
"หมอคะ... พักนี้ปวดลึกๆ ในเบ้าโต้สะโพก เดินแล้วรู้สึกติดขัด บางทีก็เหมือนมีอะไรขัดอยู่ในข้อ แต่อายุเพิ่งจะเลขหกเองนะคะ"
นี่คือคำถามที่คุณนวล (นามสมมติ) วัย 62 ปี เข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวล เพราะอาการปวดนี้เริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน จากที่เคยไปเดินซื้อของในห้างได้นานๆ ตอนนี้เดินไม่ถึง 10 นาทีก็ต้องหาที่นั่งพัก และบางจังหวะที่ขยับขาก็รู้สึกแปล็บขึ้นมาจนเสียหลัก
หลังจากที่หมอส่งคุณนวลไปตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI ผลออกมาพบว่าคุณนวลกำลังเจอกับปัญหาสองเด้งครับ นั่นคือมีทั้ง ภาวะข้อสะโพกเสื่อมระยะเริ่มต้น ร่วมกับการที่มี การฉีกขาดของเนื้อเยื่อขอบเบ้าสะโพก ซึ่งทั้งสองอย่างนี้คือสาเหตุที่ทำให้คุณนวลปวดจนแทบไม่อยากเดินครับ
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมออยากให้ลองนึกภาพ "ข้อสะโพก" ของเราเหมือนกับ "ลูกบอลที่อยู่ในถ้วย" ครับ ตัวเบ้าสะโพกคือถ้วย และหัวกระดูกต้นขาคือลูกบอล
ทีนี้ ตรงขอบถ้วยเนี่ย จะมีเนื้อเยื่ออ่อนๆ นุ่มๆ วงอยู่รอบๆ เหมือน "ซีลยาง" หรือ "ประเก็น" วงแหวนนี้ในทางการแพทย์เราเรียกว่า แลบรัม (Labrum) หน้าที่ของมันคือช่วยให้ลูกบอลกับถ้วยประกบกันได้สนิทขึ้น และช่วยซับแรงกระแทกเวลาเราเดินหรือวิ่ง
เมื่อเราใช้งานมานาน หรือมีภาวะ ข้อสะโพกเสื่อม (Osteoarthritis of the Hip) กระดูกอ่อนที่เป็นเหมือนเบาะรองในถ้วยจะเริ่มบางลง กระดูกเริ่มมีการงอกเป็นติ่งเล็กๆ ออกมาเสียดสีกัน และเจ้า "ซีลยาง" หรือแลบรัมนี้ก็มักจะฉีกขาดตามไปด้วย ผลที่ตามมาคือ อาการปวดลึกๆ ในขาหนีบ รู้สึกข้อติดขัด หรือบางคนรู้สึกเหมือนข้อสะโพกจะหลุดหรือล็อคครับ
ปวดในบริเวณขาหนีบ หรือปวดลึกๆ ในก้นย้อย
รู้สึกข้อติด โดยเฉพาะตอนตื่นนอนตอนเช้า หรือหลังจากนั่งนานๆ แล้วลุกขึ้นเดิน
มีเสียงดังในข้อ รู้สึกเหมือนมีอะไรขยับหรือขัดอยู่ในสะโพก
เดินลำบากขึ้น เริ่มเดินกะเผลก หรือก้าวขาได้ไม่กว้างเท่าเดิม
ปวดมากขึ้นเมื่อต้องบิดตัว เช่น จังหวะขึ้น-ลงรถยนต์ หรือการใส่กางเกง
อายุที่มากขึ้น: แน่นอนครับว่าเป็นการเสื่อมตามสภาพการใช้งาน
น้ำหนักตัวเกิน: สะโพกต้องรับน้ำหนักตัวเราในทุกย่างก้าว ถ้าน้ำหนักเยอะ แรงกดก็แยะตาม
โครงสร้างสะโพกผิดปกติมาแต่กำเนิด: บางคนมีเบ้าสะโพกตื้นหรือหัวกระดูกผิดรูปเล็กน้อย ทำให้เกิดการเสียดสีง่ายกว่าคนทั่วไป
การใช้งานหนักเกินไป: เช่น นักกีฬาที่ต้องใช้การหมุนสะโพกซ้ำๆ หรือคนที่ต้องยกของหนักเป็นประจำ
อุบัติเหตุในอดีต: เคยตกจากที่สูงหรือประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ส่งผลต่อช่วงล่าง
เมื่อมาพบหมอ เราจะไม่เดาครับ แต่จะใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้าช่วย
การตรวจร่างกาย: หมอจะขยับขา หมุนข้อสะโพกดูว่ามีมุมไหนที่ปวดหรือติดขัดเป็นพิเศษ
การเอกซเรย์ (X-ray): ช่วยให้เห็นช่องว่างในข้อสะโพกและกระดูกที่งอกออกมา
การตรวจ MRI: นี่คือ "พระเอก" ของงานนี้เลยครับ เพราะจะเห็นทั้งกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อแลบรัมที่ฉีกขาด และน้ำที่คั่งอยู่ในข้อ ทำให้หมอวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ
คนไข้ส่วนใหญ่กังวลว่ามาหาหมอกระดูกต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด ซึ่งจริงๆ แล้ว "การรักษาโดยไม่ผ่าตัด" คือทางเลือกแรกที่เราให้ความสำคัญครับ
การปรับพฤติกรรม: ลดการนั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ หรือการพับเพียบ และที่สำคัญคือการคุมน้ำหนักตัวเพื่อลดภาระให้ข้อสะโพก
กายภาพบำบัด: เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก ซึ่งจะช่วยทำหน้าที่เป็น "โช้คอัพ" แทนกระดูกที่เสื่อมไป
การใช้ยา: ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์จะช่วยบรรเทาปวดและลดการบวมในข้อ
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-guided injection): วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะใช้เครื่องสแกนดูตำแหน่งในข้อสะโพกแล้วฉีดยาลดการอักเสบหรือน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข้าไปโดยตรง ช่วยลดปวดได้ดีและปลอดภัย
การผ่าตัด: เราจะพิจารณาก็ต่อเมื่อรักษาด้วยวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือคุณภาพชีวิตแย่ลงมาก เช่น การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมเนื้อเยื่อ หรือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมในรายที่เสื่อมรุนแรง
Q: เนื้อเยื่อแลบรัมที่ฉีกขาด สามารถสมานเองได้ไหม? A: เนื่องจากภายในข้อสะโพกมีเลือดมาเลี้ยงน้อยมาก การสมานเองตามธรรมชาติจึงทำได้ยากครับ แต่เราสามารถใช้การทำกายภาพบำบัดและการฉีดยาเพื่อลดการอักเสบจนคนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยไม่มีอาการปวดครับ
Q: ถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น? A: หากปล่อยไว้ อาการเสื่อมจะลามเร็วขึ้น กระดูกจะเสียดสีกันจนเสียรูปทรง ทำให้ขาสั้นข้างยาวข้าง และส่งผลเสียต่อกระดูกสันหลังตามมาได้ครับ
Q: ออกกำลังกายอะไรได้บ้างถ้าสะโพกเริ่มเสื่อม? A: หมอแนะนำการว่ายน้ำ หรือการเดินในน้ำครับ เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัว ทำให้สะโพกไม่ต้องรับแรงกระแทกแต่กล้ามเนื้อยังได้ทำงาน
อาการปวดสะโพกในวัย 60+ มักเกิดจากทั้งข้อเสื่อมและเนื้อเยื่อขอบเบ้าฉีกขาดร่วมกัน
การตรวจ MRI ช่วยให้เห็นปัญหาได้ชัดเจนที่สุด
การรักษาเริ่มต้นที่การปรับพฤติกรรมและการทำกายภาพบำบัด
การฉีดยาภายใต้การนำทางของอัลตราซาวด์เป็นวิธีที่แม่นยำและช่วยลดปวดได้เห็นผล
การลดน้ำหนักคือหัวใจสำคัญของการชะลอการเสื่อมของข้อสะโพก
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดสะโพก #สะโพกเสื่อม #เนื้อเยื่อเบ้าสะโพกฉีกขาด #ข้อสะโพกอักเสบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กายภาพบำบัดสะโพก #ฉีดยาใต้ซาวด์ #กระดูกและข้อ #เดินลำบาก #ปวดขาหนีบ #HipOsteoarthritis #LabralTear #Orthopedics #JointHealth #HipPain