบ สิ่งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า "กระดูกคอ" ของคุณกำลังประท้วง และหมอนที่คุณใช้อยู่อาจจะเป็น "ผู้ร้าย" ที่ซ้ำเติมอาการให้หนักขึ้นโดยที่คุณไม่รู้ตัวครับ
หมอมีคนไข้คนหนึ่งชื่อ "คุณวิชัย" อายุ 52 ปีครับ คุณวิชัยทำงานออฟฟิศมานานและชอบเล่นมือถือในท่าก้มคอ ช่วงปีที่ผ่านมาคุณวิชัยเริ่มมีอาการปวดคอร้าวลงบ่า และเริ่มชามือข้างขวาตอนตื่นนอน
ด้วยความเชื่อที่ว่า "หมอนที่ดีต้องนุ่มและแพง" คุณวิชัยเลยไปกว้านซื้อหมอนมาเกือบทุกยี่ห้อ ทั้งหมอนขนห่าน หมอนยางพารา หมอนเมมโมรี่โฟมทรงแปลกๆ จนเต็มบ้านไปหมด แต่ผลคือยิ่งนอนยิ่งปวด จนบางคืนต้องลุกมานั่งนอนเพราะนอนราบไม่ได้
เมื่อคุณวิชัยมาหาหมอและเอกซเรย์ดู ถึงได้พบว่าปัญหาจริงๆ คือ "กระดูกคอเสื่อม" และหมอนที่ซื้อมาส่วนใหญ่ "สูงเกินไป" สำหรับโครงสร้างคอของคุณวิชัย ทำให้กระดูกคอถูกงอไปข้างหน้าตลอดทั้งคืน เหมือนเราก้มเล่นมือถือตอนนอนนั่นเองครับ
ลองนึกภาพตามหมอนะครับ กระดูกคอของเราเปรียบเสมือน "เสาของสะพาน" ที่ต้องรับน้ำหนัก "ก้อนหิน" ซึ่งก็คือศีรษะของเราที่มีน้ำหนักถึง 4-5 กิโลกรัม ระหว่างเสาแต่ละต้นจะมี "ยางกันกระแทก" นั่นคือ หมอนรองกระดูก
เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือใช้งานคอหนักๆ (เช่น ก้มเล่นมือถือนานๆ) ยางกันกระแทกนี้จะเริ่มแฟบลงและเสื่อมสภาพ ทำให้เสา (กระดูก) เริ่มมาเบียดกัน และอาจจะมี "หินงอก" (กระดูกงอก) โผล่ออกมาทิ่มแทง "สายไฟ" (เส้นประสาท) ที่วิ่งอยู่ข้างๆ เสา ผลก็คืออาการปวดร้าวและอาการชานั่นเองครับ
กระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) คือ ภาวะที่กระดูกคอ หมอนรองกระดูก และข้อต่อต่างๆ บริเวณลำคอเกิดการสึกหรอตามกาลเวลา เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในคนวัยทำงานและผู้สูงอายุครับ
สาเหตุ:
อายุ: เมื่ออายุเกิน 40 ปี เนื้อเยื่อต่างๆ จะเริ่มขาดความยืดหยุ่น
พฤติกรรม: การก้มคอเล่นมือถือ (Text Neck) หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ
อุบัติเหตุ: เคยตกจากที่สูง หรือรถชนสะบัดคอ (Whiplash injury)
การเกิดโรคและอาการ: เริ่มจากการที่หมอนรองกระดูกสูญเสียน้ำ ทำให้มันแฟบลง กระดูกคอจึงเคลื่อนไหวได้ไม่มั่นคง ร่างกายพยายามซ่อมแซมโดยการสร้าง "กระดูกงอก" ขึ้นมา ซึ่งกระดูกงอกนี้แหละครับที่มักจะไปกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการ:
ปวดตื้อๆ ที่ลำคอ บ่า และสะบัก
ปวดร้าวลงแขน หรือมีอาการชาที่ปลายนิ้ว
หากรุนแรงอาจจะทำให้แขนขาอ่อนแรง หรือเดินเซได้
ก้มเล่นมือถือนานเกินไป: การก้มคอ 60 องศา ทำให้คอต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นถึง 27 กิโลกรัม!
การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกได้น้อยลง ทำให้เสื่อมเร็วขึ้น
อาชีพที่ต้องใช้คอท่าเดิมซ้ำๆ: เช่น ทันตแพทย์ พนักงานออฟฟิศ หรือคนขับรถทางไกล
น้ำหนักตัวมาก: เพิ่มภาระให้กับโครงสร้างกระดูกทั้งหมด
การขาดการออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอ: ทำให้กล้ามเนื้อไม่ช่วยพยุงกระดูก
เมื่อมาพบหมอ หมอจะมีขั้นตอนการตรวจดังนี้ครับ:
การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบแรงแขน การสะท้อนกลับของเส้นประสาท และการขยับคอในท่าต่างๆ
เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกเบื้องต้น ดูระยะห่างของข้อเข่า และดูว่ามีกระดูกงอกไหม
MRI (การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): วิธีนี้แม่นยำที่สุด หมอจะเห็นเลยว่าเส้นประสาทถูกกดตรงไหน หมอนรองกระดูกปลิ้นอย่างไร
การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ใช้ในกรณีที่ต้องการยืนยันว่าอาการชาเกิดจากเส้นประสาทที่คอจริงๆ หรือเกิดจากพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ
1. ปรับพฤติกรรมและอุปกรณ์: นี่คือหัวใจสำคัญครับ การเลือก หมอน ที่เหมาะสม (หมอจะขยายความในหัวข้อถัดไป) และการจัดโต๊ะทำงานให้หน้าจออยู่ในระดับสายตา
2. กายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อคอ และการใช้เครื่องมือลดปวด เช่น อัลตราซาวด์ หรือการดึงคอ (Traction) เพื่อเพิ่มช่องว่างให้เส้นประสาท
3. การใช้ยา: ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยารักษาอาการปวดประสาท
4. การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่อง Ultrasound: หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ส่องดูเส้นประสาทและข้อต่อที่อักเสบ แล้วฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่จุดนั้นอย่างแม่นยำ ช่วยลดปวดได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด
5. การผ่าตัด: หมอจะแนะนำเฉพาะกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น แขนขาอ่อนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นมา 3-6 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น ปัจจุบันมีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กมากครับ
หลักการเลือกหมอนที่หมออยากให้จำคือ "รักษาแนวเส้นตรงของกระดูกคอ" ไม่ว่าคุณจะนอนท่าไหน คอต้องไม่แหงนไปข้างหลัง และไม่ก้มมาข้างหน้าครับ
ท่านอนหงาย: หมอนควรมีความสูงที่รองรับ "ส่วนโค้ง" ของคอได้พอดี ไม่สูงจนคอก้ม และไม่ต่ำจนคอแหงน ปัจจุบันหมอแนะนำทรงที่มีส่วนเว้าตรงกลางและนูนตรงฐานคอครับ
ท่านอนตะแคง: หมอนต้อง "สูงเท่ากับความกว้างของหัวไหล่" เพื่อให้ศีรษะขนานไปกับที่นอน ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
วัสดุ:
กระดูกคอเสื่อมเป็นกระบวนการตามวัยครับ เราไม่สามารถทำให้กระดูกกลับมาหนุ่มสาวเหมือนเดิมได้ 100% แต่เราสามารถ "หยุดการดำเนินของโรค" และ "หายจากอาการปวด" ได้ครับ คนไข้ส่วนใหญ่ (กว่า 90%) สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงแค่ปรับหมอน ปรับท่าทาง และทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอครับ
เส้นประสาทถูกกดทับเรื้อรัง: ทำให้กล้ามเนื้อแขนลีบและอ่อนแรง
ไขสันหลังถูกกดทับ: นี่คือเรื่องใหญ่ครับ อาจทำให้เดินลำบาก ทรงตัวไม่อยู่ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
อาการเวียนหัว: เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหลังได้ไม่สะดวก (ในบางกรณี)
กฎ 20-20-20: ทำงาน 20 นาที พักสายตาและขยับคอ 20 วินาที มองไปไกลๆ 20 ฟุต
เปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ: อย่าแช่อยู่ในท่าก้มคอนานเกินครึ่งชั่วโมง
ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อคอ: เช่น การใช้มือต้านแรงศีรษะในท่าต่างๆ
หนุนหมอนให้ถูกท่า: รองให้ถึงฐานคอ ไม่ใช่รองแค่ท้ายทอย
ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของหมอนรองกระดูก
Q: หมอนแพงๆ ยี่ห้อดังๆ ช่วยได้จริงไหม? A: ไม่เสมอไปครับ หมอนใบละหมื่นอาจจะไม่เหมาะกับสรีระคุณก็ได้ สิ่งสำคัญคือ "ความสูง" และ "ความแน่น" ที่รับกับช่วงคอและไหล่ของคุณมากกว่ายี่ห้อครับ
Q: ไม่หนุนหมอนเลยดีไหม สำหรับคนปวดคอ? A: หมอไม่แนะนำครับ เพราะจะทำให้คอแหงนเกินไป และกล้ามเนื้อคอจะเกร็งตลอดคืนเพื่อพยายามพยุงศีรษะไว้
Q: ปวดคอเฉยๆ ต้อง MRI เลยไหม? A: ถ้าปวดแค่ 1-2 วันจากการใช้งานหนัก ไม่จำเป็นครับ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น ชาลงแขน แขนอ่อนแรง หรือปวดเรื้อรังเกิน 6 สัปดาห์ หมอแนะนำให้ตรวจละเอียดครับ
กระดูกคอเสื่อมไม่ได้เกิดจากอายุอย่างเดียว แต่เกิดจาก "พฤติกรรมการก้ม" เป็นหลัก
การเลือกหมอนที่ถูกต้องคือต้องทำให้กระดูกคออยู่ใน "แนวตรง" ไม่ว่านอนท่าไหน
วัสดุหมอนที่มั่นคง เช่น ยางพารา หรือเมมโมรี่โฟม มักช่วยพยุงคอได้ดีกว่าหมอนนุ่มๆ ที่ยุบตัวง่าย
อาการปวดร้าวลงแขนหรือมือชา คือสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทกำลังถูกรบกวน
ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงปรับอุปกรณ์ (หมอน) และพฤติกรรม
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #เลือกหมอน #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #ชามือ #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดบ่า #ปวดสะบัก #หมอนสุขภาพ #กายภาพบำบัดคอ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #NeckPain #CervicalSpondylosis #PillowSelection #SpineHealth #OfficeSyndrome