
ปวดไหล่จนยกแขนไม่ขึ้นมา 6 เดือน... แค่เมื่อยหรือ "ไหล่ติด" ของจริง? พร้อมแนวทางรักษาให้กลับมาขยับพริ้วเหมือนเดิม
"หมอครับ ผมปวดไหล่มาครึ่งปีแล้ว ตอนแรกก็นึกว่าแค่พนักงานออฟฟิศปวดเมื่อยทั่วไป แต่หลังๆ มาเริ่มยกแขนสระผมไม่ได้ จะหยิบของหลังรถก็เอื้อมไม่ถึง แถมตอนนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวดทีไร สะดุ้งตื่นทุกที แบบนี้เขาเรียกว่าไหล่ติดใช่ไหมครับ?"
นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่หมอเจอในห้องตรวจบ่อยมากครับ หลายคนทนปวดทนฝืนมานาน เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง หรือคิดว่าแค่เส้นยึดธรรมดา แต่ความจริงแล้วอาการ "ปวดไหล่เรื้อรัง" โดยเฉพาะที่ปวดมานานเกิน 3-6 เดือน อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างคาดไม่ถึง วันนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้ลึกซึ้ง พร้อมวิธีรักษาที่คุณอาจไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดเลยก็ได้ครับ
คุณน้ามาลี (นามสมมติ) อายุ 55 ปี เป็นแม่บ้านที่ชอบทำอาหารและดูแลสวนมากครับ คุณน้าเริ่มมีอาการปวดไหล่ซ้ายลึกๆ มาประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ช่วงแรกๆ คุณน้าคิดว่าคงปวดเพราะขุดดินทำสวนเยอะไปหน่อย เลยไปซื้อยาลูกกลอนและยาแก้ปวดทานเอง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น
ผ่านไป 3 เดือน อาการปวดเริ่มเปลี่ยนไป คุณน้าบอกหมอว่า "มันไม่ใชแค่ปวด แต่มันแข็งไปหมด" จะใส่เสื้อชั้นในเองก็ติด จะยกแขนขึ้นหยิบเครื่องปรุงบนชั้นสูงๆ ก็ทำไม่ได้ จนล่าสุดนอนไม่หลับมาเป็นเดือนเพราะปวดไหล่ตอนกลางคืน คุณน้ามาหาหมอด้วยสีหน้าที่อ่อนเพลียและกังวลมาก กลัวว่าแขนจะพิการไปตลอดชีวิต แต่หลังจากที่หมอได้ตรวจและวางแผนรักษาอย่างเป็นระบบ วันนี้คุณน้านกลับมาขุดดินปลูกต้นไม้ได้เหมือนเดิมแล้วครับ
เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ หมออยากให้ลองนึกภาพว่า ข้อไหล่ของเราเหมือน "ลูกบอลที่อยู่ในถุง" (ลูกบอลคือหัวกระดูกไหล่ ถุงคือเยื่อหุ้มข้อ)
ในสภาวะปกติ "ถุง" ใบนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงมาก ทำให้เราหมุนแขนได้รอบทิศทาง แต่เมื่อเกิดโรค ไหล่ติด (Frozen Shoulder) เยื่อหุ้มข้อไหล่จะเกิดการอักเสบและหนาตัวขึ้นจนกลายเป็นพังผืด เปรียบเหมือนถุงที่เคยนิ่มๆ กลายเป็นถุงหนังแข็งๆ ที่หดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนไปรัดลูกบอลไว้แน่น
เมื่อเราพยายามจะยกแขน ถุงที่แข็งและรัดแน่นนี้ก็จะรั้งไว้ ทำให้เราขยับไม่ได้และเจ็บปวดอย่างรุนแรง เหมือนเราพยายามใส่เสื้อที่ไซส์เล็กกว่าตัวเรามากๆ นั่นเองครับ
โรคข้อไหล่ติด (Adhesive Capsulitis) คือ ภาวะที่มีการอักเสบ หนาตัว และการหดตัวของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้พื้นที่ภายในข้อไหล่ลดลง ส่งผลให้คนไข้ปวดและไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้ตามปกติ ทั้งในตอนที่พยายามขยับเองหรือมีคนอื่นช่วยขยับให้
สาเหตุของการเกิดโรค: สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังในข้อ ซึ่งอาจเกิดจาก:
การบาดเจ็บเล็กน้อยแต่สะสมมานาน
การไม่ได้ขยับไหล่เป็นเวลานาน (เช่น หลังผ่าตัด หรือใส่ผ้าคล้องแขนนานเกินไป)
ความเสื่อมตามวัย
อาการที่พบบ่อย:
ปวดไหล่ลึกๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ยกแขนขึ้นไม่สุด เอื้อมแขนไปข้างหลัง (ท่ารูดซิปหรือใส่บรา) ไม่ได้
เมื่อถึงจุดที่ติด จะรู้สึกเจ็บแปล๊บเหมือนถูกเข็มแทง
โรคนี้มีวงจรที่ชัดเจน ซึ่งหมออยากให้คนไข้เข้าใจ เพราะการรักษาในแต่ละระยะจะไม่เหมือนกันครับ
ระยะปวด (Freezing Phase): (ประมาณ 0-9 เดือน) ระยะนี้อาการเด่นคือ "ปวด" ปวดมากทั้งตอนขยับและตอนพัก โดยเฉพาะตอนกลางคืน ไหล่จะเริ่มขยับได้น้อยลงเรื่อยๆ
ระยะติด (Frozen Phase): (ประมาณ 4-12 เดือน) อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง แต่ความ "แข็ง" จะชัดเจนมาก ขยับแขนไม่ได้เกือบทุกทิศทาง ระยะนี้คนไข้มักจะเริ่มชินกับความปวดแต่จะหงุดหงิดที่ใช้ชีวิตลำบาก
ระยะฟื้นตัว (Thawing Phase): (ประมาณ 6 เดือน - 2 ปี) ข้อไหล่จะค่อยๆ คลายตัวออกเองอย่างช้าๆ ความยืดหยุ่นเริ่มกลับมา แต่ถ้าไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจขยับได้ไม่เท่าเดิม 100%
โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-4 เท่า และมักจะเป็นทั้งสองข้าง
โรคไทรอยด์: ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ทำงานต่ำ ส่งผลต่อการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ
อายุและเพศ: มักพบในคนวัย 40-60 ปี และพบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย
โรคหัวใจหรือการผ่าตัดทรวงอก: การที่แขนไม่ได้เคลื่อนไหวหลังผ่าตัดเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ
อุบัติเหตุบริเวณไหล่: เช่น เอ็นหัวไหล่ฉีกขาด หรือกระดูกหักบริเวณใกล้เคียง
การซักประวัติ: หมอจะถามระยะเวลาที่เป็น (เช่น เป็นมา 6 เดือนแล้ว) ลักษณะการปวด และข้อจำกัดในการใช้ชีวิต
การตรวจร่างกาย (Physical Exam): หมอจะจับไหล่ขยับดูทุกทิศทางเพื่อเช็กว่า "ติดจริงไหม" โดยจะดูการหมุนเข้าหมุนออกและการยกแขนขึ้น
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอกหรือข้อไหล่เสื่อมไหม (โรคไหล่ติดจริงๆ เอกซเรย์มักจะดูปกติครับ)
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อเช็กว่ามีเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีกขาดร่วมด้วยหรือไม่ และดูความหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อ
MRI (เอ็มอาร์ไอ): จะใช้ในรายที่อาการไม่ชัดเจน หรือรักษาแล้วไม่ดีขึ้น เพื่อดูรายละเอียดภายในข้ออย่างละเอียด
ข่าวดีคือ กว่า 90% ของผู้ป่วยไหล่ติดสามารถรักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้:
การปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่ปวด
กายภาพบำบัด: นี่คือหัวใจสำคัญครับ หมอจะเน้นการยืดเยื่อหุ้มข้อที่หดรัด (Stretching exercise) เช่น ท่าชักรอก หรือท่ายกแขนไต่กำแพง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี
การใช้ยา: ยาลดอักเสบกลุ่มที่ไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs) เพื่อคุมอาการปวดในระยะแรก ช่วยให้คนไข้ทำกายภาพได้ง่ายขึ้น
การฉีดยาเฉพาะจุดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound-Guided Injection): วิธีนี้แม่นยำมากครับ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่เยื่อหุ้มข้อโดยตรง หรือทำวิธีที่เรียกว่า Hydrodilatation คือการใช้ปริมาณน้ำยาและยารวมกันฉีดเข้าไปเพื่อ "ถ่าง" เยื่อหุ้มข้อที่หดรัดให้ขยายออก วิธีนี้เห็นผลเร็วมากในคนไข้ที่เป็นมานาน
การผ่าตัด (Surgery): หมอจะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีข้างต้นนานกว่า 6-9 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น โดยจะใช้การส่องกล้องเข้าไปตัดพังผืดที่รัดข้อไหล่ออก (Arthroscopic Capsular Release) แผลจะเล็กมากและฟื้นตัวเร็วครับ
"โรคนี้รักษาหายไหม?" คำตอบคือ หายได้แน่นอนครับ แต่ต้องอาศัย "ความอดทน" ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับว่าคุณมาหาหมอในระยะไหน หากมาในระยะ 6 เดือน (ระยะติด) การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อร่วมกับกายภาพมักจะเห็นผลชัดเจนใน 4-8 สัปดาห์ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติ โรคนี้อาจใช้เวลา 1-2 ปี กว่าจะคลายตัวออกเอง ซึ่งนานเกินไปและอาจทำให้กล้ามเนื้อไหล่ลีบได้ครับ
กล้ามเนื้อลีบฝ่อ: เนื่องจากการไม่ได้ใช้งานแขนข้างนั้นเป็นเวลานาน
อาการปวดเรื้อรัง: หากเยื่อหุ้มข้ออักเสบจนกลายเป็นพังผืดที่หนามาก
ความผิดปกติของสะบัก: ร่างกายจะพยายามใช้สะบักขยับแทนไหล่ ทำให้ปวดคอและปวดสะบักตามมา
ขยับไหล่ให้ครบช่วงการเคลื่อนไหว: ฝึกยกแขนขึ้น-ลง หมุนไหล่เป็นประจำทุกวัน วันละ 5-10 นาที
คุมระดับน้ำตาลให้ดี: สำหรับคนที่เป็นเบาหวาน นี่คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
ออกกำลังกายสร้างความแข็งแรง: เน้นกล้ามเนื้อรอบสะบักและหัวไหล่
อย่านิ่งนาน: หากต้องใส่ผ้าคล้องแขนหลังบาดเจ็บ ควรปรึกษาหมอว่าเริ่มขยับไหล่ได้เมื่อไหร่ ไม่ควรใส่นานเกินจำเป็น
ปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อปวดเกิน 2 สัปดาห์: อย่ารอจนขยับแขนไม่ได้แล้วค่อยมาครับ
Q: ปวดไหล่มา 6 เดือนแล้ว ต้องตรวจ MRI เลยไหม? หมอเก่ง: ไม่จำเป็นในทุกรายครับ ส่วนใหญ่หมอสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวด์เบื้องต้น MRI จะเก็บไว้ใช้ในกรณีที่สงสัยว่ามีเอ็นขาดร่วมด้วย หรือรักษาแบบปกติแล้วไม่ดีขึ้นครับ
Q: นวดแผนไทยช่วยให้ไหล่หายติดได้ไหม? หมอเก่ง: การนวดช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ครับ แต่ต้องระวัง "การดัดรุนแรง" เพราะถ้าเยื่อหุ้มข้ออักเสบอยู่ แล้วไปดัดจนฉีกขาด อาการจะแย่ลงกว่าเดิม หมอแนะนำว่าควรทำกายภาพบำบัดที่ถูกวิธีจะปลอดภัยกว่าครับ
Q: การฉีดยาอันตรายไหม และต้องฉีดบ่อยแค่ไหน? หมอเก่ง: การฉีดโดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์นำทางมีความปลอดภัยสูงมากครับ เพราะหมอเห็นปลายเข็มและตำแหน่งยาตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักฉีดเพียง 1-2 ครั้ง ร่วมกับการทำกายภาพอย่างเคร่งครัด อาการก็จะดีขึ้นมากแล้วครับ
ไหล่ติดเกิดจากเยื่อหุ้มข้ออักเสบและหนาตัวจนรัดข้อไหล่ ไม่ใช่แค่เส้นยึดทั่วไป
อาการปวดตอนกลางคืนและยกแขนสระผมไม่ได้ คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน
เบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เป็นโรคนี้ได้ง่ายและหายช้า
การรักษาด้วยการฉีดยาขยายข้อ (Hydrodilatation) ภายใต้อัลตราซาวด์ เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูง
ความสม่ำเสมอในการทำกายภาพบำบัดคือปัจจัยหลักที่จะทำให้หายขาด
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดไหล่ #ไหล่ติด #ข้อไหล่ติด #FrozenShoulder #ปวดไหล่ตอนกลางคืน #เบาหวาน #กายภาพบำบัด #ฉีดยาข้อไหล่ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #AdhesiveCapsulitis #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพผู้สูงอายุ #ปวดคอสะบัก #Hydrodilatation #ปวดแขน #ShoulderPain #AdhesiveCapsulitis #FrozenShoulderRecovery #Orthopedics #ShoulderRehab