
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้ยินคำว่า “เนื้องอก” หัวใจแทบจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ยิ่งเป็นผลการตรวจ MRI ของคุณแม่ที่เราเป็นห่วงด้วยแล้ว ความกังวลยิ่งทวีคูณเป็นร้อยเท่า
“คุณหมอคะ แม่ไปตรวจ MRI หลังมา ผลออกมาบอกว่าเป็น Hemangioma ที่กระดูกข้อที่ L5 มันคืออะไรคะ? แม่จะเป็นมะเร็งไหม? ต้องผ่าตัดด่วนเลยหรือเปล่า?” นี่คือคำถามยอดฮิตที่หมอเจออยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหมอเข้าใจความรู้สึกของลูกหลานทุกคนดีครับ วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังแบบละเอียดแต่เข้าใจง่ายที่สุดครับ
ลองนึกถึงเคสของคุณป้าสมศรี (นามสมมติ) อายุ 62 ปี คุณป้ามีอาการปวดหลังตึงๆ ตามประสาผู้สูงอายุ ลูกสาวด้วยความรักและเป็นห่วงจึงพาคุณป้าไปตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่อง MRI ผลออกมาในใบรายงานระบุว่า “Vertebral Hemangioma at L5” พอลูกสาวเอาชื่อนี้ไปค้นในอินเทอร์เน็ตแล้วเจอคำว่า “เนื้องอก” เท่านั้นแหละครับ ทั้งบ้านเครียดกันไปหมด คุณป้านั่งร้องไห้เพราะกลัวว่าจะเป็นมะเร็งกระดูก กลัวจะเดินไม่ได้ กลัวต้องผ่าตัดใหญ่
แต่ความจริงที่หมออยากบอกคือ หลังจากที่คุณป้ามาพบหมอและได้ฟังคำอธิบาย คุณป้ากลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม และใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องผ่าตัดแม้แต่นิดเดียว เพราะอะไร? เรามาหาคำตอบกันครับ
ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพที่สุด หมออยากให้ลองนึกถึง “ปานแดง” ที่เรามักเห็นบนผิวหนังบางคนมาตั้งแต่เกิดครับ เจ้าเนื้องอกหลอดเลือดในกระดูก หรือ Hemangioma (ฮี-แมน-จิ-โอ-ม่า) มันคือกลุ่มของหลอดเลือดที่มารวมตัวกันเป็นกระจุก แต่มันดันไปเกิดอยู่ในเนื้อกระดูกสันหลังแทนที่จะอยู่บนผิวหนังครับ
หมอชอบเปรียบเทียบว่า กระดูกสันหลังของเราเหมือนก้อนขนมปังที่แข็งแรง ส่วนเจ้า Hemangioma นี้เหมือน “ไส้ขนมปังที่เป็นรูพรุนเล็กๆ” อยู่ข้างใน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมันจะอยู่นิ่งๆ ของมันแบบนั้น ไม่ได้ลุกลาม ไม่ได้กินเนื้อกระดูกจนพัง และที่สำคัญที่สุด "มันไม่ใช่มะเร็ง" ครับ
โรคเนื้องอกหลอดเลือดในกระดูกสันหลัง (Vertebral Hemangioma) เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากครับ เชื่อไหมครับว่าในคนปกติทั่วไป 10 คน เดินมา จะมีประมาณ 1 คนที่มีเจ้านี่อยู่ในตัวโดยที่ไม่รู้ตัวเลย
ส่วนใหญ่เรามักจะตรวจเจอโดยบังเอิญ (Incidental Finding) เช่น ปวดหลังเพราะกล้ามเนื้ออักเสบ หรือปวดจากกระดูกเสื่อมตามวัย พอไปทำ MRI เพื่อหาสาเหตุอาการปวด หมอก็จะมองเห็นเจ้ากระจุกหลอดเลือดนี้เด่นขึ้นมาในฟิล์ม
พูดง่ายๆ คือ "มันอยู่ของมันมานานแล้ว แต่อาการปวดที่แม่เป็นอยู่อาจจะมาจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่เจ้านี่ครับ"
จริงๆ แล้วโรคนี้ไม่ได้มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่จากสถิติทางการแพทย์เรามักจะพบในกลุ่มคนเหล่านี้ครับ:
ช่วงอายุ: มักพบในผู้ใหญ่อายุ 30–50 ปีขึ้นไป แต่จริงๆ แล้วพบได้ทุกวัยครับ
เพศ: พบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชายนิดหน่อยครับ
พันธุกรรม: บางครั้งอาจเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของหลอดเลือดที่ผิดปกติมาตั้งแต่ต้น
ฮอร์โมน: ในผู้หญิงตั้งครรภ์ บางครั้งเนื้องอกชนิดนี้อาจจะมีขนาดใหญ่ขึ้นได้เล็กน้อยเนื่องจากปัจจัยเรื่องฮอร์โมนและการไหลเวียนเลือด
เมื่อเราเห็นความผิดปกติในกระดูก หมอจะไม่ได้ดูแค่ว่าเป็นก้อนหรือไม่ แต่หมอจะดู "ลักษณะเฉพาะ" ของมันครับ
เอกซเรย์ธรรมดา (X-ray): จะเห็นเป็นรอยขีดๆ แนวตั้งในเนื้อกระดูก เหมือนลายผ้า หรือที่หมอเรียกว่า "ลายคุก" (Jail bar appearance)
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan): จะเห็นเป็นจุดๆ เหมือนรูพรุนของรวงผึ้งชัดเจนมาก
เอ็มอาร์ไอ (MRI): เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด หมอจะดูความสว่างของสัญญาณภาพ ถ้าเป็น Hemangioma ปกติ มันจะมีความสว่างที่เฉพาะตัว ทำให้หมอแยกแยะออกจากมะเร็งได้ค่อนข้างชัดเจนครับ
นี่คือส่วนที่คนไข้กังวลที่สุดครับ หมอขอสรุปให้สบายใจดังนี้:
มากกว่า 90% ของคนไข้ที่ตรวจเจอ Hemangioma "ไม่ต้องรักษาอะไรเลย" ครับ แค่ติดตามอาการ หรือมาตรวจซ้ำตามที่หมอนัด เพราะมันมักไม่ก่อให้เกิดอาการปวด และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
หากแม่มีอาการปวดหลังร่วมด้วย หมอมักจะรักษาที่ "ต้นเหตุจริง" เช่น การทำกายภาพบำบัดเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง ลดน้ำหนัก และเลี่ยงการยกของหนัก ซึ่งเป็นการรักษาอาการปวดหลังทั่วไป ไม่ใช่รักษาตัวเนื้องอกหลอดเลือดครับ
ในกรณีที่เนื้องอกนั้นมีขนาดใหญ่จนทำให้ปวดกระดูก (ซึ่งพบน้อยมาก) หมออาจใช้การฉีดสารบางอย่างเข้าไปที่ตัวกระดูก หรือที่เรียกว่า การฉีดซีเมนต์อุดกระดูก (Vertebroplasty) เพื่อให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและลดอาการปวดครับ
จะทำเฉพาะในกรณีที่เป็น "ชนิดลุกลาม" (Aggressive Hemangioma) ซึ่งพบได้น้อยยิ่งกว่าน้อยครับ คือเนื้องอกมันโตจนไปเบียดเส้นประสาท ทำให้ขาอ่อนแรง หรือเดินไม่ได้ กรณีนั้นหมอถึงจะพิจารณาผ่าตัดครับ
คำตอบคือ “ไม่ต้องห่วงเลยครับ” * หายไหม: มันจะอยู่กับเราไปแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอันตราย
รักษานานไหม: ถ้าไม่มีอาการ ก็ไม่ต้องรักษาครับ
จะเป็นมะเร็งไหม: โอกาสเปลี่ยนเป็นมะเร็งนั้นแทบจะไม่มีเลยครับ มันคนละชนิดกัน
แม้จะบอกว่าไม่ค่อยอันตราย แต่เราก็ต้องระวังหากมีอาการดังต่อไปนี้:
ปวดหลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะพักแล้วก็ไม่หาย
มีอาการชาลงขา หรือขาอ่อนแรง (แสดงว่าเนื้องอกอาจจะไปเบียดเส้นประสาท)
การควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ หากมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบมาพบหมอทันทีครับ
ทำใจให้สบาย: อย่าเพิ่งตกใจไปกับคำว่าเนื้องอก เพราะส่วนใหญ่คือ "ปานแดง" ในกระดูก
สังเกตอาการตัวเอง: ดูว่าอาการปวดหลังที่มีอยู่ สัมพันธ์กับการใช้งานหรือเป็นตลอดเวลา
เสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง: การมีกล้ามเนื้อท้องและหลังที่แข็งแรง จะช่วยรับน้ำหนักแทนกระดูกสันหลังได้ดี
เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง: เช่น การก้มๆ เงยๆ หรือยกของหนักที่ผิดท่า เพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังส่วนอื่นเสื่อมตามไป
มาตรวจตามนัด: หากหมอนัดติดตามอาการ ให้มาตามนัดเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงครับ
Q: ตรวจเจอ Hemangioma ที่ L5 ต้องงดออกกำลังกายไหม? หมอเก่ง: ออกกำลังกายได้ตามปกติครับ เดินสายพาน ว่ายน้ำ หรือโยคะเบาๆ ได้เลย เพียงแต่เลี่ยงกีฬาที่มีการกระแทกแรงๆ หรือการยกน้ำหนักที่หนักจนเกินไปครับ
Q: มันจะแตกหรือทำให้กระดูกหักง่ายไหม? หมอเก่ง: ถ้าขนาดไม่ใหญ่มาก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น) ความแข็งแรงของกระดูกยังเกือบเท่าปกติครับ โอกาสหักเองมีน้อยมากครับ
Q: อาหารเสริมช่วยให้เนื้องอกนี้เล็กลงได้ไหม? หมอเก่ง: ปัจจุบันยังไม่มีอาหารเสริมชนิดไหนที่ทำให้เนื้องอกหลอดเลือดนี้เล็กลงได้ครับ การกินอาหารครบ 5 หมู่และแคลเซียมที่เพียงพอเพื่อบำรุงกระดูกโดยรวมสำคัญกว่าครับ
Hemangioma ไม่ใช่การติดเชื้อ และไม่ใช่เซลล์มะเร็ง
ส่วนใหญ่เป็นการตรวจเจอโดยบังเอิญ และไม่ก่อให้เกิดอาการปวด
ไม่ต้องผ่าตัด หากไม่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น ขาอ่อนแรง
อาการปวดหลังของคุณแม่อาจมาจากกล้ามเนื้อหรือข้อต่อเสื่อม ซึ่งรักษาได้ด้วยยาและกายภาพ
การติดตามอาการเป็นวิธีมาตรฐานที่ทั่วโลกทำกัน สบายใจได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลัง #เนื้องอกหลอดเลือดในกระดูก #Hemangioma #กระดูกสันหลัง #MRI #มะเร็งกระดูก #ดูแลผู้สูงอายุ #ปวดหลังร้าวลงขา #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพกระดูก #BackPain #SpineHealth #VertebralHemangioma #Orthopedics #HealthTips