คุณอาจเคยได้ยินคำว่า “กระดูกพรุน” มาหลายครั้ง แต่ภาพที่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้คือ…โรคนี้ไม่ได้ทำให้ปวดกระดูก แต่ทำให้กระดูกเปราะแบบไม่รู้ตัว และเมื่อถึงวันที่ล้มเพียงเบา ๆ ก็อาจทำให้สะโพกหัก กระดูกสันหลังยุบ หรือข้อมือหักได้ทันที
หมออยากชวนทุกคน โดยเฉพาะวัย 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีพ่อแม่สูงอายุ มาทำความเข้าใจโรคนี้แบบภาษาชาวบ้าน และรู้วิธีป้องกันก่อนที่จะสายเกินไปครับ
คุณป้าพวง อายุ 68 ปี สุขภาพโดยรวมดี แค่ปวดเข่าเล็กน้อยเวลาเดินไกล วันหนึ่งสะดุดขอบพรมในบ้าน ล้มลงบนพื้นไม้แบบแรงไม่มาก แต่กลับลุกไม่ได้เพราะปวดสะโพกจนจับใจ
ผล X-ray พบว่า กระดูกสะโพกหักจากภาวะกระดูกพรุน
คุณป้าตกใจมาก เพราะคิดว่าแค่ล้มเล็กน้อย ไม่น่าหักรุนแรงขนาดนี้ นี่แหละครับคือความน่ากลัวของภาวะกระดูกพรุน — มันทำงานเงียบ จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง
ลองนึกภาพ “โฟมแข็ง ๆ” ที่มีรูพรุนอยู่ภายใน กระดูกของคนเราก็เป็นแบบนั้น เมื่ออายุมากขึ้น รูพรุนด้านในจะใหญ่ขึ้น ผนังบางลง โครงสร้างอ่อนตัวลง
ผลคือ:
กระดูกหักง่ายมาก แม้ล้มเบา ๆ หรือสะดุดนิดเดียว
หักในตำแหน่งสำคัญ เช่น สะโพก กระดูกสันหลัง ข้อมือ
ผู้ป่วยจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองมีกระดูกพรุนจนวันที่หักจริง
มาจากหลายสาเหตุที่ค่อย ๆ สะสม เช่น
อายุเกิน 50 ปี โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน
รับแคลเซียมน้อย
ขาดวิตามินดี (ไม่ค่อยโดนแดด)
ไม่ค่อยออกกำลังกาย
น้ำหนักตัวน้อยเกินไป
กินยาสเตียรอยด์เรื้อรัง
สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
ภาวะเหล่านี้ทำให้กระดูกบางลงปีละเล็กละน้อยแบบที่เราไม่รู้สึก
ความน่ากลัวคือ “แทบไม่มีอาการ” จนกว่าจะเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น
สะโพกหัก
กระดูกสันหลังยุบ ทำให้หลังโก่ง หลังค่อม
ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกยุบตัวหลายตำแหน่ง
นี่คือเหตุผลว่าทำไมวัย 50+ ควรตรวจมวลกระดูกตั้งแต่ยังไม่ปวดอะไร
เป็นมาตรฐานที่สุด ดูว่ากระดูกบางระดับไหน โดยเฉพาะสะโพกและกระดูกสันหลัง ใช้เวลาไม่นาน และไม่มีรังสีอันตราย
เพื่อดูระดับแคลเซียม วิตามินดี และประเมินโรคที่เกี่ยวข้อง
เพื่อดูว่าในชีวิตประจำวันมีอะไรเพิ่มความเสี่ยงการหกล้มบ้าง เช่น พรมลื่น พื้นต่างระดับ หรือการใช้ยาที่ทำให้เวียนหัว
การรักษาจะแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ
เดินออกกำลังกายสม่ำเสมอ
โดนแดดเช้า 10–15 นาที
ทานนม/โยเกิร์ต หรืออาหารที่มีแคลเซียมสูง
ลดบุหรี่และแอลกอฮอล์
แคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสม
วิตามินดี เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
หมอจะปรับตามอายุและโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละราย
มียาหลายกลุ่มที่ช่วยชะลอความพรุน หรือสร้างมวลกระดูกเพิ่ม เช่น ยาลดการสลายกระดูก หรือยากระตุ้นการสร้างกระดูก ซึ่งหมอจะเลือกให้ตามความเสี่ยงของการหักและความปลอดภัยของผู้ป่วย
หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผู้หญิงอายุ 50+ และผู้ชาย 60+ มีความเสี่ยงสูงมาก โดยเฉพาะถ้า
ผอมมาก
ไม่ค่อยออกกำลังกาย
นั่งทำงานทั้งวัน
รับแคลเซียมน้อย
แสงแดดน้อย
ถ้ารู้ตัวก่อน จะป้องกันกระดูกหักได้จำนวนมาก
ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว วิ่งเบา ๆ
ฝึกกล้ามเนื้อขาเพื่อป้องกันการล้ม
รับแสงแดดตอนเช้า
ตรวจมวลกระดูกเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป
ปรับบ้านให้ปลอดภัย เช่น เอาพรมลื่นออก ติดไฟเพิ่มในทางเดิน
การปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยลดโอกาสล้มในบ้านได้มาก
กระดูกพรุนไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่โรคที่รอให้เจ็บก่อนค่อยรักษา เพราะเมื่อเจ็บครั้งแรก มักหมายถึง “กระดูกหักแล้ว”
การตรวจมวลกระดูกใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยป้องกันการหักของสะโพกและกระดูกสันหลังได้จริง ทำให้เรายืน เดิน ใช้ชีวิตและดูแลคนที่รักได้นานขึ้น
ถ้าในบ้านมีผู้สูงอายุ หรือคุณอายุเกิน 50 ปี หมออยากชวนเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกพรุน #ผู้สูงอายุ #ป้องกันกระดูกหัก #ล้มในผู้สูงอายุ #แคลเซียม #วิตามินดี #สุขภาพกระดูก
