ตื่นมาแล้วมือตก ยกไม่ขึ้น... ขยับนิ้วไม่ได้เหมือนเป็นอัมพาต! แค่นอนทับแขนตัวเองเฉยๆ ทำไมถึงเป็นขนาดนี้?”

สวัสดีครับ หมอเก่งนะครับ วันนี้หมอมีเรื่องที่น่าตกใจแต่เจอกันได้บ่อยๆ มาเล่าให้ฟังครับ หลายคนอาจเคยเจอประสบการณ์ตื่นมาตอนเช้า แล้วพบว่า "มือตัวเองใช้งานไม่ได้" จะกระดกข้อมือก็ทำไม่ได้ นิ้วโป้งก็กางไม่ออก จนบางคนตกใจนึกว่าตัวเองเป็นอัมพาตครึ่งซีกไปแล้ว แต่จริงๆ แล้วสาเหตุอาจจะง่ายกว่านั้นมาก แค่เรา "นอนทับแขน" นานเกินไปนั่นเองครับ


เมื่อคืนที่แสนยาวนาน... กับเช้าที่มือยกไม่ขึ้น: เรื่องของตัวช่วย (นามสมมติ)

คุณเก่ง อายุ 35 ปี พนักงานออฟฟิศที่ทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์ คืนวันศุกร์คุณเก่งเลยไปปาร์ตี้กับเพื่อนเต็มที่ พอกลับมาถึงบ้านด้วยความเพลียก็นอนหลับปุ๋ยไปบนโซฟา โดยเอาหัวหนุนแขนตัวเองไว้ท่าเดิมตลอดทั้งคืน

เช้าวันรุ่งขึ้นพอคุณเก่งตื่นมา เขารู้สึกชาที่หลังมือและที่สำคัญคือ "กระดกข้อมือไม่ขึ้น" มือตกลงมาเหมือนไม่มีแรง จะหยิบแก้วน้ำก็ลำบาก จะใส่กางเกงก็ดึงไม่ไหว คุณเก่งตกใจมาก รีบมาหาหมอทันทีเพราะกลัวว่าเส้นเลือดสมองจะแตกหรือเปล่า

หลังจากหมอได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียด หมอก็บอกข่าวดีกับคุณเก่งว่า "ไม่ได้เป็นอัมพาตครับ แต่เป็นโรคเส้นประสาทถูกกดทับจากการนอนทับแขน" หรือที่ฝรั่งเขาเรียกกันเล่นๆ ว่า "โรคคืนวันเสาร์" (Saturday Night Palsy) นั่นเองครับ


เส้นประสาทก็เหมือนสายไฟ... เมื่อโดนทับไฟก็ไม่เดิน

ลองนึกภาพตามหมอนะครับ ร่างกายเราส่งคำสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อผ่าน "เส้นประสาท" ซึ่งเปรียบเสมือนสายไฟเส้นเล็กๆ ที่ทอดตัวอยู่ตามแขนและขา

เส้นประสาทที่ชื่อว่า เส้นประสาทเรเดียล (Radial Nerve) เป็นสายไฟหลักที่ทำหน้าที่สั่งการให้เรา "กระดกข้อมือ" และ "กางนิ้ว" รวมถึงรับความรู้สึกที่หลังมือด้วย

ความพิเศษของเส้นประสาทเส้นนี้คือ มันวิ่งอ้อมกระดูกต้นแขนในตำแหน่งที่ค่อนข้างตื้นครับ ถ้าเรานอนเอาหัวหนุนแขน หรือเอาแขนไปพาดกับพนักเก้าอี้แข็งๆ นานๆ (โดยเฉพาะเวลาเมาหลับที่ร่างกายจะไม่ยอมพลิกตัวเพราะระบบรับความรู้สึกเราช้าลง) เส้นประสาทเส้นนี้จะถูกเบียดกับกระดูกต้นแขน เหมือนเราเอาเท้าเหยียบสายยางรดน้ำไว้นานๆ น้ำก็ไหลไม่ได้ เส้นประสาทก็ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่ได้ มือเราเลย "ตก" และใช้งานไม่ได้ชั่วคราวนั่นเองครับ


ความรู้พื้นฐานของโรค: มือตก (Wrist Drop)

โรคนี้ในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะเส้นประสาทเรเดียลถูกกดทับ (Radial Nerve Palsy)

  • โรคคืออะไร: เป็นความผิดปกติของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อเหยียดข้อมือและนิ้วมือ

  • สาเหตุ: เกิดจากการถูกกดทับเป็นเวลานาน เช่น การนอนทับแขนตัวเอง การใส่เฝือกที่แน่นเกินไป หรือการใช้ไม้ค้ำยันที่กดใต้รักแร้

  • อาการ: ข้อมือตก (ยกไม่ขึ้น) นิ้วมืออ่อนแรงโดยเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วชี้ และอาจมีอาการชาบริเวณง่ามนิ้วโป้งและหลังมือร่วมด้วย


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมือตก

  1. การดื่มแอลกอฮอล์: ทำให้หลับลึกจนร่างกายไม่พลิกตัวเมื่อถูกกดทับ

  2. การนอนผิดท่า: เช่น นอนหนุนแขนคู่รัก (Honeymoon Palsy) หรือนอนเอาแขนพาดเก้าอี้แข็งๆ

  3. การใช้ไม้ค้ำยันผิดวิธี: ที่มีการกดทับบริเวณรักแร้อย่างรุนแรง

  4. อุบัติเหตุ: เช่น กระดูกต้นแขนหัก ซึ่งเส้นประสาทวิ่งผ่านพอดี

  5. การใส่ของหนักหรือรัดแขน: เช่น การใส่สายรัดแขนวัดความดันบ่อยๆ หรือเป้อุ้มเด็กที่รัดแน่นเกินไป


การตรวจวินิจฉัย

เมื่อมาพบหมอ หมอจะทำการตรวจสอบดังนี้ครับ:

  • การตรวจร่างกาย: หมอจะให้ลองกางนิ้ว กระดกข้อมือ และเช็กความรู้สึกที่หลังมือ เพื่อยืนยันว่าเป็นเฉพาะเส้นประสาทเส้นนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับสมอง

  • การตรวจอัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อดูว่าเส้นประสาทมีลักษณะบวมหรือถูกอะไรกดทับอยู่หรือไม่

  • การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS): ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ หมอจะใช้เครื่องมือตรวจกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทเพื่อดูระดับความเสียหายและพยากรณ์การฟื้นตัวครับ


แนวทางการรักษา: ส่วนใหญ่หายเองได้

หมออยากให้สบายใจก่อนเลยครับว่า "ส่วนใหญ่หายเองได้โดยไม่ต้องผ่าตัด"

  1. การใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือ (Splint): เพื่อประคองข้อมือให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม ไม่ให้เอ็นและกล้ามเนื้อถูกยืดจนล้าเกินไป

  2. กายภาพบำบัด: การบริหารนิ้วและข้อมือเพื่อป้องกันข้อติด และการกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อรอให้เส้นประสาทฟื้นตัว

  3. การใช้ยา: หมออาจให้วิตามินบีรวมบำรุงเส้นประสาท และยาลดการอักเสบในระยะแรก

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากมีการอักเสบมาก หมออาจใช้เครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่งเพื่อฉีดยาลดการอักเสบรอบๆ เส้นประสาทได้อย่างแม่นยำ

  5. การผ่าตัด: จะทำเฉพาะในกรณีที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น มีกระดูกงอกมาทับ หรือเส้นประสาทขาดจากอุบัติเหตุเท่านั้นครับ


พยากรณ์โรค: นานไหมกว่าจะหาย?

คำถามยอดฮิตคือ "จะกลับมาเป็นปกติไหม?" คำตอบคือ "มีโอกาสหายปกติสูงมากครับ"

  • ระยะเวลา: ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าเส้นประสาทถูกกดทับรุนแรงแค่ไหน

  • การกลับมาเป็นซ้ำ: มีโอกาสเป็นได้อีกถ้าเรายังนอนท่าเดิมหรือมีปัจจัยเสี่ยงเดิมๆ ครับ


ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยทิ้งไว้และไม่บริหารร่างกาย อาจเกิด:

  • ข้อติดแข็ง: ข้อมือจะยึดอยู่ในท่าตกจนขยับลำบาก

  • กล้ามเนื้อฝ่อ: เนื่องจากไม่มีสัญญาณประสาทมาเลี้ยงนานเกินไป


5 วิธีป้องกัน

  1. เลี่ยงการนอนหนุนแขน: ไม่ว่าจะแขนตัวเองหรือแขนคนอื่น

  2. ระวังการดื่มจัด: ถ้าจะดื่มหนัก ควรนอนในท่าที่ปลอดภัยและเตียงที่นุ่มพอ

  3. ปรับท่านั่งทำงาน: ไม่พาดแขนกับพนักเก้าอี้แข็งเป็นเวลานาน

  4. ออกกำลังกายยืดเหยียด: เพื่อความยืดหยุ่นของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ

  5. สังเกตอาการชา: หากเริ่มรู้สึกชาที่มือขณะนอน ให้รีบพลิกตัวทันที


Q&A Section

Q: ปวดคอแล้วมือตก เกี่ยวกันไหม? A: เป็นไปได้ครับ แต่อาการมือตกจาก "นอนทับแขน" มักจะไม่มีอาการปวดคอร่วมด้วย ถ้าปวดคอด้วยอาจเป็นเรื่องของหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทครับ

Q: ต้องนอนโรงพยาบาลไหม? A: ส่วนใหญ่ไม่ต้องครับ สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกและกลับไปทำกายภาพเองที่บ้านได้

Q: ถ้าตื่นมาแล้วเป็นเลย ควรทำอย่างไร? A: ลองนวดเบาๆ และรอดูอาการสัก 1-2 ชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้นเลยหรือกระดกข้อมือไม่ได้เลย ให้รีบมาพบหมอเพื่อตรวจแยกโรคอัมพาตสมองครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  1. มือตกจากการนอนทับแขน เกิดจากเส้นประสาทเรเดียล (Radial Nerve) ถูกกดทับชั่วคราว

  2. มักเกิดในคนที่หลับลึกหรือเมาหลับ ทำให้ไม่พลิกตัวตามธรรมชาติ

  3. อาการหลักคือ กระดกข้อมือไม่ขึ้น กางนิ้วไม่ได้ และชาหลังมือ

  4. ส่วนใหญ่หายได้เองด้วยการใส่เฝือกอ่อนพยุงข้อมือและทำกายภาพบำบัด

  5. หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#มือตก #ข้อมือตก #นอนทับแขน #เส้นประสาทถูกกดทับ #กายภาพบำบัด #รักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด #ปวดแขน #ชาหลังมือ #สุขภาพวัยทำงาน #หมอเก่งกระดูกและข้อ #WristDrop #RadialNervePalsy #SaturdayNightPalsy #Orthopedics #NerveCompression